Page 266 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

245
จากการสั
มภาษณ์
นางแสงเที
ยน นามบุ
ตร (
2550 :
สั
มภาษณ์
) อยู
บ้
านเลขที่
46 หมู
3
ตํ
าบลดงรั
ก อํ
าเภอกู
สิ
งห์
จั
งหวั
ดศรี
สะเกษ อายุ
45 ปี
เป็
นลู
กสาวคนที่
6 ของนางเนี
ยม เอมโอด
(
2550 :
สั
มภาษณ์
) อยู
บ้
านเลขที่
20 หมู
23 บ้
านภู
มิ
ขนุ
น ตํ
าบลโสน อํ
าเภอขุ
ขั
นธ์
จั
งหวั
ดศรี
สะ
เกษ อายุ
80 ปี
ซึ
งคุ
ณแสงเที
ยนได้
แต่
งงานแยกครอบครั
วไปอยู
บ้
านสามี
ที่
ต่
างอํ
าเภอ แต่
ในวั
นนี
ได้
เดิ
นทางกลั
บมาบ้
านเกิ
ดเพื่
อเข้
าร่
วมพิ
ธี
แซนโดนตาพร้
อมกั
บญาติ
ๆ ฝ่
ายของตนเองเป็
นประจํ
าทุ
ปี
และผู
วิ
จั
ยได้
สั
มภาษณ์
นายสมิ
ธ ศรี
เลิ
ศ (
2550 :
สั
มภาษณ์
) อายุ
26 ปี
เป็
นลู
กชายคนเล็
กใน
จํ
านวน 5 คน ได้
ไปทํ
างานที่
กรุ
งเทพฯ เป็
นเวลา 10 ปี
กว่
าปี
แล้
ว และวั
นนี
ได้
ลาพั
กร้
อนกลั
บมา
บ้
านเกิ
ดเพื่
อเข้
าร่
วมพิ
ธี
นี
โดยเฉพาะ และขณะนี
ได้
แต่
งงานแล้
วซึ
งได้
พาภรรยามาจู
นโดนตาที่
บ้
าน
ของตนด้
วย และต้
องทํ
าเช่
นนี
ติ
ดต่
อกั
นเป็
นเวลา 3 ปี
นายสมิ
ธ ศรี
เลิ
ศ เล่
าให้
ฟั
งว่
าส่
วนมาก
จะต้
องกลั
บมาเข้
าพิ
ธี
แทบทุ
กปี
ซึ
งถื
อว่
าเป็
นการสื
บทอดประเพณี
ลู
กๆ ทุ
กคนในครอบครั
วศรี
เลิ
มี
ความสํ
านึ
กในประเพณี
แซนโดนตาเป็
นอย่
างมาก เพราะได้
รั
บการปลู
กฝั
งมาตั
งแต่
สมั
ยเป็
นเด็
กๆ
นอกจากนั
นผู
วิ
จั
ยได้
สั
มภาษณ์
เด็
กวั
ยรุ
นสมั
ยใหม่
กลุ
มหนึ
งซึ
งมี
อายุ
ประมาณ 15
17 ปี
ซึ
งจั
ดเป็
เยาวชนในยุ
คสมั
ยใหม่
ที่
มี
การเปลี่
ยนแปลงในปั
จจุ
บั
นนี
แต่
วั
ยรุ ่
นกลุ
มนี
ก็
ย ั
งยึ
ดถื
อปฏิ
บั
ติ
ประเพณี
นี
อย่
างเคร่
งครั
โดยนํ
าสิ
งของไปจู
นโดนตาที่
บ้
านแม่
สามี
ซึ
งยึ
ดถื
อปฏิ
บั
ติ
กั
นมาจนถึ
งทุ
กวั
นนี
ไม่
ว่
าจะ
เกิ
ดผลกระทบของสั
งคมไปในทิ
ศทางไหนก็
ตาม ซึ
งถื
อว่
าเป็
นวั
นรวมญาติ
และบรรดาเพื่
อนสนิ
ทได้
มี
โอกาสกลั
บมาพบปะสั
งสรรค์
กั
นอี
กครั
งหนึ
ถึ
งแม้
ปั
จจุ
บั
นกระแสสั
งคมสมั
ยใหม่
ในยุ
คโลกาภิ
วั
ตน์
ทํ
าให้
มี
ผลกระทบมี
การเปลี่
ยนแปลงไป แต่
โดยส่
วนใหญ่
ก็
ย ั
งมี
หลงเหลื
อให้
เห็
นอยู
บ้
าง ใน
คนรุ ่
นเก่
าที่
ย ั
งคงอนุ
รั
กษ์
ประเพณี
และความเชื่
อดั
งเดิ
มของพิ
ธี
กรรมนี
อยู
ถึ
งแม้
ว่
าคนรุ
นใหม่
จะ
เปลี่
ยนค่
านิ
ยมไปเกื
อบหมด แต่
ก็
ย ั
งมี
การผสมผสานความเชื่
อดั
งเดิ
มกั
บค่
านิ
ยมสมั
ยใหม่
และความ
เจริ
ญทางด้
านวั
ตถุ
ที่
ได้
เข้
ามาในท้
องถิ
นในปั
จจุ
บั
นมากขึ
น แต่
ถึ
งอย่
างไรก็
ตามชาวบ้
าน ตํ
าบลโสน
ก็
ย ั
งมี
การปลู
กฝั
งความเชื่
อ และมี
การสื
บทอดประเพณี
นี
ไปสู
รุ ่
นลู
กหลานในสั
งคมปั
จจุ
บั
น โดย
ลู
กหลานจะมี
โอกาสได้
พบเห็
นและเข้
าร่
วมพิ
ธี
นั
นพร้
อมๆ กั
บพ่
อแม่
ปู
ย่
า ตายาย ขณะที่
ย ั
งมี
ชี
วิ
อยู
ตั
งแต่
เกิ
ดมาจึ
งทํ
าให้
ประเพณี
นี
ซึ
มซาบเข้
าไปในจิ
ตสํ
านึ
กของเด็
กรุ
นใหม่
บางคนอาจมองว่
าทํ
อะไรงมงายทํ
าให้
สิ
นเปลื
อง โดยไม่
มี
ประโยชน์
หรื
อสู
ญเปล่
า ภู
ตผี
ปี
ศาจไม่
ได้
มี
จริ
งทุ
กสิ ่
งเป็
นการ
สมมติ
เหลวไหลทั
งสิ
น ความสิ
นเปลื
องทั
งหมดในการประกอบพิ
ธี
กรรมนี
แต่
ก็
มิ
ได้
ทํ
าให้
ลู
กหลาน
ล้
มละลายอย่
างแน่
นอน ทุ
กคนต่
างยิ
นดี
และมี
ความเต็
มใจที่
จะแสวงหาสิ
งของเครื่
องเซ่
นที่
บรรพ
บุ
รุ
ษเคยโปรกปรานมาเตรี
ยมไว้
อย่
างเต็
มที่
ภายหลั
งจากที่
ส่
งวิ
ญญาณท่
านเหล่
านั
นกลั
บแล้
ลู
กหลานก็
สามารถนํ
าอาหารเหล่
านี
มาเลี
ยงสั
งสรรค์
ร่
วมรั
บประทานกั
นได้
ซึ
งถื
อเป็
นการรวมญาติ
อี
กครั
งหนึ
ง อาหารดั
งกล่
าวนั
นถื
อว่
าเป็
นอาหารมงคลที่
บรรพบุ
รุ
ษปู
ย่
า ตา ยาย ได้
มอบไว้