บทที่
3
ประเพณี
แซนโดนตาของชาวไทยเขมร
ประเพณี
และพิ
ธี
กรรมที่
ชาวบ้
านยึ
ดถื
อปฏิ
บั
ติ
ร่
วมกั
นมาอย่
างสมํ
่
าเสมอเป็
นประจํ
าทุ
กปี
ที่
สะท้
อนให้
เห็
นถึ
งวิ
ถี
การดํ
าเนิ
นชี
วิ
ต คื
อ การเซ่
นไหว้
ผี
บรรพบุ
รุ
ษ หรื
อ “แซนโดนตา” เป็
น
พิ
ธี
กรรมที่
ญาติ
พี่
น้
องของผู
้
ตายได้
ปฏิ
บั
ติ
แก่
ผู
้
ตาย โดยการนํ
าสิ
่
งของต่
าง ๆ ที่
ประกอบด้
วย
เครื่
องอุ
ปโภค บริ
โภคต่
างๆ นํ
าไปอุ
ทิ
ศส่
วนกุ
ศลให้
แก่
ผู
้
ตาย เปรี
ยบเสมื
อนว่
าผู
้
ตายนั
้
นย ั
งมี
ชี
วิ
ตอยู
่
ชาวไทยเขมร มี
ความเชื่
อในเรื่
องของการเวี
ยนว่
ายตายเกิ
ด เชื่
อว่
าการทํ
าบุ
ญอุ
ทิ
ศส่
วนกุ
ศลให้
แก่
ญาตผู
้
ตายในวั
นแซนโดนตา ผู
้
ตายจะได้
รั
บส่
วนกุ
ศลแน่
นอน และผลบุ
ญนั
้
นก็
จะช่
วยให้
ผู
้
ตายได้
พ้
นจากหนี
้
กรรมที่
มี
อยู
่
และจะได้
ไปเกิ
ดในสรวงสวรรค์
หรื
อเกิ
ดในชาติ
ภพใหม่
ต่
อไป
ประวั
ติ
ศาสตร์
ชุ
มชนและลั
กษณะทางชาติ
พั
นธุ
์
กลุ
่
มวั
ฒนธรรมไทยเขมร
ยุ
คอาณาจั
กรฟู
นั
น
ชนชาติ
มอญ-แขมร์
มี
ถิ ่
นฐานเดิ
มที่
ประเทศอิ
นเดี
ย
ตั
้
งอยู
่
ที่
ฝั ่
งทะเลแห่
ง
หนึ
่
ง
ราชธานี
แห่
งอาณาจั
กรนี
้
เรี
ยกว่
ากรุ
งโคกธลอก ในสมั
ยของพระทองมลนางนาค
ราชวงศ์
นี
้
มี
อํ
านาจอยู
่
ประมาณ
300
ปี
จนถึ
ง พศ.
1028
ต่
อมาในยุ
คที่
กษั
ตริ
ย์
ลงท้
ายว่
า "วรมั
น" เริ ่
มต้
นด้
วย พระ
เจ้
าเกาณฑิ
นยะชั
ยวรมั
น
ชาวอิ
นเดี
ยใต้
ร่
วมกั
บพวกกบฎโจมตี
กรุ
งโคกธลอกแล้
วย ้
ายเมื
องหลวงเข้
า
ไปตามฝั ่
งแม่
นํ
้
าใหญ่
500
ลี
้
ตั
้
งชื่
อเมื
องหลวงว่
า วยาธปุ
ระ
แปลว่
าเมื
องแห่
งนายพราน
ส่
วนพวก
ราชวงศ์
พื
้
นเมื
องเดิ
มก็
ย ้
ายขึ
้
นไปทางเหนื
อ สร้
างเมื
องใหม่
ริ
มฝั
่
งแม่
นํ
้
าโขง ชื่
อศั
มภปุ
ระและภวปุ
ระ
(
ฝั
่
งซ้
ายแม่
นํ
้
าโขงตอนล่
าง พ.ศ.
1093)
เกิ
ดจลาจลในเมื
องวยาธปุ
ระ
เจ้
าชายภววรมั
นแห่
งเมื
องภวปุ
ระ
และเจ้
าชายจิ
ตรเสนแห่
งศั
มภปุ
ระ สายราชวงศ์
พื
้
นเมื
อง ได้
ครอบครองวยาธปุ
ระและรวมเข้
ากั
บ
อาณาจั
กรเจนละ
ในสมั
ยของภววรมั
นนี
้
เอง พระองค์
ได้
แผ่
ขยายอํ
านาจเข้
าไปในเขตบริ
เวณภู
เขาดงเร็
ก และ
ลุ
่
มแม่
นํ
้
ามู
ล ต่
อมาเจ้
าชายจิ
ตรเสน ได้
อภิ
เษกเป็
นกษั
ตริ
ย์
ทรงพระนาม มเหนทรวรมั
น
ทรงย ้
ายเมื
อง
หลวงกลั
บมาอยู
่
วยาธปุ
ระ
พ.ศ.
1143-1145
ได้
ขยายดิ
นแดนเข้
ามาในเขตลุ
่
มแม่
นํ
้
ามู
ลและภู
เขาดง
เร็
ก มี
การสร้
างเทวสถานขึ
้
นในบริ
เวณนี
้
หลายแห่
ง ซึ
่
งหม่
อมเจ้
าสุ
ภั
ทรดิ
ศ ดิ
ศกุ
ล
ให้
ข้
อสั
งเกตว่
า
ใน
การสร้
างปราสาทยุ
คสมั
ยเจนละ และปราสาทหิ
นในยุ
คหลั
ง
ย ั
งสร้
างด้
วยอิ
ฐไม่
สอปู
น
ซึ
่
งเป็
นศิ
ลปะ
การสร้
างของช่
างสกุ
ลจามปา คื
อสถาปั
ตยกรรมจาม
เป็
นสถาปั
ตยกรรมซึ
่
งใช้
อิ
ฐ โดยการใช้
ศิ
ลาเพี
ยง
เล็
กน้
อย
โดยใช้
อิ
ฐคุ
ณภาพดี
ฝนเรี
ยบเรี
ยงกั
นสอด้
วยยางพื
ช ทํ
าให้
รอยต่
อสนิ
ท หลั
งคาอาคารเล็
ก
เรี
ยงด้
วยอิ
ฐ