43
ในช่
วงศตวรรษที่
18 – 20 ได้
มี
อาณาจั
กรชนเผ่
ากู
ยตั
้
งอยู
่
ในเขตที่
ราบลุ
่
มแม่
นํ
้
า
โขงตอนใต้
ทางตอนใต้
ของลาว และตะวั
นออกเฉี
ยงเหนื
อของประเทศกั
มพู
ชา โดยมี
ความสั
มพั
นธ์
กั
บกรุ
งศรี
อยุ
ธยา แต่
ไม่
มี
ใครพู
ดถึ
งเพราะกลุ
่
มชาวกู
ยถู
กทํ
าลายโดยกลุ
่
มคนไทยในประเทศลาวและ
กลุ
่
มเขมรในประเทศกั
มพู
ชา หรื
อถู
กผสมกลมกลื
นกั
นจนกลายเป็
นส่
วนหนึ
่
งของกลุ
่
มลาวและเขมร
ชนเผ่
ากู
ยจึ
งสลายไป ชาวกู
ยที่
เหลื
ออยู
่
บางส่
วนได้
ผนวกเข้
าเป็
นทาสรั
บใช้
ของฝ่
ายที่
ชนะบ้
าง และ
บางส่
วนได้
อพยพเข้
าไปอยู
่
ในที่
ปลอดภั
ย ที่
เป็
นอิ
สระจากการปกครองของเผ่
าอื่
น โดยบางส่
วนได้
อพยพเข้
ามาตั
้
งหลั
กฐานในเขตที่
ว่
างเปล่
าทางอี
สานตอนใต้
ของประเทศไทยปั
จจุ
บั
นต่
อมาดิ
นแดน
ส่
วนนี
้
กลายเป็
นส่
วนหนึ
่
งของอาณาจั
กรไทย และชนเผ่
ากู
ยที่
อาศั
ยอยู
่
ในถิ ่
นนี
้
กลายสภาพเป็
นคนไทย
และถู
กคนไทยในสมั
ยอยุ
ธยาเรี
ยกว่
า “เขมรป่
าดง” และในสมั
ยกรุ
งรั
ตนโกสิ
นทร์
ตอนต้
นเรี
ยกว่
า
“ส่
วย” มาจนถึ
งปั
จจุ
บั
น (ชื่
น ศรี
สวั
สดิ
์
. ม.ป.ป. : 14 - 19)
“กู
ย” เป็
นชนชาติ
ที่
กระจั
ดกระจายอยู
่
ตามลุ ่
มแม่
นํ
้
ามู
ลและลาวตอนใต้
แคว้
นจํ
า
ศั
กดิ
์
เรี
ยกชนเผ่
าตนเองว่
า “กู
ย” “โกย” “กวย” ซึ
่
งแปลว่
าคน แต่
คนไทยเรี
ยกว่
า “ส่
วย” ลาว
เรี
ยกว่
า “ข่
า” การที่
กระจั
ดกระจายอยู
่
เป็
นกลุ ่
มๆ ภาษากู
ยจึ
งผิ
ดเพี
้
ยนกั
นบ้
าง ฉะนั
้
นจึ
งมั
กมี
ชื่
อ
ต่
อท้
ายเป็
นโคตรตระกู
ลบ้
าง ภู
มิ
ลํ
าเนาบ้
าง เช่
น กู
ยเปราะ (ส่
วยเลี
้
ยงช้
าง) กู
ยเยอร์
กู
ยมะลั
วร์
กู
ยบรู
ฯลฯ
กู
ยตั
้
งภู
มิ
ลํ
าเนาปะปนกั
บเขมรในจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
ศรี
สะเกษ และบางท้
องถิ
่
นของ
จั
งหวั
ดบุ
รี
รั
มย์
จั
งหวั
ดมหาสารคาม อํ
าเภอพย ั
กภู
มิ
พิ
สั
ย และบางตํ
าบลในอํ
าเภอเดชอุ
ดม จั
งหวั
ด
อุ
บลราชธานี
ชาวกู
ยเป็
นกลุ
่
มชนที่
มี
วั
ฒนธรรมอ่
อนกว่
าเผ่
าใกล้
เคี
ยง ฉะนั
้
นจึ
งยอมรั
บวั
ฒนธรรมอื่
น
มาปะปนกั
บวั
ฒนธรรมเดิ
มของชาวกู
ย เช่
น เขมร ลาว และไทย เป็
นต้
น
ชาวกู
ยโดยทั ่
วไปเป็
นคนที่
มี
ระเบี
ยบวิ
นั
ย และมี
ความเป็
นเอกภาพในสั
งคมสู
ง
โดยเฉพาะกลุ
่
มชาวกู
ยที่
เรี
ยกตนเองว่
า “กู
ยตํ
าเร็
ย” (กู
ยช้
าง) ที่
นั
บถื
อผี
ประกํ
า เมื่
อถื
อผี
ประกํ
าแล้
ว
จะต้
องเคารพอย่
างเคร่
งครั
ดในศี
ลธรรมสู
ง ไม่
ลั
กทรั
พย์
ไม่
ฆ่
าสั
ตว์
ไม่
ประพฤติ
ผิ
ดทางเพศ ไม่
พู
ด
เท็
จ ไม่
มี
ความลั
บในหมู
่
ชาวกู
ยด้
วยกั
น มี
ความเคารพนอบน้
อมเชื่
อฟั
งผู
้
นํ
า และไม่
ทะเลาะวิ
วาทกั
น
โดยเฉพาะตอนเข้
าประกํ
า (ตั
้
งสั
จจะสาบานต่
อกั
นตอนจั
บช้
าง) ต้
องถื
อโดยเคร่
งครั
ด ไม่
เฉพาะแต่
ชาวกู
ยโดยทั
่
วไปเป็
นคนที่
มี
ระเบี
ยบวิ
นั
ย และมี
ความเป็
นเอกภาพในสั
งคมสู
งโดยเฉพาะกลุ
่
มชาวกู
ยที่
เรี
ยกตนเองว่
า “กู
ยตํ
าเร็
ย” (กู
ยช้
าง) ที่
นั
บถื
อผี
ประกํ
า เมื่
อถื
อผี
ประกํ
าแล้
วจะต้
องเคารพอย่
าง
เคร่
งครั
ดในศี
ลธรรมสู
ง ไม่
ลั
กทรั
พย์
ไม่
ฆ่
าสั
ตว์
ไม่
ประพฤติ
ผิ
ดทางเพศ ไม่
พู
ดเท็
จ ไม่
มี
ความลั
บในหมู
่
ชาวกู
ยด้
วยกั
น มี
ความเคารพนอบน้
อมเชื่
อฟั
ง
ผู
้
นํ
า และไม่
ทะเลาะวิ
วาทกั
น โดยเฉพาะตอนเข้
าประกํ
า (ตั
้
งสั
จจะสาบานต่
อกั
นตอนจั
บช้
าง) ต้
อง
ถื
อโดยเคร่
งครั
ด ไม่
เฉพาะแต่
ผู
้
ออกจั
บช้
างเท่
านั
้
น บุ
คคลในครอบครั
วที่
อยู
่
ทางบ้
านก็
ต้
องปฏิ
บั
ติ
โดย
เคร่
งครั
ดเช่
นกั
น ในด้
านความเชื่
อ ชาวกู
ยมี
ความเชื่
อในเรื่
องของภู
ตผี
ปี
ศาจเช่
นเดี
ยวกั
บชาวไทยกลุ
่
ม