117
เปรตจํ
าพวกที่
4 นี
้
เอง ที่
ชาวบ้
านต้
องทํ
า “บุ
ญแซนโดนตา” อุ
ทิ
ศส่
วนกุ
ศลไปให้
โดยหวั
ง
ว่
าผลบุ
ญกุ
ศลที่
ทํ
าไปนั
้
นจะส่
งผลให้
ญาติ
พี่
น้
องของตนเองหลุ
ดพ้
นจากการเป็
นเปรต และไปเกิ
ดเป็
น
สั
ตว์
อื่
นที่
สู
งขึ
้
นกว่
าเดิ
ม ต่
อมาจึ
งขยายผลไปถึ
งเปรตจํ
าพวกอื่
นๆด้
วย ซึ
่
งชาวบ้
านจะใช้
คํ
าว่
า “บรรพ
บุ
รุ
ษและบุ
คคลที่
ล่
วงลั
บไปแล้
ว” เพื่
อให้
ได้
ความหมายที่
กว้
างขึ
้
น นอกจากนั
้
น เหตุ
ที่
ทํ
าบุ
ญกั
นใน
เดื
อนนี
้
ก็
เพราะว่
า ในตอนกลางคื
น พระจั
นทร์
จะอั
บแสง มี
แสงสลั
วและมื
ดกว่
าเดื
อนอื่
น ๆ (นั
ยว่
า
พวกเปรตนี
้
กลั
วความสว่
างมาก ทั
้
งในเวลากลางวั
นและกลางคื
น) โดยถู
กลงทั
ณฑ์
ทรมาน ให้
ขึ
้
นมา
ปะปนกั
บมนุ
ษย์
บนโลก เพื่
อเยี่
ยมเยื
ยนญาติ
พี่
น้
องและรอรั
บส่
วนบุ
ญ ทั
้
งจากญาติ
พี่
น้
องและบุ
คคล
อื่
น โดยผ่
านพิ
ธี
กรรมการทํ
าบุ
ญอุ
ทิ
ศไปให้
สิ ่
งที่
น่
าสนใจก็
คื
อคํ
าว่
า โดนตา ของชาวเขมร เป็
นการ
แสดงให้
เห็
นถึ
งโครงสร้
างทางสั
งคมในระบบครอบครั
วที่
นั
บถื
อญาติ
ทางมารดา (matrilineal society
- การที่
ผู
้
หญิ
งเป็
นใหญ่
ในสั
งคม) แม้
ว่
าสั
งคมไทยในปั
จจุ
บั
นส่
วนใหญ่
จะเป็
นสั
งคมที่
นั
บถื
อญาติ
ทั
้
ง
สองฝ่
าย คื
อทั
้
งบิ
ดาและมารดา แต่
เนื่
องจากแนวปฏิ
บั
ติ
เมื่
อแต่
งงานแล้
ว การตั
้
งครอบครั
วใหญ่
มั
กจะมาอยู
่
ทางฝ่
ายหญิ
ง จึ
งทํ
าให้
สายสั
มพั
นธ์
ในระบบเครื
อญาติ
เอี
ยงมาทางฝ่
ายหญิ
งมากกว่
า
ความสั
มพั
นธ์
ชนิ
ดนี
้
ในสั
งคมเขมรจะเด่
นชั
ดมากกว่
ากลุ ่
มอื่
น ๆ เพราะคํ
าเรี
ยกชื่
อเครื
อญาติ
ในการ
ลํ
าดั
บบรรพบุ
รุ
ษจะเรี
ยกว่
า ยาย-ตา เท่
านั
้
น
ความเชื่
อและการนั
บถื
อโดนตาในวิ
ถี
ชี
วิ
ตของกลุ
่
มไทยเขมร
ความสั
มพั
นธ์
ของความเชื่
อและการนั
บถื
อผี
ในวิ
ถี
ชี
วิ
ตของกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
ไทยเขมร
เป็
นข้
อปฏิ
บั
ติ
ที่
สํ
าคั
ญในประเพณี
พิ
ธี
กรรมต่
างๆ ทั
้
งในประเพณี
ที่
เป็
นส่
วนตั
วและประเพณี
ที่
เป็
น
ส่
วนรวม คนไทยมี
ความเชื่
อเรื่
องผี
มาแต่
โบราณและย ั
งคงสื
บทอดมาถึ
งปั
จจุ
บั
น มี
พิ
ธี
กรรมเพื่
อเซ่
น
ไหว้
ผี
ในประเพณี
ต่
างๆ อาทิ
ประเพณี
ที่
เกี่
ยวข้
องกั
บการเกิ
ดประเพณี
แต่
งงาน ประเพณี
งานศพ งาน
บวช ขึ
้
นบ้
านใหม่
เป็
นต้
น ดั
งที่
เจื
อ สตะเวทิ
น
(2518 : 9-14)
ได้
ศึ
กษาความเชื่
อของคนไทยพบว่
า
ประเพณี
ทํ
าให้
คนเราเกิ
ดความกลั
วผี
ทํ
าให้
เกิ
ดพิ
ธี
กรรม จะเห็
นได้
จากพิ
ธี
กรรมการเซ่
นสรวงผี
บ้
าน
ผี
เรื
อน ผี
เจ้
าที่
ผี
บรรพบุ
รุ
ษ ฯลฯ เพราะเชื่
อว่
า เมื่
อมี
การทํ
าพิ
ธี
เซ่
นไหว้
ผี
แล้
ว จะทํ
าให้
ผู
้
เซ่
นไหว้
ไม่
มี
อั
นตราย เพราะผี
จะช่
วยปกป้
องคุ
้
มครอง ความเชื่
อดั
งกล่
าวนี
้
มั
กจะเป็
นลั
กษณะร่
วมของคน
ไทยทุ
กท้
องถิ
่
น อั
นสื
บเนื่
องมาจากการประสบปั
ญหาต่
างๆ ที่
ไม่
สามารถที่
จะแก้
ปั
ญหาเหล่
านั
้
นด้
วย
ตนเอง หรื
อคนอื่
นก็
มิ
อาจที่
จะช่
วยได้
คนเราจึ
งหั
นเหไปหาความศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
์
ของสิ ่
งเหนื
อธรรมชาติ
ซึ
่
งถื
อว่
าเป็
นอํ
านาจลึ
กลั
บ อํ
านาจเหล่
านั
้
นอาจเป็
นเทพเจ้
า ภู
ตผี
ปิ
ศาจ ฉะนั
้
นเพื่
อเป็
นการอ้
อนวอน
ให้
สิ ่
งศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
์
เหล่
านั
้
นได้
คุ
้
มครองหรื
อบางที
เข้
าใจว่
าภั
ยพิ
บั
ติ
ต่
างๆเกิ
ดขึ
้
นเพราะอํ
านาจของสิ ่
ง
เหนื
อธรรมชาติ
เหล่
านั
้
น จึ
งมี
การอ้
อนวอนภาวนาขอให้
ปลอดภั
ยเมื่
อตนเองปลอดภั
ยก็
จะแสดงความ