47
พระเจ้
าอยู
่
หั
ว จึ
งโปรดให้
ขุ
นนางสองพี่
น้
องกั
บไพร่
พล 30 คน ออกติ
ดตามช้
างเผื
อกมาทางพิ
มาย
ซึ
่
งเป็
นผู
้
ชํ
านาญในภู
มิ
ประเทศในแถบนั
้
น ชาวเมื
องพิ
มายจึ
งแนะนํ
าให้
ไปหาชาวกุ
ยจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
เมื่
อได้
รั
บคํ
าแนะนํ
าจากชาวเมื
องพิ
มายว่
าให้
ไปหาชาวกุ
ยที่
จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
แล้
ว ขุ
นนางสองพี่
น้
อง
พร้
อมไพร่
พลได้
ออกติ
ดตามช้
างเผื
อกมาทางลํ
านํ
้
ามู
ล จนมาถึ
งจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
พบเซี
ยงสี
หรื
อตา
กะอาม หั
วหน้
าชาวกุ
ยบ้
านกุ
ดหวาย เซี
ยงสี
ได้
นํ
าขุ
นนางสองพี่
น้
องไปพบกั
บหั
วหน้
าชาวกุ
ยหมู
่
บ้
าน
อื่
นๆ เพื่
อช่
วยกั
นติ
ดตามช้
างเผื
อกต่
อไปโดยไปหาเซี
ยงปุ
มที่
บ้
านเมื
องที
เซี
ยงปุ
มได้
ร่
วมสนทนากั
บ
ขุ
นนางสองพี่
น้
องพากั
นไปหาเซี
ยงไชที่
บ้
านอั
จจะปะนึ
ง จึ
งได้
ทราบข่
าวจากเซี
ยงฆะว่
า ได้
พบช้
างเผื
อกเชื
อกหนึ
่
งมี
เครื่
องประดั
บที่
งา พาบริ
วารซึ
่
งเป็
นช้
างป่
ามาเล่
นนํ
้
าที่
หนองโชกหรื
อหนอง
บั
ว เป็
นประจํ
าทุ
กวั
นในเวลาบ่
ายเซี
ยงฆะพาขุ
นนางสองพี่
น้
องไปย ั
งบ้
านหนองโชก แล้
วพากั
นขึ
้
น
ไปบนต้
นไม้
ที่
ริ
มหนองโชกเพื่
อดู
โขลงช้
าง ครั
้
นเวลาบ่
าย โขลงช้
างดั
งกล่
าวก็
ออกจากป่
ามาเล่
นนํ
้
า
ที่
หนองโชกเหมื
อนเช่
นเคย เซี
ยงฆะได้
หยิ
บก้
อนอิ
ฐแปดก้
อนขึ
้
นมาเศกเวทย์
มนตร์
ตามพิ
ธี
กรรม
ทางคชศาสตร์
อธิ
ษฐานแล้
วปาไปย ั
งโขลงช้
างทั
้
งแปดทิ
ศ กลุ ่
มช้
างป่
าที่
เป็
นบริ
วารของช้
างเผื
อกพา
กั
นแตกตื่
นหนี
ไปหมด คงเหลื
อแต่
เพี
ยงช้
างเผื
อกเพี
ยงเชื
อกเดี
ยว ยื
นสงบนิ
่
งอยู
่
ขุ
นนางสองพี่
น้
อง
ก็
ลงจากต้
นไม้
พากั
นไปที่
ช้
างเผื
อก
พากั
นขึ
้
นขี่
หลั
งช้
างได้
โดยง่
าย เมื่
อจั
บช้
างได้
แล้
ว ขุ
นนางสองพี่
น้
องและไพล่
พลพากั
นเดิ
นทาง
กลั
บอยุ
ธยา หั
วหน้
าหมู
่
บ้
านชาวกุ
ยทั
