51
ไพบู
ลย์
สุ
นทรารั
กษ์
(2515 : 59-68) ได้
กล่
าวไว้
ว่
า จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
ตั
้
งแต่
สมั
ยอยุ
ธยาตอนปลาย เคยเป็
นเมื
องที่
ชาวกุ
ยอาศั
ยอยู
่
เป็
นจํ
านวนมาก แต่
ต่
อมาได้
มี
กลุ
่
มเขมร ซึ
่
ง
เป็
นกลุ ่
มที่
เข้
มแข็
งกว่
าชาวกุ
ยได้
เข้
ามาภายในพื
้
นที่
จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
และชาวเขมรซึ
่
งเป็
นกลุ
่
มที่
มี
วั
ฒนธรรมของกลุ
่
มตนเผยแพร่
ไปในกลุ
่
มของชาวกุ
ย จนทํ
าให้
ชาวกุ
ยซึ
่
งเป็
นชนกลุ
่
มใหญ่
ของ
จั
งหวั
ด ได้
กลายเป็
นชนกลุ ่
มน้
อยไป เพราะรั
บเอาวั
ฒนธรรมของกลุ
่
มเขมรนั
้
นเอง
ไพฑู
รย์
มี
กุ
ศล (2515 : 23) ได้
กล่
าวไว้
ว่
า ก่
อน พ.ศ. 2534 พวกชาวกุ
ยได้
อพยพมาจากเมื
องอั
ตปื
อและเมื
องแสนแป แล้
วมาตั
้
งบ้
านเรื
อนตามที่
ต่
างๆ ในเขตอี
สานตอนใต้
จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
ชาวกุ
ยได้
อพยพมาตั
้
งบ้
านเมื
องครั
้
งแรกที่
บ้
านเมื
องที่
บ้
านกุ
ดหวาย บ้
านเมื
องลึ
ง
บ้
านอั
จจะปะนึ
ง บ้
านลํ
าดวน และบ้
านจารพั
ด ต่
อมา พ.ศ. 2302 สมั
ยอยุ
ธยา ชาวกุ
ยจั
งหวั
ด
สุ
ริ
นทร์
ได้
รั
บบรรดาศั
กดิ
์
จากพระเจ้
ากรุ
งศรี
อยุ
ธยา เพราะสามารถช่
วยจั
บช้
าง ที่
แตกโรงมาจาก
อยุ
ธยานํ
าไปถวายกลั
บคื
นได้
นิ
คม วงเวี
ยน (2526 : 168) ได้
กล่
าวไว้
ว่
า ชาวกุ
ยมี
ความเชื่
อถื
อในเรื่
องต่
างๆ
เช่
น ความเชื่
อเกี่
ยวกั
บพิ
ธี
กรรม ความเชื่
อเกี่
ยวกั
บเรื่
องไสยศาสตร์
ความเชื่
อเกี่
ยวกั
บประเพณี
ความ
เชื่
อเกี่
ยวกั
บเรื่
องสิ
่
งศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
์
ความเชื่
อเกี่
ยวกั
บโชคลางและความเชื่
อเกี่
ยวกั
บปรากฏการณ์
ธรรมชาติ
นอกจากนั
้
นย ั
งได้
วิ
เคราะห์
พฤติ
กรรมของชาวกุ
ยว่
าเป็
นผู
้
รั
กสั
นโดษและกล้
าหาญ
ประวั
ติ
มหาดไทยส่
วนภู
มิ
ภาคจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
(2526 : 39) ได้
กล่
าวไว้
ว่
าใน
สมั
ยอยุ
ธยามี
อาณาเขตกว้
างขวางมาก ชาวไทยพื
้
นเมื
องกลุ
่
มหนึ
่
ง ซึ
่
งเรี
ยกตนเองว่
า กุ
ย หรื
อกู
ย
หรื
อกวย อาศั
ยอยู
่
ในเมื
องอั
ตปื
อและเมื
องแป ซึ
่
งในขณะนั
้
นอาณาจั
กรนี
้
เป็
นดิ
นแดนของอาณาจั
กร
ไทย เป็
นพวกที่
มี
ความรู
้
ความสามารถในการจั
บช้
างและสั
ตว์
ป่
านานาชนิ
ด ได้
อพยพข้
ามลํ
านํ
้
าโขง
มาสู
่
ฝั
่
งขวา เมื่
อ พ.ศ. 2260 และได้
แยกย ้
ายกั
นอยู
่
ตามที่
ต่
างๆ ในเขตอี
สานตอนใต้
บริ
เวณจั
งหวั
ด
สุ
ริ
นทร์
มี
ชาวกุ
ยได้
อพยพเข้
ามาอยู
่
ตามพื
้
นที่
ของจั
งหวั
ด และได้
แยกย ้
ายกั
นตั
้
งบ้
านเรื
อนประกอบ
อาชี
พด้
วยการทํ
านา ทํ
าไร่
การจั
บช้
างป่
าและการหาของป่
า
ศู
นย์
วั
ฒนธรรมจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
(2528 : 50) ได้
ศึ
กษาสํ
านวน ภาษิ
ต และคํ
า
สอนพื
้
นบ้
านในจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
และศรี
สะเกษ ในการศึ
กษาจะใช้
ภาษาเขมรและภาษากุ
ย จากนั
้
นจะ
ถอดความออกมาเป็
นภาษาไทย สํ
านวน ภาษิ
ต และคํ
าสอนพื
้
นบ้
านที่
ศึ
กษา จะเกี่
ยวพั
นกั
บวิ
ถี
ชี
วิ
ต
ของชาวบ้
านในด้
านการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตประจํ
าวั
น ประเพณี
และวั
ฒนธรรมของชาวเขมรและชาวกุ
ย
ชื่
น ศรี
สวั
สดิ
์
(2529 : 33) ได้
กล่
าวว่
า ชาวกุ
ยที่
อาศั
ยอยู
่
ในจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
ชอบอาศั
ยตั
้
งบ้
านเรื
อนอยู
่
ใกล้
บริ
เวณแม่
นํ
้
ากั
บเทื
อกเขา เพราะชาวกุ
ยเป็
นผู
้
มี
ความสามารถในการ
เลี
้
ยงช้
างและจั
บช้
างป่
า เหตุ
ที่
ชอบอยู
่
บริ
เวณป่
าและแม่
นํ
้
าเพราะเป็
นสถานที่
ที่
เหมาะแก้
การเลี
้
ยงช้
าง
ชาวกุ
ยจึ
งนิ
ยมที่
จะอยู
่
บริ
เวณที่
เป็
นป่
ามากกว่
าเป็
นที่
โล่
ง
สะอาด ขั
นอาษา (2530 : 14-16) ได้
กล่
าวไว้
ว่
า สถานที่
โดยทั
่
วไปของภาค