63
1. การยิ
นยอม (Compliance)
การยิ
นยอม จะเกิ
ดได้
เมื่
อ บุ
คคลยอมรั
บสิ ่
งที่
มี
อิ
ทธิ
พลต่
อตั
วเขา และมุ
่
งหวั
งจะ
ได้
รั
บ ความพอใจ จากบุ
คคล หรื
อ กลุ ่
มบุ
คคลที่
มี
อิ
ทธิ
พลนั
้
น การที่
บุ
คคลยอมกระทํ
าตามสิ ่
งที่
อยาก
ให้
เขากระทํ
านั
้
น ไม่
ใช่
เพราะบุ
คคลเห็
นด้
วยกั
บสิ ่
งนั
้
น แต่
เป็
นเพราะเขาคาดหวั
งว่
า จะได้
รั
บ รางวั
ล
หรื
อการยอมรั
บจากผู
้
อื่
นในการเห็
นด้
วย และกระทํ
าตาม ดั
งนั
้
น ความพอใจ ที่
ได้
รั
บจาก การยอม
กระทํ
าตาม นั
้
น เป็
นผลมาจาก อิ
ทธิ
พลทางสั
งคม หรื
อ อิ
ทธิ
พลของสิ
่
งที่
ก่
อให้
เกิ
ด การยอมรั
บนั
้
น
กล่
าวได้
ว่
า การยอมกระทํ
าตามนี
้
เป็
นกระบวนการเปลี่
ยนแปลง ทั
ศนคติ
ซึ
่
งจะมี
พลั
งผลั
กดั
น ให้
บุ
คคลยอม กระทํ
าตามมากหรื
อน้
อย ขึ
้
นอยู
่
กั
บจํ
านวนหรื
อ ความรุ
นแรงของรางวั
ลและ การลงโทษ
2. การเลี
ยนแบบ (Identification)
การเลี
ยนแบบ เกิ
ดขึ
้
นเมื่
อบุ
คคลยอมรั
บสิ
่
งเร้
า หรื
อสิ ่
งกระตุ
้
น ซึ
่
งการยอมรั
บนี
้
เป็
นผลมาจาก การที่
บุ
คคล ต้
องการจะสร้
างความสั
มพั
นธ์
ที่
ดี
หรื
อที่
พอใจระหว่
างตนเองกั
บผู
้
อื่
น
หรื
อกลุ
่
มบุ
คคลอื่
น จากการเลี
ยนแบบนี
้
ทั
ศนคติ
ของบุ
คคลจะเปลี่
ยน ไป มากหรื
อน้
อย ขึ
้
นอยู
่
กั
บ
สิ ่
งเร้
าให้
เกิ
ดการเลี
ยนแบบ กล่
าวได้
ว่
า การเลี
ยนแบบ เป็
นกระบวน การเปลี่
ยนแปลง ทั
ศนคติ
ซึ
่
ง
พลั
งผลั
กดั
น ให้
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงนี
้
จะมากหรื
อน้
อยขึ
้
นอยู
่
กั
บ ความน่
า โน้
มน้
าวใจ ของสิ
่
งเร้
าที่
มี
ต่
อบุ
คคลนั
้
น การเลี
ยนแบบจึ
งขึ
้
นอยู
่
กั
บพลั
ง (Power) ของผู
้
ส่
งสาร บุ
คคลจะรั
บเอาบทบาท
ทั
้
งหมด ของคนอื่
น มาเป็
นของตนเอง หรื
อแลกเปลี่
ยนบทบาทซึ
่
งกั
นและกั
น บุ
คคลจะเชื่
อในสิ ่
งที่
ตั
วเอง เลี
ยนแบบ แต่
ไม่
รวมถึ
งเนื
้
อหาและรายละเอี
ยดในการเลี
ยนแบบ ทั
ศนคติ
ของบุ
คคล จะ
เปลี่
ยนไปมาก หรื
อน้
อยขึ
้
นอยู
่
กั
บ สิ ่
งเร้
าที่
ทํ
าให้
เกิ
ด การเปลี่
ยนแปลง
3. ความต้
องการที่
อยากจะเปลี่
ยน (Internalization)
เป็
นกระบวนการ ที่
เกิ
ดขึ
้
นเมื่
อบุ
คคลยอมรั
บสิ ่
งที่
มี
อิ
ทธิ
พลเหนื
อกว่
า ซึ
่
งตรงกั
บ
ความต้
องการภายใน ค่
านิ
ยม ของเขา พฤติ
กรรมที่
เปลี่
ยนไป ในลั
กษณะนี
้
จะสอดคล้
องกั
บ ค่
านิ
ยม
ที่
บุ
คคลมี
อยู
่
เดิ
ม ความพึ
งพอใจ ที่
ได้
จะขึ
้
นอยู
่
กั
บ เนื
้
อหารายละเอี
ยด ของพฤติ
กรรมนั
้
น ๆ การ
เปลี่
ยนแปลง ดั
งกล่
าว ถ้
าความคิ
ด ความรู
้
สึ
กและพฤติ
กรรมถู
กกระทบไม่
ว่
า จะในระดั
บใดก็
ตาม
จะมี
ผลต่
อการเปลี่
ยน ทั
ศนคติ
ทั
้
งสิ
้
น นอกจากนี
้
องค์
ประกอบ ต่
าง ๆใน กระบวนการสื่
อสาร เช่
น
คุ
ณสมบั
ติ
ของผู
้
ส่
งสารและผู
้
รั
บสาร ลั
กษณะของข่
าวสาร ตลอดจน ช่
องทางในการสื่
อสาร ล้
วน
แล้
วแต่
มี
ผลกระทบต่
อการเปลี่
ยนแปลง ทั
ศนคติ
ได้
ทั
้
งสิ
้
น นอกจากนี
้
ทั
ศนคติ
ของบุ
คคล เมื่
อ
เกิ
ดขึ
้
นแล้
ว แม้
จะคงทน แต่
ก็
จะสามารถ เปลี่
ยนได้
โดยตั
วบุ
คคล สถานการณ์
ข่
าวสาร การชวนเชื่
อ
และสิ ่
งต่
าง ๆ ที่
ทํ
าให้
เกิ
ดการยอมรั
บในสิ
่
งใหม่
แต่
จะต้
องมี
ความสั
มพั
นธ์
กั
บค่
านิ
ยม ของบุ
คคล
นั
้
น นอกจากนี
้
อาจเกิ
ดจาก การยอมรั
บโดยการบั
งคั
บ เช่
น กฎหมาย ข้
อบั
งคั
บ การเปลี่
ยนแปลง
ทั
ศนคติ
มี
2 ชนิ
ด คื
อ