Page 269 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

248
หรื
อหวาย แต่
ปั
จจุ
บั
นนิ
ยมใช้
ภาชนะที่
ผลิ
ตขึ
นจากพลาสติ
กในรู
ปของ ตะกร้
า หรื
อถั
ง (วิ
จิ
ตรา
เอติ
ย ั
ติ
. 2550 :
สั
มภาษณ์
) ชาวบ้
านจะทํ
าการแห่
บายตะบั
ดตะโบลรอบโบสถ์
3 รอบ ซึ
งใน
ขั
นตอนพิ
ธี
กรรมนี
ผู
วิ
จั
ยได้
เห็
นว่
าผู
เข้
าร่
วมพิ
ธี
กรรมจะมี
ทั
งเด็
ก ผู
ใหญ่
ผู
ชรา ทุ
กเพศทุ
กวั
ยพร้
อมใจ
กั
นมาเข้
าพิ
ธี
อย่
างอุ ่
นหนาฝาคั ่
ง เต็
มไปด้
วยกลิ ่
นอายของความตั
งใจจริ
ง และมี
ความสุ
ข ถึ
งแม้
ว่
ขณะประกอบพิ
ธี
นั
นจะมี
ฝนตกก็
ตาม ทุ
กคนต่
างทํ
าหน้
าที่
ของตนอย่
างตั
งอกตั
งใจไม่
มี
ใครคอยหนี
จึ
งทํ
าให้
เห็
นได้
ว่
าไม่
มี
สิ ่
งใดที่
จะมาขั
ดขวางหรื
อทํ
าให้
ความศรั
ทธานี
เสื่
อมคลายหรื
อลบเลื
อนไปจาก
ใจชาวบ้
านภู
มิ
ขนุ
นได้
หลั
งจากเสร็
จพิ
ธี
ชาวบ้
านก็
จะทยอยกั
นกลั
บบ้
านเพื่
อตระเตรี
ยมข้
าวปลา
อาหารมาตั
กบาตร ฟั
งเทศน์
และพระเจริ
ญพระพุ
ทธมนต์
เป็
นอั
นเสร็
จพิ
ธี
แนวโน้
มการดํ
ารงคงอยู
ของประเพณี
แซนโดนตา
ประเพณี
แซนโดนตาของชาวเขมรในปั
จจุ
บั
นมี
แนวโน้
มการดํ
ารงคงอยู
ทั
งในด้
านความเชื่
ความศรั
ทธา ค่
านิ
ยม องค์
ประกอบของพิ
ธี
กรรม และขั
นตอนในการประกอบพิ
ธี
ซึ
งในปั
จจุ
บั
ย ั
งมี
การปฏิ
บั
ติ
เป็
นประจํ
าทุ
กปี
อย่
างต่
อเนื่
อง ผู
วิ
จั
ยได้
สั
มภาษณ์
นายสุ
พั
น แหวนวงศ์
ผู
ใหญ่
บ้
าน
ภู
มิ
ขนุ
น (
2550 :
สั
มภาษณ์
) และนายเผื
อก ศรี
สุ
วรรณ (
2550 :
สั
มภาษณ์
) ผู
ช่
วยผู
ใหญ่
บ้
าน ตํ
าบล
โสน อํ
าเภอขุ
ขั
นธ์
จั
งหวั
ดศรี
สะเกษ ได้
กล่
าวว่
าประเพณี
แซนโดนตาย ั
งมี
การดํ
ารงคงอยู
ในปั
จจุ
บั
โดยเฉพาะหมู
บ้
านภู
มิ
ขนุ
นซึ
งชาวบ้
านมี
ความยึ
ดมั
นถื
อมั
นปฏิ
บั
ติ
สื
บทอดต่
อกั
นมาเรื่
อยๆ เพราะ
ชาวบ้
านทุ
กคนที่
เกิ
ดมาก็
เห็
นการประกอบพิ
ธี
กรรมนี
แล้
ว จึ
งทํ
าให้
ลู
กหลานไม่
สามารถที่
จะละเลย
หรื
อวางเฉย การประกอบพิ
ธี
กรรมนี
ได้
เพราะถ้
าไม่
ทํ
าก็
จะทํ
าให้
วิ
ญญาณบรรพบุ
รุ
ษไม่
ได้
รั
บส่
วน
บุ
ญส่
วนกุ
ศลและจะพากั
นสาปแช่
งลู
กหลาน ชาวบ้
านมี
ความเชื่
อว่
าไม่
มี
บุ
ญใดที่
ยิ ่
งใหญ่
กว่
าบุ
จากการแซนโดนตาถึ
งแม้
ว่
าในปั
จจุ
บั
นนี
สั
งคมจะมี
การเปลี่
ยนแปลงไปตามยุ
คสมั
ยซึ
งได้
รั
บอิ
ทธิ
พล
ในการเปลี่
ยนแปลงของกระแสวั
ฒนธรรมและวิ
ถี
ชี
วิ
ตเศรษฐกิ
จกั
บการค้
าที่
พยายามทํ
าทุ
กอย่
าง ให้
กลายเป็
นสิ
นค้
า ในบางท้
องถิ ่
นในยุ
คที่
สั
งคมต้
องแก่
งแย่
งแข่
งขั
น เอารั
ดเอาเปรี
ยบ ปากกั
ดตี
นถี
พิ
ธี
กรรมต่
างๆ ถู
กทํ
าให้
สํ
าเร็
จรู
ปมากขึ
น บางท้
องถิ ่
นก็
หั
นไปรั
บวั
ฒนธรรมของชนกลุ
มอื่
นแทน
พิ
ธี
กรรมที่
แสดงออกถึ
งจิ
ตวิ
ญญาณอั
นสู
งส่
งละผู
กพั
นกั
บธรรมชาติ
ของท้
องถิ ่
นจึ
งมี
ความหมาย
น้
อยลง แต่
จากผลการวิ
จั
ยพบว่
า ชาวบ้
านภู
มิ
ขนุ
น ตํ
าบลโสน อํ
าเภอขุ
ขั
นธ์
จั
งหวั
ดศรี
สะเกษ
ย ั
งมี
การปฏิ
บั
ติ
สื
บทอดประเพณี
แซนโดนตาอย่
างมี
ความสมบู
รณ์
ครบถ้
วนทุ
กประการ ถู
กต้
องตาม
พิ
ธี
กรรมที่
มี
มาเนิ
นนานตั
งแต่
โบราณกาลของชาวเขมร ซึ
งเป็
นความเชื่
อที่
เก่
าแก่
และปฏิ
บั
ติ
กั
นมา
จนถึ
งปั
จจุ
บั
น ชาวบ้
านเชื่
อว่
าประโยชน์
ที่
ได้
รั
บจากการปฏิ
บั
ติ
ตามประเพณี
นี
ทํ
าให้
ชนรุ
นหลั
รู
จั
กการมี
ความกตั
ญ�ู
ต่
อผู
มี
พระคุ
ณมี
การสื
บสานพระพุ
ทธศาสนา มี
จารี
ตประเพณี
และวั
ฒนธรรม