Page 268 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

247
ขั
นตอนในการประกอบพิ
ธี
กรรม
การประกอบพิ
ธี
กรรมแซนโดนตาของชาวไทยเขมร ชาวบ้
านภู
มิ
ขนุ
นก็
ย ั
งคงแบ่
งออกเป็
2 ช่
วง คื
อ วั
นขึ
น 14 คํ
า และขึ
น 15 คํ
า เดื
อน 10 เรี
ยกว่
าวั
นเบ็
นตู
จ ซึ
งวั
นนี
เป็
นวั
นที่
มี
การ
ตระเตรี
ยมข้
าว ปลา อาหาร เพื่
อนํ
าไปทํ
าบุ
ญที่
วั
ดเท่
านั
น ย ั
งมิ
ได้
มี
การประกอบพิ
ธี
กรรม
ในวั
นแรม 14 คํ
า เดื
อน 10 ถึ
งวั
นแรม 15 คํ
า เดื
อน 10 เรี
ยกว่
เบ็
นทม
ในช่
วงวั
เวลาเหล่
านี
จะมี
การเริ
มตระเตรี
ยมเครื่
องเซ่
นไหว้
และเครื่
องบู
ชาให้
พร้
อม เครื่
องเซ่
นไหว้
มี
การ
ตระเตรี
ยมตั
งแต่
วั
นแรม 14 คํ
า เป็
นต้
นมาจนถึ
งวั
นแรม 15 คํ
า ก็
จะได้
มี
การจู
น จนถึ
งวั
นแรม 15
คํ
า ซึ
งถื
อเป็
นวั
นจู
นโดนตา ชาวบ้
านในแต่
ละครอบครั
วจะนํ
าสิ
งของไปจู
นโดนตาบ้
านพ่
อแม่
สามี
ของตน ซึ
งจะทํ
าติ
ดต่
อกั
นเป็
นเวลา 3 ปี
และนํ
าไปให้
ญาติ
พี่
น้
องที่
เคารพนั
บถื
อตลอดจนครู
บา
อาจารย์
ที่
เป็
นผู
มี
พระคุ
ณ เช่
น ครู
เป่
า จากการสั
มภาษณ์
นายสงค์
เรื
องใจ อายุ
63 ปี
ซึ
เป็
นครู
เป่
า ชาวบ้
านภู
มิ
ขนุ
นให้
ความเคารพศรั
ทธาในฐานะเป็
นหมอแผนโบราณสามารถรั
กษาโรค
ต่
างๆ ให้
ชาวบ้
านตั
งแต่
สมั
ยอดี
ตจนปั
จจุ
บั
นได้
เช่
น รั
กษาโรคกระดู
ก โรคซาง เป็
นต้
น ในวั
จู
นโดนตาชาวบ้
านในหมู
บ้
านส่
วนใหญ่
จะนํ
าข้
าวของมาจู
นโดนตาที่
บ้
านครู
เป่
าเป็
นจํ
านวนมาก
เพื่
อเป็
นการแสดงความกตั
ญ�ู
และระลึ
กถึ
งพระคุ
ณที่
ครู
เป่
าช่
วยรั
กษาโรคให้
กั
บพวกตน
เมื่
อถึ
งเวลาประมาณ 16.00 น. ก็
จะมี
การประกอบพิ
ธี
การแซนโดนตา โดยลู
กหลานจะทํ
การประกอบพิ
ธี
เซ่
นไหว้
บรรพบุ
รุ
ษและเรี
ยกวิ
ญญาณบรรพบุ
รุ
ษมารั
บเครื่
องเซ่
นไหว้
ที่
ลู
กหลานได้
จั
ดเตรี
ยมไว้
ให้
นั
โดยผู
อาวุ
โสในครอบครั
วจะเป็
นผู
นํ
าในการประกอบพิ
ธี
กรรมด้
วยการขาน
เรี
ยกชื่
อ นามสกุ
ลของผู
ที่
ได้
ล่
วงลั
บไปแล้
วพร้
อม ๆ กั
บการหยาดนํ
า (กรวดนํ
า) หรื
อสุ
รา ซึ
งเป็
การอั
ญเชิ
ญให้
วิ
ญญาณบรรพบุ
รุ
ษมากิ
นอาหารเครื่
องเซ่
นไหว้
เหล่
านั
น ในเวลานั
นก็
จะเอาธู
เที
ยน มาจุ
ดเพื่
อเป็
นการนํ
าทางให้
วิ
ญญาณกลั
บมาถึ
งบ้
านหรื
อครอบครั
วของตนได้
ถู
กต้
องแม่
นย ํ
บางครอบครั
วจะประกอบพิ
ธี
กรรมเช่
นนี
บ่
อยๆ หลายครั
ง แต่
บางครอบครั
วจะทํ
าเพี
ยง 3 ครั
คื
อ 4 โมงเย็
น , 6 โมงเย็
น และก่
อนไปวั
ดอี
ก 1 ครั
ง (สั
มภาษณ์
นายสมี
พรมประวั
ติ
และนาย
สุ
พั
น แหวนวงศ์
ผู
ใหญ่
บ้
านภู
มิ
ขนุ
น) พอถึ
งเวลาประมาณ 20.00 น. ลู
กหลานจะเรี
ยกโดนตาให้
ทํ
าการอาบนํ
า ชํ
าระล้
างร่
างกาย ใส่
เสื
อผ้
าที่
ตระเตรี
ยมไว้
ให้
หวี
ผม ประแป้
งให้
สวยงาม เพื่
เตรี
ยมตั
วไปวั
ดเพื่
อฟั
งเทศน์
ฟั
งธรรมด้
วยกั
นที่
วั
ด หลั
งจากเสร็
จพิ
ธี
แล้
วก็
เดิ
นทางกลั
บบ้
าน พอรุ
งเช้
ของวั
นรุ
งขึ
นเวลาประมาณ 04.00 น. พระที่
วั
ดจะตี
กลองส่
งสั
ญญาณให้
ชาวบ้
านพร้
อมที่
จะแห่
บาย
ตะบั
ดตะโบลไปที่
วั
ดพร้
อมๆ กั
นทุ
กครอบครั
ว ซึ
งแต่
ละครอบครั
วมี
ความเชื่
อว่
าจะไม่
เข้
าร่
วมพิ
ธี
ตอนนี
ไม่
ได้
ถ้
าใครไม่
เข้
าร่
วมจะถู
กชาวบ้
านด้
วยกั
นตํ
าหนิ
และโดนตาจะสาปแช่
งไม่
ให้
มี
ความ
เจริ
ญรุ
งเรื
อง สิ
งของที่
บรรจุ
อยู
ในภาชนะหรื
อในบายตะบั
ดตะโบล สิ
งที่
ได้
รั
บผลกระทบและมี
การ
เปลี่
ยนแปลงไปในปั
จจุ
บั
นก็
คื
อภาชนะที่
ใช้
บรรจุ
สิ ่
งของ ซึ
งสมั
ยก่
อนจะใช้
กระเฌอที่
สานจากไม้
ไผ่