Page 158 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

137
ด้
วย การขยายธุ
รกิ
จ บ้
านจั
ดสรร ทํ
าให้
มี
การซื
อที่
ดิ
นอั
นเหมาะสมในการทํ
าการเกษตร ไปใช้
ปลู
บ้
านจั
ดสรร มี
การใช้
เครื่
องจั
กรขนาดใหญ่
ขุ
ดดิ
นจากไร่
นาซึ
งเป็
นดิ
นอั
นอุ
ดมสมบู
รณ์
ไปด้
วยปุ
ย ไป
ถมพื
นที่
ก่
อสร้
างหมู
บ้
านจั
ดสรร ทํ
าให้
ดิ
นในที่
นาสู
ญเสี
ยความอุ
ดมสมบู
รณ์
พื
นที่
เกษตรที่
เหมาะสม
ลดน้
อยลง ทํ
าให้
ไม่
สามารถเพาะปลู
กพื
ชพรรณชนิ
ดต่
าง ๆได้
ดั
งเดิ
ม ผลกระทบด้
านลบที่
สํ
าคั
ญ คื
พื
นที่
ป่
าไม้
ถู
กทํ
าลายจํ
านวนมาก
ความเจริ
ญในด้
านไฟฟ้
าและเทคโนโลยี
เริ
มเปลี่
ยนวิ
ถี
ชี
วิ
เกษตรกรรมของชาวอี
สาน ทํ
าให้
รู
จั
กโรงสี
ข้
าวมากกว่
าการตํ
าข้
าวเพื่
อใช้
บริ
โภค การเปลี่
ยนแปลง
ดั
งกล่
าวมี
ผลทํ
าให้
เกิ
ดชนชั
นเศรษฐกิ
จใหม่
คื
อพ่
อค้
านายทุ
นซึ
งส่
วนมากเป็
นคนจี
น ในชุ
มชนนั
น ๆ
และบรรดาข้
าราชการที่
ผู
กขาดผลประโยชน์
ในระบบการเงิ
น ระบบสหกรณ์
เข้
ามามี
บทบาทสํ
าคั
มากขึ
นในหมู
บ้
าน ย ั
งผลให้
วิ
ถี
เกษตรกรรมของชุ
มชนอี
สานปรั
บตั
วตามกระแสโลกาภิ
วั
ฒน์
กระแส
เศรษฐกิ
จทุ
นนิ
ยมมากขึ
น อย่
างไรก็
ดี
ในด้
านการปรั
บตั
วของชาวอี
สานควรมี
การปรั
บตั
วให้
ผสม
กลมกลื
นกั
บสภาพการเปลี่
ยนแปลงของสั
งคมไทยในปั
จจุ
บั
นให้
เหมาะสมกั
บวิ
ถี
การดํ
าเนิ
นชี
วิ
ความเชื่
อ ความเลื่
อมใส และจุ
ดมุ
งหมาย
แนวปฏิ
บั
ติ
ดั
งเดิ
มของงานประเพณี
บุ
ญบั
งไฟเป็
นประเพณี
อี
สาน ได้
สื
บทอดมาจากโบราณ
และมี
วิ
วั
ฒนาการมาเรื่
อย ๆ การจุ
ดบั
งไฟเพื่
อบอกกล่
าวเทวดาฟ้
าดิ
นให้
ประทานนํ
าฝนลงมาให้
ชุ
มฉํ
เพื่
อให้
ชาวบ้
านได้
ประกอบอาชี
พการเกษตรได้
บุ
ญบั
งไฟนิ
ยมทํ
ากั
นในเดื
อนหก ถื
อเป็
นประเพณี
สํ
าคั
ญที่
จะขาดไม่
ได้
เพราะตั
งแต่
โบราณจนถึ
งปั
จจุ
บั
นชาวอี
สานมี
ความเชื่
อว่
า เทพเป็
นผู
ให้
ฟ้
าให้
ฝน
ตกต้
องตามฤดู
กาล ในสมั
ยก่
อนชาวบ้
านมี
ความเชื่
อถื
อว่
าถ้
าบ้
านใดบู
ชาไฟ เชื่
อว่
าบ้
านนั
นจะประสบ
แต่
โชคดี
ปราศจากโรคภั
ย และมี
ความอุ
ดมสมบู
รณ์
แต่
ถ้
าปี
ใดไม่
จั
ดงานบุ
ญบั
งไฟ ฟ้
าฝนก็
จะไม่
ตก
ต้
องตามฤดู
กาล เกิ
ดความแห้
งแล้
ง ไม่
อุ
ดมสมบู
รณ์
ตามตํ
านานความเชื่
อเดิ
มเรื่
องผาแดง-นางไอ่
จะ
ทํ
าบั
งไฟเพื่
อใช้
แข่
งขั
นเดิ
มพั
นโดยเอานางไอ่
ผู
ซึ
งเป็
นลู
กสาวเป็
นเดิ
มพั
น (ซึ
งจากตํ
านานความเชื่
ดั
งกล่
าวนี
ชาวบ้
านในท้
องถิ
นไม่
ว่
าจะเป็
นผู
อาวุ
โส วั
ยหนุ
มสาว เด็
กวั
ยรุ
น หรื
อเด็
ก ๆ ในท้
องถิ
น ก็
มี
ความรู
ในความเชื่
อนี
) และต่
อมาก็
ได้
มี
การประกวดประชั
นกั
นมากกว่
า การทํ
าบั
งไฟแต่
เดิ
มนั
นมี
การ
ทํ
าง่
าย ๆ โดยใช้
ทั
กษะภู
มิ
ปั
ญญาของชาวบ้
าน และช่
างบั
งไฟ ซึ
งเป็
นผู
ทํ
าบั
งไฟก่
อนทํ
าจะต้
องมี
พิ
ธี
กรรมบวงสรวงให้
ถู
กต้
องตามหลั
กการทํ
าบั
งไฟเสี
ยก่
อนจึ
งจะลงมื
อทํ
า ในช่
วงที่
มี
การจุ
ดบั
งไฟ
นั
บเป็
นช่
วงตื่
นเต้
นและสนุ
กสนาน โดยเฉพาะช่
างบั
งไฟจะต้
องลุ
นมากกว่
าใคร เพราะหากบั
งไฟไม่
ขึ
นก็
จะถู
กโยนลงบ่
อโคลนนั
ยว่
าเพื่
อเป็
นการลงโทษ