187
เป็
ด ไก่
นก ฯลฯ สถาบั
นครอบครั
วในอดี
ตของชาวไทยเขมร จะอาศั
ยอยู
่
ร่
วมกั
นคื
อ ตายาย ลุ
งป้
า
น้
าสาวน้
าเขย พ่
อแม่
ลู
กหลาน เป็
นครอบครั
วใหญ่
ตั
วบ้
านเรื
อนจะอยู
่
ในที่
ดิ
นของฝ่
ายหญิ
ง การ
เลี
้
ยงดู
บุ
ตรหลานชายหญิ
ง จะแตกต่
างกั
นในรายละเอี
ยด เช่
น เด็
กชายจะได้
รั
บการฝึ
กให้
ทํ
างานนอก
บ้
าน เด็
กหญิ
งจะได้
รั
บการสั
่
งสอนให้
ทํ
างานในบ้
าน
ส่
วนการเปลี่
ยนแปลงต่
าง ๆ เป็
นไปตามการ
เปลี่
ยนแปลงของสั
งคมไทยในปั
จจุ
บั
นคนไทยเขมรส่
วนใหญ่
มี
พฤติ
กรรมการบริ
โภคที่
นิ
ยมบริ
โภค
ซื
้
ออาหารสํ
าเร็
จรู
ป อาหารกล่
องในลั
กษณะกึ
่
งสํ
าเร็
จรู
ป และอาหารถุ
งจากท้
องตลาดที่
มี
ให้
เลื
อก
อย่
างมากมายหลากหลายตามท้
องตลาด ในงานบุ
ญหรื
องานเฉลิ
มฉลองจะนิ
ยมเลี
้
ยงอาหารจี
น
มากกว่
าอาหารพื
้
นเมื
อง นอกจากนี
้
อาหารของกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
ไทยลาว หรื
ออี
สานเหนื
อก็
มี
อิ
ทธิ
พลต่
อ
การบริ
โภคมาก สํ
าหรั
บเครื่
องนุ
่
งห่
มนั
้
นย ั
งคงนิ
ยมใช้
ผ้
าไหมและสวมใส่
ตามสมั
ยนิ
ยม สํ
าหรั
บการ
ไปร่
วมงานบุ
ญประเพณี
หรื
อพิ
ธี
ต่
าง ๆ แต่
วั
ยรุ
่
นก็
ย ั
งนิ
ยมใช้
เครื่
องแต่
งกายจากส่
วนกลาง (กรุ
งเทพ)
กลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
ไทยเขมรเริ
่
มที่
จะต่
อเติ
มและก่
อสร้
างบ้
านเรื
อนตามแบบสมั
ยนิ
ยม คื
อใช้
คอนกรี
ตแทน
ไม้
มี
การกั
้
นห้
องจั
ดทํ
าบ้
าน
2
ชั
้
น และทํ
าโรงเรื
อนชั
่
วคราวแยกออกไว้
วางที่
ทอผ้
า ทํ
าครั
ว เป็
นคอก
วั
วควาย หรื
อเก็
บของ ฯลฯ ในปั
จจุ
บั
นโครงสร้
างครอบครั
วและเครื
อญาติ
ของชาวไทยเขมรบ้
านภู
มิ
ขนุ
นส่
วนมากจะกลายเป็
นครอบครั
วเดี่
ยว นิ
ยมทํ
ารั
้
วบ้
านกั
้
นเขตแดน
การแต่
งงานยึ
ดถื
อสมั
ยใหม่
จั
ดพิ
ธี
ให้
ย่
อ ๆ แต่
ให้
ความสํ
าคั
ญกั
บการจั
ดเลี
้
ยง ซึ
่
งใช้
เวลาใช้
เงิ
นใช้
ทรั
พยากรอื่
น ๆ มากขึ
้
น ค่
านิ
ยม
สํ
าหรั
บเด็
ก ๆ วั
นรุ ่
นปั
จจุ
บั
นจะไม่
กลั
บมาทํ
านา เพราะคนกลุ
่
มนี
้
เห็
นว่
าการทํ
านาเห็
นผลได้
เงิ
นช้
า
กว่
าไปรั
บจ้
างที่
ได้
เงิ
นทุ
กเดื
อน ผลจากการไปขายแรงงานต่
างถิ
่
น ก่
อให้
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงภายใน
ครอบครั
ว
โดยเฉพาะในเรื่
องเครื่
องอํ
านวยความสะดวกภายในบ้
าน เช่
น พั
ดลม ตู
้
เย็
น โทรทั
ศน์
หม้
อหุ
งข้
าวไฟฟ้
า หรื
อบางคนที่
ไปทํ
างานต่
างประเทศสามารถปลู
กสร้
างบ้
านใหม่
ก็
มี
(
บุ
ญย ั
ง หมั
่
น
ดี
. 2536)
การจั
ดสภาพแวดล้
อมของบ้
านและชุ
มชน มี
การเปลี่
ยนแปลงเร็
วมาก ภาษาเขมรใน
ปั
จจุ
บั
นกลายเป็
นภาษาที่
สอง จากเดิ
มเป็
นภาษาแม่
เพราะในปั
จจุ
บั
น คนส่
วนใหญ่
มี
ค่
านิ
ยมที่
จะพู
ด
และใช้
ภาษาไทย ซึ
่
งภาษาเป็
นตั
วเชื่
อมโยงสู
่
วั
ฒนธรรมประเพณี
จึ
งทํ
าให้
คนยุ
คใหม่
ให้
ความสํ
าคั
ญ
กั
บศิ
ลปวั
ฒนธรรม และประเพณี
ดั
้
งเดิ
มน้
อยลง คงเหลื
อแต่
ความเชื่
อและประเพณี
ที่
สํ
าคั
ญ ๆ เท่
านั
้
น
เช่
นประเพณี
แซนโดนตา เป็
นต้
น
โครงสร้
างครอบครั
วและระบบเครื
อญาติ
ของชาวไทยเขมรบ้
านภู
มิ
ขนุ
นตํ
าบลโสน
อํ
าเภอขุ
ขั
นธุ
์
จั
งหวั
ดศรี
สะเกษ เป็
นสั
งคมเกษตรกรรมชาวบ้
านมี
อาชี
พทํ
านาเป็
นหลั
กในสมั
ยก่
อน
แต่
ละครอบครั
วจะนิ
ยมมี
ลู
กมาก ๆ เพื่
อเป็
นกํ
าลั
งสํ
าคั
ญในการทํ
านา สมาชิ
กในครอบครั
ว
ประกอบด้
วยปู
่
ยา ตา ยาย ลุ
ง ป้
า น้
า อา ลู
กหลาน เหลน และผู
้
อาศั
ยคนอื่
น ๆ ที่
เป็
นเครื
อญาติ
จาก
หมู
่
บ้
านอื่
น ๆ อาศั
ยอยู
่
ในครอบครั
วเดี
ยวกั
นเป็
นครอบครั
วใหญ่
มี
ความสั
มพั
นธ์
ทางครอบครั
วที่
ใกล้
ชิ
ด สนิ
ทสนมพึ
่
งพาอาศั
ยซึ
่
งกั
นและกั
น รู
้
จั
กกั
นทั
้
งหมู
่
บ้
าน ชาวบ้
านภู
มิ
ขนุ
นมี
ความเคารพนั
บ