101
เป็
นบุ
ตรของนายดี
ซึ
่
งภายหลั
งได้
รั
บแต่
งตั
้
งเป็
นพระสุ
ริ
นทร์
ภั
กดี
ศรี
ไผทสมั
นต์
) นายดี
นี
้
เป็
นบุ
ตรคน
แรกของพระสุ
ริ
นทร์
ภั
กดี
ฯ (เชี
ยงปุ
ม) เมื่
อชาวเขมรทราบว่
าเข้
ามาอยู
่
ด้
วยเป็
นจํ
านวนมากขึ
้
น (จั
งหวั
ด
สุ
ริ
นทร์
.
2526 : 42
) จากนั
้
นชาวเขมรก็
อพยพเข้
ามาเรื่
อย ๆ เป็
นส่
วนใหญ่
จะตั
้
งถิ
่
นฐานอยู
่
ตาม
รอยต่
อของเขตเมื
องสุ
ริ
นทร์
สั
งขะและขุ
ขั
นธุ
์
หญิ
งเขมรเป็
นจํ
านวนมากที่
อพยพเข้
ามาส่
วนใหญ่
ได้
แต่
งงานกั
บชายกวย ซึ
่
งอาศั
ยอยู
่
ในเขตนี
้
มาก่
อน สาเหตุ
ที่
ผู
้
หญิ
งชาวเขมรได้
แต่
งงานกั
บชาวกวย
เพราะชายเขมรถู
กฆ่
าตายจํ
านวนมาก
ในการสู
้
รบแย่
งชิ
งอํ
านาจกั
นระหว่
างขุ
นนางกั
บ
พระมหากษั
ตริ
ย์
เพื่
อแย่
งชิ
งความเป็
นใหญ่
กั
นเช่
น เหตุ
การณ์
ที่
เกิ
ดขึ
้
นในปี
พ.ศ.
2533
ออกญาเดโช
เจ้
าเมื
องกํ
าพงสวาย ได้
ต่
อสู
้
กั
บพระยาอุ
ทั
ยราชากษั
ตริ
ย์
ผู
้
ครองอาณาจั
กรกั
มพู
ชา ออกญาเดชแพ้
จึ
งได้
นํ
าข้
าทาสบริ
วารอพยพเข้
ามาในพระราชอาณาจั
กรไทยพร้
อมกั
บลู
กสาว
ซึ
่
งเมื
องที่
ลู
กสาวออกญา
เดโชได้
ทํ
าพิ
ธี
สมรสต่
อมานั
้
นคื
อ ที่
ตั
้
งเมื
องสั
งขะในปั
จจุ
บั
น (หม่
อมราชวงศ์
วิ
จิ
ตร ปฐม คเนจร.
2506 : 223-224
) เมื่
อชาวเขมรอพยพเข้
ามาอยู ่
ในเขตพื
้
นที่
จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
สั
งขะ ขุ
ขั
นธุ
์
ชนชั
้
น
ปกครองชาวเขมรได้
ยกฐานะวั
ฒนธรรมเมื
อง และเกิ
ดการผสมผสานกั
บวั
ฒนธรรมของกลุ
่
มกวยกั
บ
กลุ
่
มไทยลาว ที่
อาศั
ยอยู
่
บริ
เวณนี
้
มาก่
อนแต่
ในเขตป่
าเขาหรื
อที่
ห่
างไกลออกไป ชาวเขมรก็
ย ั
งคงยึ
ด
มั ่
นในประเพณี
พิ
ธี
กรรมของตนอย่
างเคร่
งครั
ด (
Paitoon Miotusol. 1984 : 52
)
ชาวไทยเขมรเป็
นกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
กลุ
่
มหนึ
่
งในภาคตะวั
นออกเฉี
ยงเหนื
อ ซึ
่
งตั
้
งถิ
่
นฐานอยู
่
มาก
ในบริ
เวณตอนใต้
หรื
ออี
สานใต้
ในจั
งหวั
ดแนวชายแดนไทยกั
มพู
ชา อั
นได้
แก่
บุ
รี
รั
มย์
สุ
ริ
นทร์
ศรี
สะ
เกษ และอุ
บลราชธานี
บางส่
วน กลุ ่
มไทยเขมรเป็
นกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
ขนาดใหญ่
ในบริ
เวณเทื
อกเขาพนม
ดงรั
ก การตั
้
งถิ
่
นฐานของชาวเขมรใน จั
งหวั
ดศรี
สะเกษนั
้
น มี
มาแต่
โบราณกาล
และสื
บเชื
้
อสาย
ต่
อเนื่
องมาจนถึ
งปั
จจุ
บั
น
โดยจะอยู
่
ในเขตท้
องที่
อํ
าเภอกั
นทรลั
กษ์
ด้
านที่
ติ
ดกั
บเขาพนมดง
รั
ก
แถบบ้
านทุ
่
งใหญ่
บ้
านประทาย บ้
านบึ
งมะลู
บ้
านโดนเอาว์
บ้
านรุ
ง
บ้
านทุ
่
งยาว เป็
นต้
น
และ
บริ
เวณบ้
านบั
กดอง
บ้
านพราน บ้
านทุ
่
งเลน
บ้
านสํ
าโรงเกี
ยรติ
บ้
านไพร บ้
านกระมั
ล
บ้
านกราม
บ้
านกั
นทรอม อํ
าเภอขุ
นหาญ
บ้
านไพรบึ
ง
บ้
านพราน
บ้
านสํ
าโรงพลั
น บ้
านไทร อํ
าเภอไพรบึ
ง
บ้
านสํ
าโรงระวี
บ้
านศรี
แก้
ว
อํ
าเภอศรี
รั
ตนะ
ชุ
มชนดั
งกล่
าวเป็
นชุ
มชนโดยรอบบริ
เวณปราสาทเขา
พระวิ
หาร
ซึ
่
งอาศั
ยอยู
่
แถบ อํ
าเภอห้
วยขะยุ
ง และห้
วยทาที่
เป็
นสาขาหนึ
่
งของห้
วยขะยุ
ง
0
อิ
ทธิ
พลทางการเมื
องและวั
ฒนธรรมด้
านต่
าง ๆ ของเขมร ได้
ขยายเข้
าสู
่
ดิ
นแดนจั
งหวั
ด
ศรี
สะเกษ ในสมั
ยเขมรพระนคร (พุ
ทธศตวรรษที่
16-18) การขยายอิ
ทธิ
พลทางการเมื
องของเขมร
ในสมั
ยของพระเจ้
าสุ
ริ
ยวรมั
นที่
1 (พ.ศ. 1545-1593) พระเจ้
าสุ
ริ
ยวรมั
นที่
2 (พ.ศ. 1724-1761) เป็
น
สมั
ยที่
ชาวเขมรได้
เข้
ามาอยู
่
ในเขตจั
งหวั
ดศรี
สะเกษ
เพราะกษั
ตริ
ย์
เขมรได้
เกณฑ์
ชาวเขมร
จาก
ประเทศเขมรและชาวกวยในเขตอี
สานใต้
ให้
เป็
นผู
้
สร้
างปราสาท
และสร้
างเมื
องในเขตอี
สาน
นอกจากนี
้
ประชาชนย ั
งถู
กบั
งคั
บให้
สร้
างถนนหนทางจากนครธม ไปย ั
งเมื
องและประเทศต่
าง ๆ ใน