Page 84 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

74
เท่
ากั
นด้
วยจึ
งจะได้
ผล ฉะนั
นการวั
ดจึ
งต้
องกํ
าหนดมาตรฐานของเครื่
องมื
อที่
จะใช้
วั
ดให้
แน่
นอน และ
ทํ
านองเดี
ยวกั
นคํ
าถามในการวั
ดเพื่
อสํ
ารวจเจตคติ
นั
นก็
ต้
องมี
มาตรฐานอย่
างใดอย่
างหนึ
งไว้
ด้
วย
2. การใช้
มาตราส่
วนประมาณค่
า (Rating Scale) เพื่
อวั
ดและตรวจดู
เจตคติ
ของ
บุ
คคล คื
อใช้
Likert Scale (1932) (อ้
างอิ
งจาก นิ
พนธ์
แจ้
งเอี่
ยม. 2525 : 138 - 132) เป็
แบบสอบถามที่
เป็
นประโยคและมี
หั
วข้
อให้
เลื
อก คื
อ เห็
นด้
วยอย่
างยิ ่
ง เห็
นด้
วยปานกลาง ไม่
เห็
ด้
วย และไม่
เห็
นด้
วยอย่
างยิ
ง ทั
ศนคติ
ทางบวกจะได้
คะแนนมาก ส่
วนทั
ศนคติ
ทางลบจะได้
คะแนน
น้
อย แล้
วเอาคะแนนแต่
ละข้
อมารวมกั
น และหาค่
าเฉลี่
ย ก็
จะรู
ว่
าทั
ศนคติ
เป็
นอย่
างไร
3. การวั
ดแบบไม่
วุ
นวาย (Unobtusibe Measures) เป็
นการวั
ดทั
ศนคติ
อี
กแบบ
หนึ
ง ที่
ผู
ถู
กวั
ดไม่
รู
ว่
ากํ
าลั
งถู
กวั
ดทั
ศนคติ
ในเรื่
องใดเรื่
องหนึ
ง เช่
นใช้
วิ
ธี
การวั
ดจดหมายหาย (Lost
Letter Technique) โดยการจ่
าหน้
าซองถึ
งคนที่
ต้
องการจะวั
ด เช่
น วั
ดทั
ศนคติ
ของคนทั ่
วไปที่
มี
ต่
นั
กการเมื
องพวกที่
ก้
าวหน้
า และพวกอนุ
รั
กษ์
นิ
ยม จ่
าหน้
าซองถึ
งคนเหล่
านี
ในปริ
มาณเท่
า ๆกั
น แล้
แกล้
งทํ
าหล่
นไว้
ก่
อนที่
จะถู
กส่
งถึ
งตู
ไปรษณี
ย์
คนที่
พบเห็
นจะทํ
าปฏิ
กิ
ริ
ยาอย่
างไร อาจฉี
กทิ
ง ถ้
าเขา
ไม่
ชอบนั
กการเมื
องคนนั
น เป็
นต้
น การวั
ดแบบนี
จะวั
ดได้
โดยตรวจดู
จดหมายที่
ไปถึ
งปลายทาง ถ้
จดหมายถึ
งปลายทางแสดงว่
าคนส่
วนใหญ่
ย ั
งนิ
ยมนั
กการเมื
องคนนั
นอยู
หรื
อจะวั
ดทั
ศนคติ
ของ
ประชาชนที่
มี
ต่
อนายกรั
ฐมนตรี
ก็
ได้
โดยทํ
าในลั
กษณะเดี
ยวกั
นนี
4. การใช้
Projective Technique ซึ
งเป็
นการวั
ดทั
ศนคติ
ทางอ้
อม การวั
ดทั
ศนคติ
ตรง ๆ อาจทํ
าให้
คนเราเสี่
ยงที่
ตอบตามตรง และจะตอบตามที่
สั
งคมนิ
ยมชมชอบมากกว่
าที่
จะออกมา
จากใจจริ
ง ดั
งนั
น การวั
ดทางอ้
อมแม้
จะยุ ่
งยาก แต่
ก็
สามารถได้
ข้
อมู
ลมาใกล้
เคี
ยงกั
บความจริ
งมากขึ
มี
วิ
ธี
ที่
สํ
าคั
ญ ดั
งนี
4.1
การต่
อเนื่
องโดยโยงความสั
มพั
นธ์
เมื่
อให้
ดู
สิ
งเร้
าบางอย่
างให้
เขี
ยน
สิ ่
งแรกที่
นึ
กขึ
นได้
ลงในสมุ
ดทั
นที
ซึ
งจะได้
ความสั
มพั
นธ์
ออกมา
4.2
การสร้
างภาพเพ้
อฝั
น โดยให้
เล่
าเรื่
องหรื
ออธิ
บายรู
ปภาพบางอย่
างที่
กํ
ากวม สามารถบอกได้
หลายแง่
มุ
ม ซึ
งเรี
ยกว่
า T.A.T. (Thematic Apperrect Test) จากภาพถ่
าย
หรื
อภาพวาดที่
เหมื
อนของจริ
ง และภาพถ่
ายที่
จงใจทํ
าให้
พร่
ามั
วไม่
ชั
ดเจน หรื
อภาพหยดหมึ
ก สิ
งที่
เล่
าออกมาจะแสดงถึ
งทั
ศนะของคน ๆ นั
นได้
4.3
การใช้
สิ ่
งเร้
าไม่
ชั
ดเจน โดยให้
ดู
สิ ่
งเร้
านั
น แล้
วให้
บอกความหมาย
ของสิ ่
งเร้
านั
น จะทํ
าให้
ทราบทั
ศนคติ
ของเขาได้
ในการวิ
จั
ยครั
งนี
ผู
วิ
จั
ยได้
ใช้
การวั
ดทั
ศนคติ
โดยใช้
วิ
ธี
มาตราส่
วนประมาณค่
าแบบ
Summated Rating หรื
อ Likert Method ซึ
งผู
ศึ
กษาเห็
นว่
าเป็
นแบบสอบถามที่
นิ
ยมใช้
กั
นมากและ
เหมาะสมต่
อการศึ
กษาในครั
งนี
ผู
ตอบสะดวก และสามารถเข้
าใจได้
ง่
าย โดยการตอบแบบสอบถาม
นี
มี
ข้
อให้
เลื
อก คื
อ 1) เห็
นด้
วยอย่
างมาก 2) เห็
นด้
วย 3) เห็
นด้
วยปานกลาง 4)