Page 75 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

65
สื่
อสาร พิ
จารณาจากแบบจํ
าลอง การสื่
อสาร ของ ลาสเวล (Lasswell,1948) ซึ
งได้
วิ
เคราะห์
กระบวนการสื่
อสาร ในรู
ปของ ใคร พู
ดอะไร กั
บใคร อย่
างไร และได้
ผลอย่
างไร ซึ
งสามารถแบ่
ออกเป็
นตั
วแปรต้
น และตั
วแปรตาม กล่
าวคื
อ ใคร (ผู
ส่
งสาร) พู
ดอะไร (สาร) กั
บใคร (ผู
รั
บสาร)
อย่
างไร (สื่
อ) ก็
คื
อตั
วแปรต้
น ส่
วนได้
ผลอย่
างไร (ผลของการสื่
อสาร) ก็
คื
อ ตั
วแปรตามตั
วแปรต้
นทั
4 ประการ ซึ
งผลต่
อการเปลี่
ยนแปลง ทั
ศนคติ
มี
ลั
กษณะดั
งนี
ผู
ส่
งสาร (Source) ผลของสารที่
มี
ต่
การเปลี่
ยนแปลง ทั
ศนคติ
ของบุ
คคลขึ
นอยู
กั
บ ผู
ส่
งสาร ลั
กษณะของผู
ส่
งสารบางอย่
าง จะสามารถ มี
อิ
ทธิ
พลต่
อบุ
คคลอื่
นมากกว่
าลั
กษณะอื่
น ๆ เช่
น ความน่
าเชื่
อถื
อ (Credibility) ซึ
งขึ
นอยู
กั
บปั
จจั
ย 2
ประการคื
อ ความเชี่
ยวชาญ (Expertness) และความน่
าไว้
วางใจ (Trustworthiness) ผู
ส่
งสารที่
มาความ
น่
าเชื่
อถื
อสู
ง จะสามารถชั
กจู
งใจได้
ดี
กว่
า ผู
ส่
งสารที่
มี
ความน่
าเชื่
อถื
อตํ
า นอกจากนี
บุ
คลิ
กภาพ
(Personality) ของผู
ส่
งสารก็
มี
ความสํ
าคั
ญต่
อการยอมรั
บสาร (Message) ลั
กษณะของสารจะมี
ผลต่
การยอมรั
บหรื
อไม่
ยอมรั
บของบุ
คคล ถ้
าเตรี
ยมเนื
อหาสารมาเป็
นอย่
างดี
ผู
รั
บสารก็
อยากฟั
ง ดั
งนั
นการ
เรี
ยงลํ
าดั
บของเนื
อหาความชั
ดเจนของเนื
อหาสาร ความกระชั
บ เป็
นต้
น จึ
งเป็
นองค์
ประกอบสํ
าคั
ญ ต่
การสื่
อสาร ที่
มี
ประสิ
ทธิ
ภาพสื่
อ (Channel) หรื
อช่
องทางการสื่
อสาร เป็
นเรื่
องของประเภทและชนิ
ของสื่
อที่
ใช้
ผู
รั
บสาร (Receiver) องค์
ประกอบของผู
รั
บสารที่
จะทํ
าให้
เกิ
ดการจู
งใจที่
มี
ประสิ
ทธิ
ภาพ
ได้
แก่
สติ
ปั
ญญา ทั
ศนคติ
ความเชื่
อ ความเชื่
อมั
นในตนเอง การมี
ส่
วนร่
วม การผู
กมั
ด เป็
นต้
แมคไกวร์
( McGuire อ้
างใน อรวรรณ ปิ
ลั
นธน์
โอวาท, 2537) กล่
าวว่
า ตั
วแปรทั
ง 4 ประการ
ข้
างต้
นนี
ก่
อให้
เกิ
ดตั
วแปรตาม คื
อผลของการสื่
อสารเป็
นไปตามลํ
าดั
บขั
น 5 ขั
นหลั
ก คื
1. ความตั
งใจ/ความสนใจ (Attention)
2. ความเข้
าใจ (Comprehension)
3. การยอมรั
บต่
อสาร (Yielding)
4. การเก็
บจํ
าสารไว้
(Retention)
5. การกระทํ
า (Action)
โดยผู
รั
บสารต้
องผ่
านไปที่
ละขั
น เพื่
อที่
การสื่
อสาร จะสามารถเปลี่
ยนแปลง ทั
ศนคติ
ได้
ครบถ้
วนตาม กระบวนการ ซึ
งในสภาพการณ์
ปกติ
ขั
นตอนแรก ๆ จะต้
องเกิ
ดขึ
นก่
อน เพื่
อที่
ขั
นตอน
ต่
อ ๆ ไปจะเกิ
ดขึ
นได้
การเปลี่
ยนแปลง ทั
ศนคติ
โดยใช้
อิ
ทธิ
พลทางสั
งคม (Attitude Change: Social Influence)
อิ
ทธิ
พลทางสั
งคม มี
ผลอย่
างมาก ต่
อ การเปลี่
ยนแปลง ทั
ศนคติ
และการตั
ดสิ
นใจ เพราะในขณะ
ตั
ดสิ
นใจ ย่
อมมี
กลุ
มบุ
คคล ที่
มี
ความสํ
าคั
ญ ต่
อผู
ป่
วยเข้
ามาเกี่
ยวข้
อง ได้
แก่
บุ
คคลในครอบครั
ว ญาติ
พี่
น้
อง และเพื่
อนฝู
ง เป็
นต้
แนวความคิ
ดเกี่
ยวกั
บการเปลี่
ยนแปลง ทั
ศนคติ
แมคไกวร์
และมิ
ลแมน ( McGuire and Millman,1965) กล่
าวว่
า แนวความคิ
ดเกี่
ยวกั