Page 30 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

9
พระยาสั
จจาภิ
รมย์
(2507 : 104-106) ได้
กล่
าวถึ
งเรื่
องนาคไว้
ว่
า พระยานาคเป็
นโอรสของ
พระกั
สยปและนางกั
ทรุ
ที่
อาศั
ยอยู
เมื
องบาดาล นาคจะปรากฏตั
วในลั
กษณะที่
เป็
นงู
มี
หงอน มี
บทบาท
ในลั
กษณะต่
างๆ คื
อ เป็
นบั
ลลั
งก์
ให้
พระวิ
ษณุ
เป็
นเชื
อกผู
กเรื
อของท้
าวสั
ตยพรตและพระมนู
ไว้
กั
กระโดงปลาเมื่
อนํ
าท่
วมโลกและเป็
นเชื
อกพั
นภู
เขาเพื่
อกวนนํ
าอมฤต ในทางด้
านศาสนามุ
จริ
นทร์
นาคได้
ขดตั
วเป็
นแท่
นแล้
วแผ่
พั
งพานบั
งแดดฝนถวายแด่
พระพุ
ทธเจ้
จารุ
บุ
ตร เรื
องสุ
วรรณ (2519 : 153) เขี
ยนไว้
ในของดี
อี
สานที่
เกี่
ยวข้
องกั
บประเพณี
บั
งไฟว่
ในแง่
ยุ
ทธศาสตร์
นั
บว่
าบรรพบุ
รุ
ษชาวอี
สาน ท่
านฉลาดลํ
าจริ
ง ๆ กล่
าวคื
อการทํ
าบั
งไฟนั
นเท่
ากั
การเตรี
ยมพร้
อมที่
จะทํ
าศึ
กสงคราม เป็
นการฝึ
กฝนให้
ชาวบ้
านรู
จั
กวิ
ธี
การผลิ
ตดิ
นปื
นหรื
อดิ
นระเบิ
ความจริ
งบั
งไฟก็
คื
อ จรวจชนิ
ดหนึ
งนั
นเอง การจุ
ดบั
งไฟกั
นมาก ๆ ก็
เท่
ากั
บเป็
นการแสดงแสงยานุ
ภาพทางด้
านอาวุ
ธยุ
ทโธปกรณ์
ชาวอี
สานสามารถทํ
าบั
งไฟเป็
นกั
นทุ
กหมู
บ้
าน
เบญจมาส เกตุ
แก้
ว (2521 : 1) เขี
ยนถึ
งประเพณี
บุ
ญบั
งไฟไว้
ว่
าเป็
นประเพณี
ที่
สํ
าคั
ญของ
คนอี
สาน เพราะต่
างเชื่
อกั
นว่
าถ้
าไม่
ทํ
าประเพณี
นี
ฝนจะไม่
ตก ประเพณี
บั
งไฟสะท้
อนให้
เห็
นชี
วิ
ความเป็
นอยู
ของคนภู
มิ
ภาคแถบนนี
เป็
นอย่
างยิ ่
ง เพราะแสดงให้
เห็
นถึ
งการต่
อสู
สภาพภู
มิ
ศาสตร์
ที่
แห้
งแล้
งกั
นดารเพื่
อความอยู
รอดของชี
วิ
ต ทั
งย ั
งเป็
นงานบุ
ญที่
มี
ศาสนาที่
เกี่
ยวข้
องเป็
นการละเล่
นที่
สนุ
กสนานอย่
างหนึ
ง ปั
จจุ
บั
นความคิ
ดเรื่
องเทพเจ้
าเป็
นผู
บั
นดาลสิ
งต่
าง ๆ จะลดลงไป วิ
ทยาศาสตร์
และวิ
ทยาการใหม่
ๆ ได้
เข้
าสู
ดิ
นแดนอี
สานแต่
วิ
ทยาการใหม่
ๆ ก็
ช่
วยอะไรไม่
ได้
มาก โดยเฉพาะ
อย่
างยิ ่
งการขาดแคลนกํ
าลั
งเงิ
นในการแก้
ปั
ญหาของภาคนี
แต่
อย่
างไรก็
ตามประเพณี
นี
ก็
ย ั
งเป็
ประเพณี
ดั
งเดิ
มที่
เป็
นมรดกตกทอดสื
บมา สมควรที่
จะรั
กษาไว้
เพื่
อเป็
นเอกลั
กษณ์
ของอี
สานต่
อไป
คณะกรรมการกลุ
มโรงเรี
ยนมั
ธยมศึ
กษาตอนปลาย เขตการศึ
กษา 10 (2521 :
54) ได้
กล่
าวถึ
ประเพณี
ทํ
าบุ
ญบั
งไฟไว้
ว่
า ถื
อมาตั
งแต่
ศาสนาพราหมณ์
ยุ
คต้
นเป็
นประเพณี
สื
บต่
อกั
นมาตามตํ
านาน
ได้
กล่
าวไว้
ว่
า พญาแถนเป็
นเจ้
าของฝน เป็
นเทวดาผู
มี
หน้
าที่
ควบคุ
มฝนให้
ตกต้
องตามฤดู
กาล หากทํ
การเซ่
นสรวงบู
ชาให้
พญาแถนพอใจ ท่
านก็
จะได้
อนุ
เคราะห์
ให้
ฝนตก จากเรื่
องเล่
ากล่
าวไว้
ว่
า เมื
อง
พญาคั
นคาก (คางคก) เกิ
ดแห้
งแล้
งเลยสู
รบกั
นกั
บพญาแถน ผลปรากฏว่
าพญาแถนสู
ไม่
ได้
จึ
งตกลง
ทํ
าสั
ญญากั
นว่
าจะทํ
าบุ
ญบั
งไฟถวายแถน (ถวายพญาแถน)
ธวั
ช ปุ
ณโณทก (2522 : 237-247) ได้
กล่
าวถึ
งวรรณกรรมพุ
ทธศาสนาเรื่
องพญาคั
นคาก
(คางคก) ว่
า เป็
นความเชื่
อของชาวอี
สานที่
ใช้
ในพิ
ธี
กรรมขอฝนเช่
นเดี
ยวกั
บการแห่
บั
งไฟและมั
กจะ
ทํ
าควบคู
กั
นไป ในการเทศน์
เรื่
องพญาคั
นคากนั
นชาวบ้
านจั
ดพิ
ธี
ใหญ่
เริ ่
มต้
นจากการจั
ดสถานที่
และ
นิ
มนต์
พระสวดคาถาปลาค่
อ (ปลาช่
อน) วั
นละ 108 จบ 3 วั
น และนิ
มนต์
พระมาเทศน์
2 ธรรม
มาสน์
เรื่
องพญาคั
นคาก เนื
อเรื่
องกล่
าวถึ
งเจ้
าเมื
องอิ
นถะปั
ตถนครมี
โอรสออกมาผิ
วพรรณเหมื
อน
คางคกแต่
สี
เหลื
องเหมื
อนทองคํ
า (ฝนว่
านางเทวี
ประสู
ตกุ
มารน้
อยผิ
วพ่
างเนื
อคื
อโสมคั
นคาก แต่
ว่