68
นั
้
น ส่
วนมากนิ
ยมใช้
กั
บสารสนเทศที่
เป็
นนวั
ตกรรม เพื่
อสร้
าง ทั
ศนคติ
ให้
คนยอมรั
บ การแพร่
นวั
ตกรรมนั
้
น ๆ (ในฐานะความรู
้
)
3. การกํ
าหนดวาระ (Agenda Setting) เป็
นผลกระทบเชิ
งความรู
้
ที่
สื่
อกระจายออกไป
เพื่
อให้
ประชาชนตระหนั
กและผู
กพั
นกั
บประเด็
นวาระที่
สื่
อกํ
าหนดขึ
้
น หากตรงกั
บภู
มิ
หลั
ง ของปั
จเจก
ชน และค่
านิ
ยมของสั
งคมแล้
ว ผู
้
รั
บสารก็
จะเลื
อกสารสนเทศนั
้
น
4. การพอกพู
นระบบความเชื่
อ (Expansion of Belief System)การสื่
อสารสั
งคมมั
ก
กระจายความเชื่
อ ค่
านิ
ยม และอุ
ดมการณ์
ด้
านต่
าง ๆ ไปสู
่
ประชาชน จึ
งทํ
าให้
ผู
้
รั
บสาร รั
บทราบระบบ
ความเชื่
อถื
อ หลากหลาย และลึ
กซึ
้
งไว้
ใน ความเชื่
อของตนมากขึ
้
นไปเรื่
อย ๆ
5. การรู
้
แจ้
งต่
อค่
านิ
ยม (Value Clarification) ความขั
ดแย ้
งในเรื่
องค่
านิ
ยมและ
อุ
ดมการณ์
เป็
นภาวะปกติ
ของสั
งคม สื่
อมวลชนที่
นํ
าเสนอข้
อเท็
จจริ
งในประเด็
นเหล่
านี
้
ย่
อมทํ
าให้
ประชาชน ผู
้
รั
บสารเข้
าใจถึ
งค่
านิ
ยมเหล่
านั
้
นแจ้
งชั
ดขึ
้
น
คาร์
เตอร์
วี
กู
๊
ด (Carter V.Good, 1973: 325 อ้
างใน โสภิ
ตสุ
ดา มงคลเกษม, 2539 : 42 )
กล่
าวว่
า ความรู
้
เป็
นข้
อเท็
จจริ
ง (facts) ความจริ
ง (truth) เป็
นข้
อมู
ลที่
มนุ
ษย์
ได้
รั
บและเก็
บรวบรวมจาก
ประสบการณ์
ต่
างๆ การที่
บุ
คคลยอมรั
บหรื
อปฏิ
เสธสิ
่
งใดสิ
่
งหนึ
่
งได้
อย่
างมี
เหตุ
ผล บุ
คคลควรจะต้
องรู
้
เรื่
อง เกี่
ยวกั
บสิ
่
งนั
้
น เพื่
อประกอบ การตั
ดสิ
นใจ นั
่
นก็
คื
อ บุ
คคลจะต้
องมี
ข้
อเท็
จจริ
ง หรื
อข้
อมู
ล ต่
างๆ
ที่
สนั
บสนุ
นและให้
คํ
าตอบข้
อสงสั
ยที่
บุ
คคลมี
อยู ่
ชี
้
แจงให้
บุ
คคลเกิ
ดความเข้
าใจและ ทั
ศนคติ
ที่
ดี
ต่
อ
เรื่
องใดเรื่
องหนึ
่
ง รวมทั
้
งเกิ
ดความตระหนั
ก ความเชื่
อ และค่
านิ
ยมต่
างๆ ด้
วย
ประภาเพ็
ญ สุ
วรรณ (2520: 16) กล่
าวว่
า ความรู
้
เป็
นพฤติ
กรรมขั
้
นต้
น ซึ
่
งผู
้
เรี
ยนเพี
ยงแต่
จํ
าได้
อาจจะโดยการนึ
กได้
หรื
อโดยการมองเห็
นหรื
อได้
ยิ
น จํ
าได้
ความรู
้
ขั
้
นนี
้
ได้
แก่
ความรู
้
เกี่
ยวกั
บคํ
า
จํ
ากั
ดความ ความหมาย ข้
อเท็
จจริ
ง ทฤษฎี
กฎ โครงสร้
าง และวิ
ธี
การแก้
ปั
ญหาเหล่
านี
้
เบนจามิ
น เอส
บลู
ม (Benjamin S.Bloom, 1967: 271) ได้
ให้
ความหมายของความรู
้
ว่
า ความรู
้
เป็
นสิ
่
งที่
เกี่
ยวข้
องกั
บ
การระลึ
กถึ
ง เฉพาะเรื่
อง หรื
อเรื่
องทั
่
วๆไป ระลึ
กถึ
งวิ
ธี
กระบวนการหรื
อสถานการณ์
ต่
างๆโดยเน้
น
ความจํ
า
1. ความรู
้
ทํ
าให้
ทราบถึ
งความสามารถในการจํ
าและการระลึ
กถึ
งเหตุ
การณ์
หรื
อ
ประสบการณ์
ที่
เคยพบมาแล้
ว แบ่
งออกเป็
น
1.1. ความรู
้
เกี่
ยวกั
บเนื
้
อหาวิ
ชาโดยเฉพาะ
1.2. ความรู
้
เกี่
ยวกั
บวิ
ธี
และการดํ
าเนิ
นการที่
เกี่
ยวกั
บสิ ่
งใดสิ
่
งหนึ
่
ง
1.3. ความรู
้
เกี่
ยวกั
บการรวบรวมแนวความคิ
ดและโครงสร้
าง
2. ความเข้
าใจ ทํ
าให้
ทราบถึ
งความสามารถในการใช้
สติ
ปั
ญญาและทั
กษะเบื
้
องต้
น
3. การนํ
าไปใช้