10
รู
ปแจ่
มเจ้
าเหลื
องเหลื่
อมดั
งคํ
า) เมื่
อท้
าวคั
นคากเจริ
ญวั
ยก็
อยากได้
นางเทวี
ที่
มี
โฉมงามมาเป็
นภรรยา
แต่
หาไม่
ได้
พระราชบิ
ดาก็
พยายามปลอบโยนเพราะตนเองนั
้
นรู
ปชั ่
วตั
วดํ
าแต่
ท้
าวคั
นคากหาได้
ลด
ความพยายามไม่
ในที่
สุ
ดท้
าวคั
นคากจึ
งได้
อธิ
ษฐานว่
าหากตนเองมี
บุ
ญบารมี
ที่
ได้
สร้
างไว้
เมื่
อชาติ
ปาง
ก่
อนขอให้
ได้
หญิ
งงามมาเป็
นภรรยาตามประสงค์
จึ
งร้
องถึ
งพระอิ
นทร์
จึ
งช่
วยเนรมิ
ตปราสาทให้
พร้
อมทั
้
งนํ
านางแก้
วเทวี
มาให้
เป็
นเมี
ยด้
วย แต่
เป็
นว่
าท้
าวคั
นคากรู
ปร่
างอั
ปลั
กษณ์
มากจึ
งแปลงกายให้
เป็
นหนุ ่
มรู
ปงามทั
้
งสองอาศั
ยอยู
่
ในปราสาท พระเจ้
าอิ
นถะปั
ตถนครทราบเรื่
องราวก็
ดี
พระทั
ย และ
เห็
นว่
าพระราชโอรสหมดเวรหมดกรรมแล้
ว จึ
งสละราชสมบั
ติ
ให้
ครองเมื
อง เมื่
ออภิ
เษกท้
าวคั
นคาก
ครองเมื
อง พญาแถนไม่
พอใจเพราะเห็
นว่
าท้
าวคั
นคากมี
อิ
ทธิ
ฤทธิ
์
มากเกรงว่
าจะเป็
นภั
ยต่
อตน จึ
ง
หาทางกลั ่
นแกล้
งไม่
ให้
ฝนตกบนพื
้
นโลก ทํ
าความเดื
อดร้
อนไปทั
่
วพื
้
นพิ
ภพท้
าวคั
นคากจึ
งต่
อสู
้
กั
บ
พญาแถน ในที่
สุ
ดพญาแถนแพ้
อิ
ทธิ
ฤทธิ
์
ของท้
าวคั
นคาก จึ
งต้
องยอมให้
ฝนตกย ั
งพื
้
นพิ
ภพตามคํ
าสั ่
ง
ของท้
าวคั
นคาก ในการต่
อสู
้
ครั
้
งนี
้
เป็
นมหายุ
ทธที
เดี
ยว กล่
าวคื
อท้
าวคั
นคากได้
พาบริ
วารอั
นมี
กบ
เขี
ยดและหมู
่
สั
ตว์
ไปต่
อสู
้
กั
บพญาแถน พญาแถนจึ
งเสกงู
ให้
มาจั
บพวกกบเขี
ยดกิ
น ท้
าวคั
นคากจึ
งจั
ด
ให้
เหยี่
ยว แร้
ง มาช่
วยกั
นกํ
าจั
ดงู
ฉะนั
้
นสั
ตว์
ดั
งกล่
าวจึ
งเป็
นศั
ตรู
กั
นตั
้
งแต่
นั
้
นมา
สิ
ริ
วั
ฒน์
คํ
าวั
นสา (2523 :: 47) ได้
กล่
าวถึ
งวรรณกรรมท้
าวผาแดงนางไอ่
ว่
า เกี่
ยวข้
องกั
บ
ความเชื่
อในประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟคื
อ เมื่
อถึ
งเดื
อนหกบุ
ญบั
้
งไฟได้
มี
ใบบอกไปย ั
งหั
วเมื
องต่
าง ๆ ที่
เป็
น
เมื
องบริ
วารให้
นํ
าบั
้
งไฟไปจุ
ดในงาน ท้
าวผาแดงซึ
่
งไม่
ไดั
รั
บใบบอกแต่
ทราบข่
าวจึ
งจั
ดบั
้
งไฟไปร่
วม
บุ
ญด้
วยจนเกิ
ดเป็
นตํ
านานความรั
กเป็
นวรรณกรรรมต่
อมา
พิ
ชั
ย น้
อยวั
ฒน์
(2523 : 50-61) ได้
กล่
าวถึ
งประวั
ติ
อํ
าเภอสุ
วรรณภู
มิ
จั
งหวั
ดร้
อยเอ็
ด ไว้
ว่
า
เป็
นเมื
องเก่
าแก่
ทางประวั
ติ
ศาสตร์
ในระยะเวลาต่
อมาได้
กลายเป็
นเมื
องร้
างว่
างจากผู
้
ปกครองเมื
อง
จนกระทั ่
งในช่
วงสมั
ยกรุ
งศรี
อยุ
ธยาตอนปลาย เจ้
าสร้
อยศรี
สมุ
ทรพุ
ทธางกู
รผู
้
ครองนครจํ
าปาศั
กดิ
์
ได้
สั ่
งให้
อาจารย์
แก้
วมาตั
้
งเมื
องทุ ่
ง ซึ
่
งต่
อมาได้
กลายเป็
นเมื
องสุ
วรรณภู
มิ
สื
บมา นอกจากนี
้
ได้
กล่
าวถึ
ง
หลั
กฐานทางโบราณคดี
สถานที่
หน้
าสนใจ และน่
าท่
องเที่
ยวของอํ
าเภอสุ
วรรณภู
มิ
เช่
น พระธาตุ
พระ
โมคคั
ลลาน์
บ่
อพั
นขั
นภู
่
พระโกนา และย ั
งกล่
าวถึ
งความสมานสามั
คคี
ในการรั
กษาขนบธรรมเนี
ยม
ประเพณี
อั
นดี
งามของชาวอํ
าเภอสุ
วรรณภู
มิ
โดยได้
มี
การจั
ดงานประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟเป็
นประจํ
าทุ
กปี
และในแต่
ละปี
มี
การประกวดบั
้
งไฟที่
สวยงาม
จารุ
วรรณ ธรรมวั
ตร (ม.ป.ป. : 10) กล่
าวถึ
งมู
ลเหตุ
การทํ
าบั
้
งไฟไว้
ดั
งนี
้
พญาแถนเป็
น
เทพยดาผู
้
มี
หน้
าที่
ควบคุ
มฟ้
าฝนให้
ตกต้
องตามฤดู
กาล หากทํ
าการเซ่
นบวงสรวงให้
พญาแถนพอใจ
ท่
านก็
จะอนุ
เคราะห์
ให้
การทํ
านาในปี
นั
้
นได้
ผลบริ
บู
รณ์
ตลอดจนบั
นดาลให้
ข้
าวปลาอาหารอุ
ดม
สมบู
รณ์
โดยเฉพาะอย่
างยิ ่
งหากหมู
่
บ้
านใดทํ
าบุ
ญบั
้
งไฟติ
ดต่
อกั
นมาถึ
งสามปี
ข้
าวปลาอาหารใน
หมู
่
บ้
านนั
้
นจะบริ
บู
รณ์
มิ
ได้
ขาด