Page 51 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

41
ริ
นทร์
ออกญาไกรพั
ฒน์
ออกญาทุ
น นางสาวดาม มาตไว (ลู
กสาวของเจ้
าเมื
องบรรทายเพชร)
และผู
ติ
ดตามอี
กจํ
านวนหนึ
งอพยพจากเมื
องบรรทายเพชรเข้
ามาในบริ
เวณที่
เป็
นจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
ต่
อมาภายหลั
งนางสาวดาม มาตไวย ได้
แต่
งงานกั
บลู
กชายเจ้
าเมื
องสุ
ริ
นทร์
ชื่
อท้
าวสุ
นได้
เป็
นผู
ครอง
เมื
องคนที่
4 ในปี
พ.ศ. 2354 และได้
รั
บการแต่
งตั
งเป็
นพระสุ
ริ
นทร์
ภั
กดี
ศรี
ไผทสมั
นต์
(หม่
อม
ราชวงศ์
วิ
จิ
ตร (ปฐม คเนจร). 2506 : 225) ชาวเขมรได้
อพยพเข้
ามาเรื่
อยๆ โดยได้
ตั
งถิ
นฐานอยู
ตามรอยต่
อของเมื
องสุ
ริ
นทร์
สั
งขะ และขุ
ขั
นธ์
หญิ
งเขมรที่
อพยพเข้
ามาส่
วนใหญ่
ได้
แต่
งงานกั
บชาย
กู
ยซึ
งได้
อาศั
ยอยู
ในเขตนี
มาก่
อน สาเหตุ
ที่
หญิ
งเขมรได้
แต่
งงานกั
บชายกู
ยเพราะชายเขมรได้
ถู
กฆ่
ตายเป็
นจํ
านวนมาก ในการต่
อสู
แย่
งอํ
านาจกั
นระหว่
างขุ
นนางกั
บพระมหากษั
ตริ
ย์
เพื่
อแย่
งความเป็
ใหญ่
กั
น เช่
น ระหว่
างปี
พ.ศ. 2324 – 2325 ออกญาเดโชเจ้
าเมื
องกั
มปงสวาย ได้
ต่
อสู
กั
บพระยาอุ
ทั
ราชา กษั
ตริ
ย์
ผู
ครองอาณาจั
กรกั
มพู
ชา ออกญาเดโชแพ้
จึ
งได้
นํ
าข้
าทาสบริ
วารอพยพเข้
ามาในเขตพระ
ราชอาณาจั
กรไทยพร้
อมกั
บลู
กสาวซึ
งเมื
องที่
ลู
กสาวพระยาเดโชได้
ทํ
าพิ
ธี
สมรสนั
นเป็
นที่
ตั
งเมื
องสั
งขะ
ในปั
จจุ
บั
น (หม่
อมราชวงศ์
วิ
จิ
ตร (ปฐม คเนจร). 2506 : 223 - 224)
ชาวเขมรเป็
นชาติ
ที่
รั
บเอาวั
ฒนธรรมมาจากอิ
นเดี
ยในตอนต้
นของคริ
สตศั
กราช
ภาษาพู
ดของชาวเขมรมี
รากศั
พท์
มาจากภาษาบาลี
และสั
นสกฤตเป็
นส่
วนมาก นอกจากภาษาพู
ดแล้
ย ั
งรั
บเอาวั
ฒนธรรมหลายๆ อย่
างมาใช้
ในอาณาจั
กรเขมร กฎหมาย ราชาศั
พท์
และความเชื่
รู
ปแบบการปกครองตลอดจน สถาปั
ตยกรรมและมี
ระยะอั
นยาวนาน ชาวเขมรก็
ได้
ปรั
บวั
ฒนธรรมที
ได้
รั
บจากอิ
นเดี
ยเป็
นวั
ฒนธรรมประจํ
าชาติ
ของชนชาติ
เขมรในที่
สุ
ด เมื่
อชาวเขมรได้
อพยพเข้
ามาใน
เขตจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
สั
งขะ และขุ
ขั
นธ์
ชนชั
นปกครองของชาวเขมร ได้
ยกฐานะวั
ฒนธรรมเมื
องเกิ
ความผสมผสานกั
บวั
ฒนธรรมของ
กลุ ่
มกู
ย และกลุ
มไทยลาวที่
อาศั
ยอยู
บริ
เวณนี
มาก่
อน แต่
ในเขตป่
าเขาหรื
อที่
ห่
างไกลเมื
องออกไป
ชาวเขมรย ั
งยึ
ดมั
นในประเพณี
ของตนอย่
างเคร่
งครั
ด (Paltoon Mikusol. 1984 : 52)
ประเพณี
แต่
งงานของชาวเขมร จะจั
ดพิ
ธี
แซนการ์
(การแต่
งงาน) จะกํ
าหนดงาน
2-3 วั
นโดยแบ่
งเป็
นวั
นรวมญาติ
พี่
น้
องหรื
อวั
นสุ
กดิ
บ วั
นแต่
งและวั
นส่
งตั
ว เป็
นประเพณี
ที่
สํ
าคั
ที่
สุ
ดของทุ
กคนเพราะเป็
นวั
นแห่
งการสร้
างสถาบั
นครอบครั
ว สร้
างอาชี
พ สร้
างทายาทของวงศ์
ตระกู
ล หนุ
มสาวไทยเขมรในปั
จจุ
บั
น มี
อิ
สระในการเลื
อกคู
เมื่
อรั
กใคร่
กั
นแน่
นอนแล้
ว พ่
อแม่
ฝ่
าย
ชายก็
จะมาเยี่
ยมเยี
ยนทํ
าความคุ
นเคยจากนั
นก็
จะส่
งเฒ่
าแก่
ไปทํ
าการซู
ร์
(หมั
น) เริ ่
มต้
นด้
วยทาบทาม
ด้
วยเหล้
า 1 ขวด หมากพลู
1 พาน เที
ยน 1 คู
ฝ่
ายหญิ
งจะเรี
ยกค่
าสิ
นสอดตามแต่
จะพอใจ ถ้
าตก
ลงก็
จะนั
ดวั
นแต่
งงานในแซน (วั
นแต่
งงาน) ที่
บ้
านเจ้
าสาวต้
องมี
อาจารย์
เจ้
าพิ
ธี
จั
ดเตรี
ยมบายสี
หรื
บายแสร็
ย พร้
อมเครื่
องบริ
วาร มี
ดอกไม้
เที
ยน ข้
าวต้
มมั
ด กล้
วย ขนมตามความพอใจ มี
ด้
ายผู
ข้
อมื
อ ในปะรํ
าพิ
ธี
มี
เสากลางตกแต่
งด้
วยต้
นกล้
วย ต้
นอ้
อย และดอกไม้
สํ
าหรั
บเซ่
นสรวงเทพมี
“ปะด๊
วล” แขวนหั
วเสา ด้
านหน้
ามี
ฟู
กสํ
าหรั
บสํ
าหรั
บกราบฟู
กวางหมอนหั
นไปทาง “ปะด๊
วล”