50
เมื่
อ พ.ศ. 2450 ศรี
สะเกษย ั
งเป็
นเมื
องที่
มี
ชาวกู
ยอาศั
ยอยู
่
กั
นทางเมื
อง มี
พวกลาวเวี
ยง (สาขา
เวี
ยงจั
นทร์
) ปะปนอยู
่
บ้
างบางหมู
บ้
าน แต่
ต่
อมาวั
ฒนธรรมของชาวลาว ได้
เข้
ามามี
อิ
ทธิ
พลในหมู
่
บ้
าน
ชาวกู
ย ทํ
าให้
เกิ
ดการผสมผสานทางวั
ฒนธรรม ชาวกู
ยที่
นี่
พู
ดภาษาลาวด้
วยสํ
าเนี
ยงส่
วยโดยสามารถ
ใช้
สระเอื
อได้
ในขณะที่
ภาษาลาวเวี
ยงมี
แต่
สระเอี
ย ร่
องรอยที่
แสดงว่
าศรี
สะเกษเคยเป็
นเมื
องที่
ชาวกู
ยอยู
่
กั
นทั
้
งเมื
อง คื
อ สํ
ามะโนประชากรในสมั
ยนั
้
น และการเรี
ยกขานชาวศรี
สะเกษว่
า ส่
วยศรี
สะเกษ
อยู
่
จนทุ
กวั
นนี
้
ด้
วยสาเหตุ
ที่
จะดั
ดแปลงพั
ฒนาตนเองให้
เข้
ากั
บวั
ฒนธรรมที่
ตนคิ
ดว่
าสู
งกว่
า ดี
กว่
า จึ
ง
ทํ
าให้
ภาษาและวั
ฒนธรรมของกู
ย นั
บวั
นมี
แต่
จะหมดสิ
้
นไป ชาวกู
ยชอบอพยพเคลื่
อนย ้
ายอยู
่
เสมอ
เพื่
อแสวงหาที่
ดิ
นอุ
ดมสมบู
รณ์
เหมาะแก่
การเพาะปลู
ก นอกเหนื
อจากอยู
่
ในประเทศกั
มพู
ชาแล้
ว ชาว
กู
ยย ั
งมี
มากในบริ
เวณเมื
องอั
ตปื
อแสนปาง จํ
าปาศั
กดิ
์
และสาละวั
น ในบริ
เวณตอนใต้
ของลาว แต่
เนื่
องจากต้
องประสบภั
ยธรรมชาติ
เช่
น นํ
้
าท่
วม ฝนแล้
งรวมทั
้
งภั
ยทางการเมื
อง ชาวกู
ยจึ
งอพยพข้
าม
ลํ
านํ
้
าโขงเข้
าสู
่
ภาคอี
สาน โดยเฉพาะทางด้
านแก่
งสะพื
อและในเขต อํ
าเภอโขงเจี
ยม (ซึ
่
งชาวกู
ยเรี
ยกว่
า
โพงเจี
ยงแปลว่
าฝู
งช้
าง) หลั
งจากนั
้
นลู
กหลานชาวกู
ยก็
แยกย ้
ายกั
นไปตั
้
งบ้
านเรื
อน ที่
บ้
านนากอนจอ
ซึ
่
งเป็
นภาษากู
ย แปลว่
า บ้
านนาลู
กหมา ปั
จจุ
บั
นคื
อบ้
านวาริ
นชํ
าราบ จั
งหวั
ดอุ
บลราชธานี
ที่
บ้
าน
เจี
ยงอี
(แปลว่
าช้
างป่
วย) ในเขตอํ
าเภอเมื
องศรี
สะเกษในปั
จจุ
บั
น นั
บว่
าในบรรดากลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
กู
ย
ลาว เขมร ชาวกู
ยเป็
นชนชาติ
ดั
้
งเดิ
ม ที่
ตั
้
งหลั
กแหล่
งอยู
่
ในพื
้
นที่
อี
สานใต้
เป็
นกลุ ่
มแรก
ลั
กษณะภาษาและลั
ทธิ
ความเชื่
อของคนในท้
องถิ่
น
จากการศึ
กษาเอกสารเกี่
ยวกั
บลั
กษณะภาษาลั
ทธิ
ความเชื่
อของคนในท้
องถิ
่
งผู
้
วิ
จั
ยจะนํ
าเสนอ
ดั
งนี
้
ดํ
าเนิ
ร เลขะกุ
ล (ม.ป.ป. : 3) ได้
กล่
าวไว้
ว่
า กุ
ยอยู
่
ในกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
ที่
พู
ดภาษา
ตระกู
ลมอญ-เขมร พวกกุ
ยมี
รู
ปร่
างลั
กษณะคล้
ายเขมรมาก ผมหยิ
ก ผิ
วคลํ
้
า พู
ดภาษาผสมที่
เกิ
ดจาก
ภาษามอญกั
บเขมร เดิ
มถิ
่
นฐานอยู
่
บริ
เวณตอนเหนื
อเมื
องเสี
ยมราฐ และเมื
องกั
มปงธม ก่
อนที่
ชาว
ไทยจะเข้
ามาอยู
่
ในบริ
เวณนั
้
นเสี
ยอี
ก ต่
อมาชาวกุ
ยได้
อพยพเข้
ามาทิ
วเขาพนมดงรั
ก ไปอยู
่
ในพื
้
นที่
ของจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
บุ
รี
รั
มย์
ศรี
สะเกษ อุ
บลราชธานี
และทางตอนใต้
ของจั
งหวั
ดร้
อยเอ็
ด
ประถม คเนจร (2507 : 654) ได้
กล่
าวไว้
ว่
า ชาวส่
วยภาคอี
สานจั
งหวั
ด
สุ
ริ
นทร์
ในสมั
ยพระเจ้
าเอกทั
ศน์
ช้
างเผื
อกได้
แตกโรงหนี
มาจากอยุ
ธยา และได้
เข้
ามาย ั
งบริ
เวณพื
้
นที่
ของจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
ชาวส่
วยซึ
่
งมี
ความสามารถในการจั
บช้
าง ได้
ทํ
าการจั
บช้
างที่
แตกโรงหนี
มา
นํ
าไปถวายพระเจ้
าเอกทั
ศน์
ดั
งเดิ
ม จึ
งทํ
าให้
ชาวส่
วยจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
ที่
จั
บช้
างถวาย ได้
รั
บพระมหา
กรุ
ณาธิ
คุ
ณแต่
งตั
้
งมี
บรรดาศั
กดิ
์
ต่
างๆ กั
น นอกจากนั
้
นย ั
งได้
กล่
าวถึ
งความเป็
นนั
กรบของชาวส่
วย
จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
ด้
วย