Page 77 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

67
องค์
ประกอบส่
วนอื่
นจะมี
แนวโน้
มที่
จะ เปลี่
ยนแปลงด้
วยบุ
คลากรทางการแพทย์
ซึ
งทํ
าหน้
าที่
เป็
นผู
ส่
สาร ต้
องมี
ความเชี่
ยวชาญ (Expertness) และ ความน่
าไว้
วางใจ (Trustworthiness) จะทํ
าให้
มี
ความ
น่
าเชื่
อถื
อสู
ง สามารถชั
กจู
งใจได้
ดี
อี
กทั
งมี
บุ
คลิ
กภาพ (Personality) ดี
ก็
จะมี
ความสํ
าคั
ญต่
อ การ
ยอมรั
บ นอกจากนี
หากข้
อมู
ลข่
าวสาร มี
การเตรี
ยมมาเป็
นอย่
างดี
ไม่
ว่
าจะเป็
นเนื
อหา , การเรี
ยงลํ
าดั
บ ,
ความชั
ดเจนตลอดจนมี
ความกระชั
บและมี
ช่
องทางในการส่
งที่
เหมาะสม ผู
ใช้
บริ
การซึ
งเป็
น ผู
รั
บสารก็
อยากฟั
ง และมี
แนวโน้
มที่
จะ ปรั
บเปลี่
ยนพฤติ
กรรม ตามคํ
าแนะนํ
าหรื
อชั
กจู
แนวคิ
ดและทฤษฎี
เกี่
ยวกั
บความรู
ทั
ศนคติ
และพฤติ
กรรม (KAP)
ทฤษฎี
นี
เป็
นทฤษฎี
ที่
ให้
ความสํ
าคั
ญกั
บตั
วแปร 3 ตั
ว คื
อ ความรู
(Knowledge) ทั
ศนคติ
(Attitude) และ การยอมรั
บปฏิ
บั
ติ
(Practice) ของผู
รั
บสารอั
นอาจมี
ผลกระทบต่
อสั
งคมต่
อไป จากการ
รั
บสารนั
น ๆ การเปลี่
ยนแปลงทั
งสามประเภทนี
จะเกิ
ดขึ
น ในลั
กษณะต่
อเนื่
อง กล่
าวคื
อ เมื่
อผู
รั
บสาร
ได้
รั
บสารก็
จะทํ
าให้
เกิ
ดความรู
เมื่
อเกิ
ดความรู
ขึ
น ก็
จะไปมี
ผลทํ
าให้
เกิ
ด ทั
ศนคติ
และขั
นสุ
ดท้
าย คื
การก่
อให้
เกิ
ดการกระทํ
า ทฤษฎี
นี
อธิ
บาย การสื่
อสาร หรื
อ สื่
อมวลชน ว่
า เป็
นตั
วแปรต้
นที่
สามารถ
เป็
นตั
วนํ
า การพั
ฒนาเข้
าไปสู
ชุ
มชนได้
ด้
วยการอาศั
ย KAP เป็
นตั
วแปรตามใน การวั
ดความสํ
าเร็
จ ของ
การสื่
อสาร เพื่
อการพั
ฒนา (สุ
รพงษ์
โสธนะเสถี
ยร, 2533: 118) จะเห็
นได้
ว่
า สื่
อมวลชนมี
บทบาท
สํ
าคั
ญใน การนํ
าข่
าวสารต่
าง ๆ ไปเผยแพร่
เพื่
อให้
ประชาชนในสั
งคมได้
รั
บทราบว่
า ขณะนี
ในสั
งคมมี
ปั
ญหาอะไร เมื่
อประชาชนได้
รั
บทราบ ข่
าวสารนั
น ๆ ย่
อมก่
อให้
เกิ
ด ทั
ศนคติ
และเกิ
ดพฤติ
กรรม
ต่
อไป ซึ
งมี
ลั
กษณะ สั
มพั
นธ์
กั
นเป็
นลู
กโซ่
เป็
นที่
ยอมรั
บกั
นว่
า การสื่
อสารมี
บทบาทสํ
าคั
ญ ในการ
ดํ
าเนิ
นโครงการต่
าง ๆ ให้
บรรลุ
ผลสํ
าเร็
จ ตามที่
ตั
งเป้
าหมายไว้
การที่
คนเดิ
นเท้
ามี
พฤติ
กรรมการปฏิ
บั
ติ
ตาม กฎจราจรได้
ก็
ต้
องอาศั
ย การสื่
อสาร เป็
นเครื่
องมื
ออั
นสํ
าคั
ญใน การเพิ
มพู
นความรู
สร้
าง ทั
ศนคติ
ที่
ดี
และเกิ
ด การเปลี่
ยนแปลงพฤติ
กรรม ไปในทางที่
เหมาะสม โดยผ่
านสื่
อชนิ
ดต่
าง ๆไปย ั
งประชาชน
กลุ
มเป้
าหมาย ซึ
งต้
องประกอบด้
วย (สุ
รพงษ์
โสธนะเสถี
ยร, 2533 : 120-121) ความรู
(Knowledge)
เป็
นการรั
บรู
เบื
องต้
น ซึ
งบุ
คคลส่
วนมาก จะได้
รั
บผ่
าน ประสบการณ์
โดย การเรี
ยนรู
จาก การ
ตอบสนองต่
อสิ ่
งเร้
า (S-R) แล้
วจั
ด ระบบเป็
นโครงสร้
าง ของ ความรู
ที่
ผสมผสานระหว่
าง ความจํ
(ข้
อมู
ล) กั
บ สภาพจิ
ตวิ
ทยา ด้
วยเหตุ
นี
ความรู
จึ
งเป็
นความจํ
า ที่
เลื
อกสรร ซึ
งสอดคล้
อง กั
บ สภาพจิ
ตใจ
ของตนเอง ความรู
จึ
งเป็
น กระบวนการภายใน อย่
างไรก็
ตามความรู
ก็
อาจ ส่
งผลต่
อ พฤติ
กรรม ที่
แสดงออกของมนุ
ษย์
ได้
และผลกระทบที่
ผู
รั
บสารเชิ
ง ความรู
ใน ทฤษฎี
การสื่
อสาร นั
นอาจปรากฏได้
จากสาเหตุ
5 ประการคื
1. การตอบข้
อสงสั
ย (Ambiguity Resolution) การสื่
อสารมั
กจะสร้
างความ สั
บสนให้
สมาชิ
กในสั
งคม ผู
รั
บสาร จึ
งมั
กแสวงหา สารสนเทศ โดยการอาศั
ยสื่
อ ทั
งหลาย เพื่
อตอบ ข้
อสงสั
และความสั
บสนของตน
2. การสร้
างทั
ศนะ (Attitude Formation) ผลกระทบเชิ
งความรู
ต่
อ การปลู
กฝั
งทั
ศนะ