Page 62 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

52
อี
สาน เป็
นบริ
เวณที่
มี
ความกว้
างใหญ่
มี
กลุ
มคนที่
อาศั
ยอยู
หลายกลุ ่
มด้
วยกั
น กลุ ่
มที่
ใหญ่
ที่
สุ
ดคื
กลุ
มไทยลาวหรื
อกลุ
มไทยอี
สาน รองลงมามี
กลุ
มย่
อยๆ อี
กหลายกลุ
มที่
เป็
นชนกลุ ่
มน้
อยของภาค
อี
สาน เช่
น ไทยเขมรไทยกุ
ยหรื
อส่
วย เป็
นต้
น ความแตกต่
างของชนกลุ
มน้
อยมี
หลายอย่
างด้
วยกั
และชนกลุ
มน้
อยย ั
งมี
เอกลั
กษณ์
เป็
นของตนเองคื
อ ภาษา บริ
เวณที่
อยู
อาศั
ย การดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตความ
เป็
นอยู
ความเชื่
อ ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
และศิ
ลปวั
ฒนธรรม ความสั
มพั
นธ์
ทางสั
งคม
ไพฑุ
รย์
มี
กุ
ศล (2531 : 85-86) ได้
กล่
าวไว้
ว่
า ชาวไทยกวยมี
วั
ฒนธรรมเป็
ของตนเอง ค่
านิ
ยมและเอกลั
กษณ์
ที่
เด่
นประการแรกคื
อ ค่
านิ
ยมพื
นฐานที่
เกี่
ยวกั
บการพึ
งตนเอง มี
ความขย ั
นหมั
นเพี
ยรและความรั
บผิ
ดชอบ ประการที่
สอง ชาวกู
ยมี
ความเชื่
อในผู
นํ
าและผู
อาวุ
โส
สั
งเกตได้
จาการร่
วมมื
อในการพั
ฒนาหมู
บ้
าน เช่
น การตั
ดถนนหนทางในหมู
บ้
าน เป็
นต้
น ประการ
ที่
สาม มี
ความเชื่
อและศรั
ทธาในพระพุ
ทธศาสนา และประการที่
สี่
มี
การนั
บถื
อผี
บรรพบุ
รุ
ษ ผี
ปู
ตา
ผี
บ้
าน ผี
เรื
อน และอารั
กษ์
ต่
างๆ
อั
จฉรา ภาณุ
รั
ตน์
และคณะ (2537 : 74) ได้
กล่
าวไว้
ว่
า ชาวกุ
ยเรี
ยกตั
วเอง
ว่
ากุ
ย หรื
อกวย หมายถึ
ง คน แต่
ชาวไทยทั ่
วไปเรี
ยกเขาว่
า ส่
วย ซึ
งคํ
าว่
า ส่
วย เริ
มมี
ใช้
ในสมั
รั
ตนโกสิ
นทร์
ตอนต้
น อั
นเนื่
องมาจากการส่
งส่
วย ให้
เป็
นเครื่
องราชบรรณาการเป็
นประจํ
าทุ
กปี
งานวิ
จั
ยทั
งหมดนี
ผู
วิ
จั
ยจะใช้
เป็
นกรอบแนวคิ
ด และเป็
นแนวทางในการศึ
กษาที่
เกี่
ยวกั
บประวั
ติ
ชาติ
พั
นธุ
เขมร ชาติ
พั
นธุ
ส่
วย และชาติ
พั
นธุ
เยอในภาคตะวั
นออกเฉี
ยงเหนื
ใจจริ
ง โกมลมิ
ศร์
(2518 : 23 – 25) กล่
าวถึ
งวั
ฒนธรรมและประเพณี
ของชาวผู
ไทยในเรื่
องของการแต่
งงาน หรื
อ “ปะซู
” ว่
าแต่
เดิ
มพิ
ธี
แต่
งงานนั
น หนุ ่
มสาวมั
กจะรู
จั
กรั
กใคร่
ชอบ
พอกั
นมาก่
อน การคลุ
มถุ
งชนมี
น้
อย เมื่
อตกลงกั
นได้
จะต้
องไปโอม (สู
ขอ) แล้
วจึ
งเข้
าพิ
ธี
“ปะซู
เมื่
อครบ 9 วั
น ฝ่
ายชายจะต้
องนํ
าสิ
งของไปไหว้
ผี
ทางฝ่
ายหญิ
ง หลั
งจากแต่
งงานได้
3 ปี
ก็
ต้
องทํ
าพิ
ธี
กิ
นดอง คื
อ การทํ
าอาหารไหว้
ผี
และเลี
ยงแขกผู
ใหญ่
เมื่
อมี
บุ
ตรแล้
ว 2 คน จะต้
องทํ
าพิ
ธี
กิ
นด่
าง คื
การจั
ดเลี
ยง เมื่
อมี
บุ
ตรแล้
ว 4 คน จะต้
องกิ
นหมู
ฮมฮอย คื
อ กิ
นควายและหมู
ซึ
งนั
บเป็
นประเพณี
ที่
มี
ลั
กษณะเฉพาะ
พระราชกิ
ตติ
โสภณ (2526 : 1 – 31) ; อภิ
ศั
กดิ
โสมอิ
นทร์
(ม.ป.ท. : 1 – 30) และมนั
ส สุ
สาย (ม.ป.ท. : 1 – 8) ได้
ศึ
กษารายละเอี
ยดเกี่
ยวกั
บการทํ
าบายศรี
สู
ขวั
ญเนื่
องในโอกาสต่
าง ๆ ไว้
อย่
าง
ละเอี
ยดในหนั
งสื
อเรื่
อง คํ
าบายศรี
สู
ขวั
ญ ประเพณี
บายศรี
สู
ขวั
ญ และหนั
งสื
ออ่
านเสริ
มความรู
เรื่
อง
การบายศรี
สู
ขวั
อุ
รดิ
นทร์
วิ
ริ
ยะบู
รณะ (2526) ได้
ทํ
าการศึ
กษาการแต่
งงานไว้
ว่
า “พิ
ธี
สมรสจะเกิ
ดขึ
นต้
อง
ผ่
านขั
นตอนของการหมั
น โดยจะมี
การนํ
าเอาวั
นเดื
อนปี
เกิ
ด ของชาย – หญิ
งที่
จะแต่
งงานกั
นไปให้
โหรผู
กดวงชะตา ว่
าชาย – หญิ
งคู
นี
ดวงต้
องกั
นหรื
อไม่
และหาฤกษ์
ยามไปพร้
อม ๆ กั
นเลย ฝ่
ายชาย