73
ให้
2. ขั
้
นตอนการแต่
งงานเป็
นการ
สื
บทอดมาแต่
บรรพบุ
รุ
ษ
เยาวชนต้
องยึ
ดถื
อและปฏิ
บั
ติ
ตาม
3. จั
ดงานแต่
งงานอย่
าง
ประหย ั
ด
เยาวดี
วิ
บู
รณ์
ศรี
(2531 : 19) กล่
าวถึ
ง การสร้
างมาตรวั
ดทั
ศนคติ
แบบลิ
เคอร์
ท
ดั
งนี
้
มาตรวั
ดทั
ศนคติ
แบบลิ
เคอร์
ท เป็
นวิ
ธี
วั
ดพฤติ
กรรมด้
านจิ
ตพิ
สั
ยที่
ใช้
กั
นมากที่
สุ
ด ในการวิ
จั
ย
เนื่
องจากกระบวนการสร้
างไม่
ซั
บซ้
อน ถ้
าดํ
าเนิ
นการสร้
างอย่
างดี
มาตรวั
ดทั
ศนคติ
แบบลิ
เคอร์
ท
(Likert Scale) จะมี
ประสิ
ทธิ
ภาพเช่
นเดี
ยวกั
บมาตรวั
ดทั
ศนคติ
เธอร์
สโตน ซึ
่
งมี
กระบวนการสร้
าง
ที่
ซั
บซ้
อนกว่
า ลั
กษณะของมาตรวั
ดทั
ศนคติ
แบบลิ
เคอร์
ท เป็
นมาตรประเภทอั
นตรภาคชั
้
นที่
มี
ช่
วง
เท่
ากั
น (Equal Interval Scale) ประกอบด้
วยระดั
บต่
าง ๆ 5 ระดั
บ หรื
อ 4 ระดั
บ ในแต่
ละ
ระดั
บมี
การให้
นํ
้
าหนั
กของคํ
าตอบคะแนนรวมฉบั
บ (Summated Score)
จะเป็
นพฤติ
กรรมด้
านนั
้
น ๆ ของผู
้
ที่
ถู
กวั
ดต่
อสิ ่
งนั
้
น
นิ
พนธ์
แจ้
งเอี่
ยม (2525 : 128 - 132) ได้
กล่
าวไว้
ว่
าวิ
ธี
วั
ดทั
ศนคติ
หรื
อเจตคติ
นั
้
นเรา
สามารถวั
ดได้
จากพฤติ
กรรมทั
้
งทางตรง และทางอ้
อม มี
วิ
ธี
วั
ดทั
ศนคติ
ไว้
4 วิ
ธี
คื
อ
1. การสํ
ารวจ (Survey) เป็
นการวั
ดทั
ศนคติ
ที่
นิ
ยมกั
นมาก เช่
น การสํ
ารวจ
ประชามติ
การหย ั
่
งเสี
ยงก่
อนเลื
อกตั
้
ง การสํ
ารวจทั
ศนคติ
นั
้
นอาจใช้
การสั
มภาษณ์
หื
อแบบสอบถามก็
ได้
แล้
วแต่
เลื
อกใช้
แบบไหน
วิ
ธี
สั
มภาษณ์
เป็
นวิ
ธี
การวั
ดทั
ศนคติ
โดยตรง โดยการสอบถามผู
้
ที่
จะวั
ดทั
ศนคติ
นั
้
น เช่
น
เราจะถามว่
า “ท่
านชอบขั
้
นตอนการแต่
งงานหรื
อไม่
” หรื
อ “ท่
านต้
องการที่
จะจั
ดงานแต่
งงาน
หรื
อไม่
” เป็
นต้
น
วิ
ธี
ใช้
แบบสอบถาม สามารถวั
ดทั
ศนคติ
ได้
ครั
้
งละหลาย ๆ คน สิ
้
นเปลื
องเวลาน้
อย
แบบสอบถามที่
ใช้
สํ
าหรั
บวั
ดทั
ศนคติ
ใช้
สเกลวั
ดซึ
่
งมี
หลายแบบด้
วยกั
น แต่
ปั
ญหาในการสํ
ารวจ
ทั
ศนคติ
นั
้
นอยู
่
ที
การตั
้
งปั
ญหา และข้
อคํ
าถามอี
กด้
วย
การใช้
คํ
าถามเบา ๆ จะทํ
าให้
คนกล้
าตอบมาก แต่
ผลการวิ
จั
ยได้
ไม่
ชั
ดเจน อย่
างไรก็
ตาม
คํ
าถามในการวั
ดทั
ศนคติ
ที่
ดี
ต้
องมี
มาตรฐานที่
ดี
ด้
วย กล่
าวคื
อ คํ
าถามที่
ใช้
วั
ดต้
องมี
ความหนั
กเบา