86
เหล่
าเทวดาอารั
กษ์
ต่
างนํ
าดอกไม้
ธู
ป เที
ยน จุ
ดบู
ชาถวายตามเส้
นทางบั
นไดสู
่
เมื
องมนุ
ษย์
(จิ
รศั
กดิ
์
วงศ์
คํ
าจั
นทร์
. 2536 : 32) ซึ
่
งพิ
ธี
การจุ
ดธู
ปเที
ยนบู
ชาดั
งกล่
าวพุ
ทธศาสนิ
กชนได้
ถื
อปฏิ
บั
ติ
โดยเฉพาะ
ในวั
นสํ
าคั
ญทางศาสนา เช่
น ออกพรรษา นอกจากนี
้
ในทางพุ
ทธศาสนากล่
าวว่
า บุ
ญบั
้
งไฟเป็
นบุ
ญ
วิ
สาขบู
ชา เพราะนิ
ยมทํ
ากั
นวั
นวิ
สาขบู
ชา เพราะนิ
ยมทํ
ากั
นตรงกั
บวั
นวิ
สาขบู
ชา ช่
วงเดื
อนหกของ
ทุ
กปี
การทํ
าบุ
ญบั
้
งไฟยิ
่
งใหญ่
ที่
ปรากฏในวรรณกรรมอี
สานเรื่
องผาแดงนางไอ่
มี
พิ
ธี
กรรมเกี่
ยวเนื่
อง
กั
บทางพระพุ
ทธศาสนา เช่
นการทํ
าบุ
ญให้
ทาน การบวช รั
กษาศี
ล การเลี
้
ยงพระชรพราหมณ์
ก็
น่
าจะ
เป็
นงานวั
นบุ
ญวิ
สาขบู
ชา (ส. พุ ่
มสุ
วรรณ 2531 : 36 ) หากพิ
จารณาจากการจุ
ดบู
ชาตามคติ
ทางศาสนา
ตรงกั
บวั
นวิ
สาขบู
ชา จะพบโดยทั
่
วไปในแหล่
งชุ
มชนที่
ตั
้
งของปู
ชนี
ยสถานสํ
าคั
ญทางศาสนา เช่
น
สถู
ปเจดี
ย์
ซึ
่
งพระพุ
ทธสนิ
กชนเคารพนั
บถื
อ และชื่
อว่
าเป็
นที่
ประดิ
ษฐานพระบรมอั
ฐิ
ของ
พระพุ
ทธเจ้
า หรื
อถื
อว่
าเป็
นสิ
่
งศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
์
ในท้
องถิ ่
น
วั
นวิ
สาขบู
ชาเป็
นวั
นสํ
าคั
ญทางพระพุ
ทธศาสนา ที่
พระพุ
ทธเจ้
าทรงประสู
ติ
ตรั
สรู
้
และ
ปริ
นิ
พพาน และด้
วยพระพุ
ทธองค์
เป็
นผู
้
มี
ปั
ญญาธิ
คุ
ณ บริ
สุ
ทธิ
คุ
ณ และกรุ
ณาธิ
คุ
ณต่
อสั
ตว์
โลก
ทั
้
งหลาย ดั
งนั
้
นเมื่
อวั
นวิ
สาขบู
ชาเวี
ยนมาบรรจบครบรอบแต่
ละปี
เหล่
าพุ
ทธศาสนิ
กชนผู
้
ซาบซึ
้
ง
สํ
านึ
กในพระคุ
ณของพระพุ
ทธองค์
ต่
างร่
วมใจกั
นทํ
าบุ
ญตั
กบาตร ฟั
งเทศน์
นํ
าดอกไม้
ธู
ปเที
ยนไป
เวี
ยนไปเวี
ยนเที
ยนสั
กการบู
ชา รวมทั
้
งการจุ
ดบั
้
งไฟด้
วย (อาจารย์
ทอง เมฆพั
ด หมอหลวง. 2521 :
290) ในส่
วนการทํ
าบุ
ญบั
้
งไฟเปรี
ยบเหมื
อนการถวายพระเพลิ
งพระบรมศพของพระพุ
ทธเจ้
า ซึ
่
ง
ตรงกั
บวั
นแรม 8 คํ
่
า เดื
อน 6 บั
้
งไฟที่
จุ
ดเป็
นพุ
ทธบู
ชานี
้
เปรี
ยบเที
ยบได้
กั
บอั
คคี
ไฟซึ
่
งมี
ราคะ
โทสะ โมหะ ซึ
่
งเป็
นไปกิ
เลสภายในมี
ความร้
อนแรงยิ
่
งกว่
าไฟในธรรมชาติ
ไฟกิ
เลสนั
้
นเองในทาง
พุ
ทธศาสนา กล่
าวว่
ามี
ความร้
อนแรงยิ
่
งกว่
าไฟในธรรมชาติ
เพราะยากที่
จะหาอุ
บายดั
บได้
ยาก
(สมศั
กดิ
์
จั
นทร์
โพธิ
์
ศรี
. 2500 : 161) อี
กนั
ยหนึ
่
งการเผาไหม้
ของไฟจะเป็
นบุ
คลาธิ
ษฐานให้
ทราบ
พิ
ธี
กรรม ถึ
งความไม่
แน่
นนอนคื
อการดั
บและการสิ
้
นไปของสรรพสิ
่
งต่
าง ๆ อย่
างไรก็
ตามจากข้
อมู
ล
ดั
งกล่
าวสรุ
ปได้
ว่
าบั
้
งไฟถื
อว่
าเป็
นเครื่
องสั
กการบู
ชาทางศาสนา
ในกาลต่
อมาจุ
ดมุ ่
งหมายของประเพณี
บุ
ญบั
้
งไฟอาจเปลี่
ยนแปลงไปตามสภาพทาง
ภู
มิ
ศาสตร์
สั
งคมคติ
นิ
ยมแบบแผนขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
ของแต่
ละท้
องถิ
่
น เช่
น ชาวจั
งหวั
ดน่
าน
จะทํ
าบุ
ญบั
้
งไฟขึ
้
น เพื่
อบู
ชาพระธาตุ
เกตุ
แก้
วจุ
ฬามณี
บนสรวงสวรรค์
ซึ
่
งเชื่
อว่
าเป็
นที่
ประดิ
ษฐาน
พระบรมอั
ฐิ
ของพระพุ
ทธองค์
แต่
แนวทางที่
มี
การยอมรั
บกั
นโดยทั ่
วไปในภาคอี
สาน การขอฝนจาก
ผี
สางเทวดา ซึ
่
งเป็
นผี
ชั
้
นดี
เที
ยบได้
กั
บเทพาอารั
กษ์
หลั
กเมื
อง ได้
แก่
ผี
ดอนปู
่
ตา ผี
มเหสั
กข์
หลั
ก
เมื
อง และผี
แถน โสมรั
สมี
ได้
ให้
ทั
ศนะเกี่
ยวกั
บความคลี
คลาย ในด้
านประเพณี
การทํ
าบุ
ญบั
้
งไฟ
อย่
างน่
าสนใจไว้
ว่
า เดิ
มที
เดี
ยวคงเป็
นพิ
ธี
พราหมณ์
เหมื
อนพิ
ธี
พิ
รุ
ณศาสตร์
หรื
อการขอฝนของภาค
กลาง เมื่
อคนเสื่
อมความนิ
ยมในศาสนาพราหมณ์
มานั
บถื
อศาสนาพุ
ทธก็
ได้
นํ
าเอาพิ
ธี
จุ
ดบั
้
งไฟขอฝน