้
งหลายที่
มาช่
วยเหลื
อในการตามช้
าง ได้
อํ
านวยความสะดวก
ในการควบคุ
มช้
างเผื
อกมาส่
งกรุ
งศรี
อยุ
ธยา จากความดี
ความชอบนี
้
เอง เมื่
อมาถึ
งอยุ
ธยา ขุ
นนาง
สองพี่
น้
องได้
นํ
าหั
วหน้
าหมู
่
บ้
านชาวกุ
ยเข้
าเฝ้
าพระที่
นั ่
งสุ
ริ
ยามริ
นทร์
และกราบบั
งคมทู
ลพฤติ
กรรม
ทั
้
งหมดให้
ทรงทราบ พร้
อมทั
้
งเสนอความดี
ความชอบหั
วหน้
าชาวกุ
ยที่
ได้
ช่
วยเหลื
อในการจั
บ
ช้
างเผื
อก พระบาทสมเด็
จพระเจ้
าอยู
่
หั
ว จึ
งทรงดํ
าริ
ว่
า ป่
าดงซึ
่
งเป็
นหมู
่
บ้
านของชาวกุ
ยนั
้
น เป็
น
อาณาเขตที่
มี
ชาวกุ
ยอาศั
ยอยู
่
เป็
นจํ
านวนมาก และจะมี
จํ
านวนเพิ
่
มขึ
้
นในภายหน้
า สมควรที่
จะยก
หมู
่
บ้
านเหล่
านี
้
ขึ
้
นเป็
นเมื
อง โดยอยู
่
ในอาณาเขตการปกครองของอยุ
ธยา ดั
งนั
้
นจึ
งทรงพระกรุ
ณา
โปรดเกล้
าให้
หั
วหน้
าหมู
่
บ้
านชาวกุ
ยจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
ทุ
กคนที่
ร่
วมจั
บช้
างเผื
อกมี
ฐานั
นดรศั
กดิ
์
ทุ
กคน
พร้
อมทั
้
งพระราชทานตราตั
้
ง และโปรดเกล้
าให้
ปกครองหมู
่
บ้
านตามเดิ
ม โดยขึ
้
นตรงต่
อเมื
องพิ
มาย
(ประถม คเนจร. 2507 : 65 – 69 ) จากความสามารถของหั
วหน้
าชาวกุ
ย ที่
จั
บช้
างเผื
อกที่
แตกโรง
หนี
กลั
บคื
นเมื
องหลวงได้
จึ
งทํ
าให้
หั
วหน้
าชาวกุ
ยได้
รั
บบรรดาศั
กดิ
์
แต่
งตั
้
ง และให้
ปกครอง
บ้
านเมื
องของตนตามเดิ
มส่
วยสาเหตุ
ที่
เรี
ยกชาวกุ
ยว่
าส่
วยนั
้
น เพราะในสมั
ยรั
ตนโกสิ
นทร์
สมั
ย
รั
ชกาลที่
3 ทางราชการได้
สํ
ารวจประชากร บริ
เวณเมื
องที่
เป็
นที่
ตั
้
งบ้
านเรื
อนของชาวกุ
ย จั
งหวั
ด
สุ
ริ
นทร์
ในขณะนั
้
นย ั
งเป็
นป่
าดงอยู
่
และมี
ชาวกุ
ยอาศั
ยอยู
่
เป็
นจํ
านวนมาก เมื่
อทางราชการได้
สํ
ารวจ
แล้
ว ได้
มี
นโยบายที่
ต้
องการให้
ชาวกุ
ยต้
องเสี่
ยส่
วยเป็
นเงิ
นหรื
อเป็
นสิ ่
งของ แทนการเกณฑ์
แรงงาน
ที่
ใช้
อยู
่
เดิ
ม โดยถื
อว่
าจะต้
องส่
งส่
วยเป็
นของป่
า เพราะในสมั
ยนี
้
ประเทศไทยเริ
่
มทํ
าการค้
าขายกั
บ