114
เนื่
องจากวั
ดถื
อว่
าเป็
นวั
ดที่
เก่
าแก่
วั
ดหนึ
่
งในสมั
ยก่
อนนั
้
นมี
จํ
านวนน้
อยแห่
งเวลาทํ
าบุ
ญก็
จะมารวมกั
น
ที่
วั
ดแห่
งเดี
ยวและเป็
นโอกาสอั
นดี
ที่
ญาติ
พี่
น้
องได้
มี
โอกาสพบปะสั
งสรรค์
กั
น
สํ
าหรั
บพระสงฆ์
ก็
เช่
นกั
นพระสงฆ์
ที่
เป็
นเจ้
าอาวาสที่
มี
ลู
กศิ
ษย์
และได้
ไปศึ
กษาอยู
่
ที่
อื่
น เมื่
อถึ
งวั
นนี
้
ก็
จะเดิ
นทางกลั
บมา
เยี่
ยม
และกราบไหว้
แสดงออกถึ
งความกตั
ญ�ู
กตเวที
ในการประกอบพิ
ธี
กรรมในระดั
บชุ
มชนนั
้
น
หลั
งจากที่
ชาวบ้
านในหมู
่
บ้
านได้
นํ
ากั
นเฌอ ที่
บรรจุ
ใส่
ของเซ่
นไหว้
เรี
ยบร้
อย แล้
วจะถู
กจั
ดไว้
อย่
าง
มี
ระเบี
ยบและเป็
นขั
้
นตอนโดยวางไว้
แถวหน้
าพระสงฆ์
นั
่
งส่
วนหนึ
่
ง และอี
กส่
วนหนึ
่
งจะวางไว้
ข้
าง
หน้
าที่
ตนเองนั
่
งแล้
วใช้
ด้
ายสายสิ
ญจน์
ที่
ต่
อจากพระประธานพระสงฆ์
และกั
นเฌอที่
จั
ดไว้
ตามลํ
าดั
บ
ในการประกอบพิ
ธี
ทํ
าบุ
ญในวั
นแซนโดนตาในระดั
บชุ
มชนนั
้
นเป็
นการทํ
าบุ
ญร่
วมกั
นและทุ
กคนถื
อ
ว่
าเป็
นเจ้
าภาพร่
วมกั
นด้
วยพิ
ธี
ทางพุ
ทธศาสนาเริ
่
มขึ
้
นเวลาประมาณ
19.00 น. ผู
้
อาวุ
โส
ในงาน เป็
น
ผู
้
ทํ
าหน้
าที่
จุ
ดธู
ปเที
ยนในนามตั
วแทนของชาวบ้
าน และอาราธนาศี
ล รั
บศี
ล อาราธนาพระปริ
ตร
พระสงฆ์
เริ
่
มสวดพระพุ
ทธมนต์
เริ
่
มต้
นสวดที่
บทมงคลสู
ตรอเสวนา จะพาลานํ
เป็
นต้
นไป จากนั
้
น
ผู
้
อาวุ
โสก็
เข้
าไปจุ
ดเที
ยนเพื่
อประเคนให้
พระสงฆ์
ทํ
านํ
้
าพระพุ
ทธมนต์
พระสงฆ์
ให้
พรในบทสวด
ที่
ยถา และสั
พพี
มั
คทายกและผู
้
อาวุ
โสของตระกู
ลก็
จะกรวดนํ
้
า เพื่
ออุ
ทิ
ศส่
วนกุ
ศลให้
แก่
บรรพบุ
รุ
ษ
และญาติ
ที่
ล่
วงลั
บไปแล้
ว การกรวดนํ
้
าจะต้
องกรวดนํ
้
าให้
เสร็
จก่
อนสวดบทยถาฯ จบลง ส่
วนบท
สั
พพี
ติ
โยฯ ชาวบ้
านก็
จะประนมมื
อรั
บพรอย่
างพร้
อมเพรี
ยงกั
น และพระสงฆ์
สวดบทกรวดนํ
้
าอี
ก
ครั
้
งหนึ
่
ง ผู
้
อาวุ
โสของแต่
ละตระกู
ลพร้
อมญาติ
ก็
จะ กรวดนํ
้
าและกล่
าวอธิ
ษฐานเรี
ยกโดนตาให้
มารั
บ
ส่
วนบุ
ญที่
ลู
กหลานได้
อุ
ทิ
ศให้
เป็
นภาษาเขมรเช่
นเดี
ยวกั
บการกระทํ
าในระดั
บครอบครั
วและระดั
บ
เครื
อญาติ
หลั
งจากนั
้
นพระสงฆ์
ก็
จะสวดดาร เพื่
ออุ
ทิ
ศส่
วนกุ
ศลให้
แก่
ญาติ
ที่
ล่
วงลั
บไปแล้
ว ในบท
สวดนี
้
กล่
าวถึ
งความไม่
เที่
ยงเป็
น อนิ
จจํ
ทุ
กขํ
อนตฺ
ตา และกล่
าวถึ
งเปรตญาติ
ของพระเจ้
าพิ
มพิ
สาร
มาขอส่
วนบุ
ญ การทํ
าบุ
ญให้
แก่
ญาติ
ในสมั
ยก่
อน สั
งคมชาวไทยเขมร ไม่
มี
การทํ
าบุ
ญ 7 วั
น หรื
อ
100 วั
น ชาวไทยเขมรก็
ทํ
าบุ
ญคล้
าย ๆ ทํ
าบุ
ญ 7 วั
น หรื
อ 100 วั
น จะมี
ข้
อแตกต่
างที่
กํ
าหนดวั
น
เท่
านั
้
นชาวไทยเขมรไม่
มี
การกํ
าหนดที่
แน่
นอนทั
้
งนี
้
ขึ
้
นอยู
่
กั
บความพร้
อมของญาติ
ๆ และการทํ
าบุ
ญ
ดั
งกล่
าวเรี
ยกว่
า “ดาร”หลั
งจากสวดดารเสร็
จก็
หมดพิ
ธี
ในตอนกลางคื
นของวั
นแรม 14 คํ
่
า เดื
อน10
ทุ
กคนก็
จะนอนที่
ศาลาการเปรี
ยญวั
ดเพื่
อรอทํ
าพิ
ธี
จู
นโดนตาในช่
วงเช้
าต่
อไป
ประเพณี
แซนโดนตาของชาวไทยเขมรตามความเชื่
อเดิ
ม
งานบุ
ญอย่
างหนึ
่
งที่
ถื
อว่
าฝั
งลึ
กอยู
่
ในวิ
ถี
ชี
วิ
ตและจิ
ตวิ
ญญาณ ของชาวเขมรก็
คื
อ วั
นแซนโดน
ตา ซึ
่
งตรงกั
บ “วั
นสารท” “บุ
ญข้
าวสาก” “บุ
ญสลากภั
ต” “บุ
ญเดื
อนสิ
บ” หรื
อ “บุ
ญชิ
งเปรต” ของ
กลุ
่
มชาวไทยภาคอื่
นในตํ
าราพระราชพิ
ธี
สิ
บสองเดื
อนที่
เป็
นของหลวงและพิ
ธี
ราษฎร์
ที่
เรี
ยกว่
า