53
จะต้
องเตรี
ยมการหมั
้
น โดยจั
ดเตรี
ยมของหมั
้
นและขั
้
นหมากหมั
้
น นอกจากนั
้
นย ั
งได้
กล่
าวถึ
งความเชื่
อ
ในการจั
ดขั
นหมากไว้
หลายอย่
าง
สมชั
ย ใจดี
และยรรยง ศรี
วิ
ริ
ยาภรณ์
(2531) กล่
าวไว้
ในประเพณี
และวั
ฒนธรรมไทยว่
า
ตามประเพณี
อั
นดี
งามของไทย เมื่
อหญิ
งชายมี
ความรั
กใคร่
ชอบพอกั
นและมี
ความประสงค์
ที่
จะ
แต่
งงานอยู
่
กิ
นด้
วยกั
นฉั
นท์
สามี
ภรรยา ผู
้
ใหญ่
ฝ่
ายชายมั
กจะจั
ดส่
งผู
้
ที่
นั
บถื
อของคนทั
้
งหลายซึ
่
งเรี
ยกว่
า
”เฒ่
าแก่
” ไปพู
ดจาทาบทามกั
บพ่
อแม่
ของฝ่
ายหญิ
งอย่
างไม่
เป็
นทางการก่
อน ถ้
าฝ่
ายหญิ
งไม่
ขั
ดข้
องก็
จะดํ
าเนิ
นการขอและหมั
้
น สมชั
ยและยรรยงได้
กล่
าวถึ
งกฎหมายแพ่
งและพาณิ
ชย์
ที่
ได้
แก้
ไขใหม่
เมื่
อ
พ.ศ. 2519 เกี่
ยวกั
บการแต่
งงาน การเข้
าพิ
ธี
แต่
งงาน คนไทยนิ
ยมแต่
งงานในเดื
อนคู
่
โดยถื
อเอาเสี
ยง
ของคํ
าว่
าคู
่
เป็
นสิ
ริ
มงคล ประเภทของงานพิ
ธี
แต่
งงาน การปลู
กเรื
อนหอ การแห่
ขั
นหมาก การส่
งตั
ว
เข้
าหอ
สมิ
ทร์
สระอุ
บล (2531 : 6 – 76) ได้
ศึ
กษาวั
ฒนธรรมชาวไทยญ้
อในภาค
ตะวั
นออกเฉี
ยงเหนื
อ ศึ
กษากรณี
บ้
านโพนสิ
ม อํ
าเภอยางตลาด จั
งหวั
ดกาฬสิ
นธุ
์
สรุ
ปว่
า ประชาชน
ชาวไทยญ้
อยึ
ดมั
่
นในแผนประเพณี
อย่
างมั
่
นคง เช่
น ประเพณี
เกี่
ยวกั
บการแต่
งงาน หญิ
งจะไม่
ได้
ส่
วน
แบ่
งในมรดกของฝ่
ายตน แต่
จะได้
มรดกจากฝ่
ายสามี
สํ
าหรั
บการแต่
งงานชายนิ
ยาไปอยู
่
บ้
านหญิ
ง
เว้
นแต่
บ้
านนั
้
นมี
ลู
กชายคนเดี
ยวหญิ
งจะไปอยู
่
บ้
านบ้
านฝ่
ายชาย ซึ
่
งมี
พิ
ธี
รั
บลู
กสะใภ้
ขึ
้
นบ้
านโดยใช้
แห่
เวลาขึ
้
นบ้
าน (เรื
อน)
ความหมายและและแนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บทั
ศนคติ
1. ความหมายของทั
ศนคติ
คํ
าว่
า ทั
ศนคติ
หรื
อ Attitude ตามปทานุ
กรมของ Webster ได้
กล่
าวถึ
ง คํ
าว่
า
Attitude ขึ
้
นมาจากศั
พท์
ภาษาลาติ
นว่
า “Aptus” แปลว่
า โน้
มเอี
ยงเหมาะสมและนํ
ามาใช้
ใน
ความหมายของคํ
า “Attitude” ว่
าหมายถึ
ง ท่
าที
ที่
แสดงออกของคนเรา ซึ
่
งบ่
งถึ
งสภาพของจิ
ตใจ
ส่
วนคํ
าจํ
ากั
ดความของทั
ศนคติ
(Attitude) มี
ผู
้
ให้
ความหมายไว้
ดั
งนี
้
Charles R.Foster (1952, 119) ได้
สรุ
ปแนวความคิ
ดเกี่
ยวกั
บการเกิ
ด ทั
ศนคติ
ว่
าขึ
้
นอยู
่
กั
บเหตุ
2 ประการคื
อ
1. ประสบการณ์
ที่
บุ
คคลมี
ต่
อสิ ่
งของ บุ
คคล หรื
อสถานการณ์
ทั
ศนคติ
จึ
งเป็
น
สิ ่
งที่
เกิ
ดในตั
วบุ
คคล จากการได้
พบ ได้
เห็
น ได้
คุ
้
นเคย ได้
ทดลอง ฯลฯ อั
นถื
อได้
ว่
าเป็
น
ประสบการณ์
โดยตรง (Direct Experience) และการได้
ยิ
น ได้
ฟั
ง ได้
เห็
นรู
ปภาพ หรื
อได้
อ่
าน
เกี่
ยวกั
บสิ ่
งต่
างๆ แต่
ไม่
พบเห็
น และไม่
ได้
ทดลองด้
วยตนเอง ถื
อเป็
นประสบการณ์
ทางอ้
อม
(Indirect Experience) เนื่
องจากทั
ศนคติ
เป็
นเรื่
องที่
เกิ
ดจากการรั
บทราบ เมื่
อรั
บแล้
วก็
จะเกิ
ด