85
ระยะต่
อมาการเอ้
บั
้
งไฟได้
พั
ฒนาไปในอี
กระกั
บหนึ
่
ง คื
อมี
การใช้
วั
สดุ
สั
งเคราะห์
รวมทั
้
งการใช้
ลวดลายเอ้
ให้
บั
้
งไฟมี
ความประณี
ตสวยงามยิ
่
งขึ
้
น ทั
้
งนี
้
หากเปลี่
ยนแปลงไปตามกระแสความเจริ
ญ
ทางวิ
ทยาศาสตร์
เศรษฐกิ
จ สั
งคม การเมื
องของประเทศ
ถึ
งอย่
างไรก็
ตามความเชื่
อแถนหรื
อที่
เกี่
ยวเนื่
องกั
บสิ ่
งที่
มี
อํ
านาจเร้
นลั
บเหนื
อธรรมชาติ
เกิ
นกว่
ามนุ
ษย์
จะควบคุ
มได้
ย ั
งฝั
งแนบแน่
นอยู
่
ในภาวะจิ
ตใจของชาวบ้
าน เป็
นแรงบั
นดาลใจให้
ชาวบ้
านร่
วมมื
อกั
นเอ้
บั
้
งไฟ หากเป็
นเพราะการประสบปั
ญหาหรื
อความล้
มเหลวในการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ต
จึ
งแสวงหาที่
พึ
่
งพิ
งทางจิ
ตใจ เพื่
อให้
จิ
ตใจมี
ความมั
่
นคง ดั
งนั
้
นในการเอ้
บั
้
งไฟขึ
้
นมาเพื่
อใช้
เป็
นเครื่
อง
ประกอบพิ
ธี
กรรมและนํ
าไปถวายผี
แถน ให้
บั
งเกิ
ดความพึ
งพอใจ ชาวอี
สานจึ
งเลื
อกสรรวั
สดุ
แต่
สิ ่
งที่
ดี
มี
มงคลมาสร้
างองค์
ประกอบเอ้
บั
้
งไฟ บั
้
งไฟจึ
งเป็
นหลั
กฐานสํ
าคั
ญที่
ช่
างสกุ
ลพื
้
นบ้
าน ได้
สร้
าง
ขึ
้
นมาอย่
างจงใจให้
เป็
นรู
ปธรรม สิ
่
งเหล่
านี
้
เองจะเป็
นตั
วบ่
องชี
้
ให้
เห็
นคติ
ความเชื่
อที่
เกี่
ยวเนื่
องในการ
เอ้
บั
้
งไฟ โดยศึ
กษาจากวั
สดุ
ต่
างๆ ที่
นํ
ามาสร้
างเป็
นองค์
ประกออบเอ้
บั
้
งไฟซึ
่
งได้
แก่
เศี
ยรนาค ลายลู
ก
บั
้
งไฟ ลายปอก ลายเลาท้
าย ยาบเลา ยาบท้
อง แส้
พระอิ
นทร์
และองค์
ประกอบอื่
น ๆ เช่
น มาลั
ย
ดอกไม้
3.4. คติ
ความเชื่
อเกี่
ยวเนื่
องกั
บบั
้
งไฟ
มี
ผู
้
สั
นนิ
ษฐานเกี่
ยวกั
บประเพณี
การทํ
าบุ
ญบั
้
งไฟไว้
ว่
าน่
าจะสื
บเนื่
องมาจากสอง
แนวทาง คื
อทางศาสนาพราหมณ์
และศาสนาพุ
ทธ ในทางศาสนาพราหมณ์
นั
้
นปรากฏว่
ามี
พิ
ธี
กรรม
เกี่
ยวกั
บการบู
ชาไฟ ทั
้
งนี
้
เพราะเมื่
อประมาณ 1,000 ปี
ก่
อนพุ
ทธกาล ปรากฏว่
าคนพื
้
นเมื
องดั
้
งเดิ
มของ
คนอิ
นเดี
ยจะนั
บถื
อและบู
ชาวิ
ญญาณประจํ
าโลกธาตุ
ทั
้
ง 4 คื
อ ดิ
น นํ
้
า ลม ไฟ เพราะเชื่
อว่
ามี
วิ
ญญาณ
ศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
์
แฝงอยู
่
ในธรรมชาติ
พิ
ธี
กรรมที่
เด่
นคื
อการบู
ชาไฟ ขณะเดี
ยวกั
นชาวอารย ั
น ซึ
่
งนั
บถื
อบู
ชา
พระอาทิ
ตย์
อพยพเข้
ามาตั
้
งแต่
ถิ ่
นฐานในอิ
นเดี
ย ได้
นํ
าพิ
ธี
มาบู
ชาไฟของคนพื
้
นเมื
องผสมผสานเข้
า
กั
บพิ
ธี
บู
ชาพระอาทิ
ตย์
(จรั
ส พย ั
คฆราชศั
กดิ
์
. 2524 ข : 77) ซึ
่
งกระทํ
าโดยหย่
อนเครื่
องเซ่
นสรวงบู
ชา
ลงไปในกองไฟ เชื่
อว่
าจะเผาไหม้
ส่
งกลิ
่
นและควั
นล่
องลอยไปถึ
งเทพเจ้
า หลั
งจากนั
้
นเมื่
อศาสนา
พราหมณ์
กํ
าเนิ
ดขึ
้
นในอิ
นเดี
ย จึ
งนํ
าเอาพิ
ธี
การบู
ชาไฟ มาใช้
เป็
นพิ
ธี
กรรมบู
ชาเทพเจ้
า โดยสมมติ
ให้
เทพเจ้
าอั
คนี
เป็
นเทพเจ้
าแห่
งไฟ (สมพงษ์
เกรี
ยงไกรเพชร. 2505 : 381-382) อย่
างไรก็
ตามในส่
วน
ของสั
งคมไทยมี
พื
้
นฐานพิ
ธี
กรรมความเชื่
อดั
้
งเดิ
มคื
อการนั
บถื
อผี
สางเทวดา เมื่
อไทยยอมรั
บนั
บถื
อ
ศาสนาพราหมณ์
ก็
ได้
นํ
าพิ
ธี
กรรมการบู
ชาไฟมาปรั
บปรุ
งเข้
าสภาพแวดล้
อมทางสั
งคมและ
วั
ฒนธรรม กลายเป็
นแบบแผนทางประเพณี
ต่
อกั
นมา การจุ
ดบั
้
งไฟพระยาแถนอาจสื
บทอดมาตาม
แนวทางดั
งกล่
าวนี
้
ในทางพระพุ
ทธศาสนาได้
กล่
าวเป็
นตํ
านานเกี่
ยวเนื่
องกั
บพิ
ธี
บู
ชาไฟว่
า พระพุ
ทธองค์
ได้
เสด็
จไปจํ
าพรรษาและเทศนาโปรดบิ
ดามารดาบนสรวงสวรรค์
แล้
วเสด็
จกลั
บในวั
น 15 คํ
่
า เดื
อน 11