Page 46 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

36
3) สิ
งมี
ชี
วิ
ตจะประพฤติ
ซํ
าในสถานการณ์
ที่
คล้
ายคลึ
งกั
บอดี
ต ซึ
พฤติ
กรรม
เช่
นนี
ส่
งผลตอบแทนที่
ดี
4) สิ
งกระตุ
นในอดี
ตให้
ผลตอบแทนที่
ดี
จะก่
อให้
เกิ
ดพฤติ
กรรมทํ
านอง
เดี
ยวกั
บอดี
ตอี
5) การประพฤติ
ซํ
าจะเกิ
ดขึ
นต่
อไป ตราบที่
มั
นย ั
งให้
ผลตอบแทน
6) สิ
งมี
ชี
วิ
ตจะแสดงความโกรธหากพฤติ
กรรมอย่
างหนึ
ง ซึ
งในอดี
ตเคยก่
ผลตอบแทนแต่
ปั
จจุ
บั
นไม่
ก่
อผลเช่
นนั
นอี
3. ทฤษฎี
แลกเปลี่
ยน (Exchange Theory) ทฤษฎี
นี
อธิ
บายว่
าสั
งคมเกิ
ดขึ
นจากการที่
มนุ
ษย์
ต้
องแลกเปลี่
ยนสิ
งของกั
น เพื่
อสนองความต้
องการอั
นมากมายของตน
4. ทฤษฎี
การกระทํ
าระหว่
างกั
นด้
วยสั
ญลั
กษณ์
(Symbolic Interaction) ทฤษฎี
นี
อธิ
บายว่
าสั
งคมเกิ
ดขึ
นจากการใช้
สั
ญลั
กษณ์
ทํ
าความเข้
าใจกั
น และตกลงสร้
างสั
งคมขึ
นมา เน้
ความรู
สึ
ก ความคิ
ดการกระทํ
า เมื่
อคนต้
องการการยอมรั
บ จะสร้
างแบบแผนทางภาษา การสื่
ความหมาย เพื่
อแลกเปลี่
ยนประสบการณ์
เน้
นในสั
งคมขนาดใหญ่
การสื่
อความหมาย ทํ
าให้
สั
งคมเกิ
การกระทํ
าระหว่
างกั
ทฤษฎี
ความสั
มพั
นธ์
แบบสั
ญลั
กษณ์
(Symbolic Interactionism)
Blumer ให้
คํ
าจํ
ากั
ดความไว้
ว่
า หมายถึ
ง กระบวนการที่
มนุ
ษย์
เกี่
ยวข้
อง กั
ความรู
สึ
กนึ
กคิ
ดทั
ง ของตนเองหรื
อของผู
อื่
น เป็
นกระบวนการ ที่
คนเราต้
องพิ
จารณาสิ
งเร้
า, ความ
ต้
องการ,ความรู
, เป้
าหมาย, วิ
ธี
การ ทั
งของตนเองหรื
อของผู
อื่
น กระบวนการดั
งกล่
าว คื
ความสั
มพั
นธ์
แบบสั
ญลั
กษณ์
ประสบการณ์
ต่
าง ๆ ของมนุ
ษย์
ที่
สั
งสมมาตั
งแต่
วั
ยเด็
ก จะทํ
าให้
เด็
เรี
ยนรู
ถึ
งบทบาท และความรู
สึ
กที่
ผู
อื่
นมี
ต่
อตน และวิ
ธี
ที่
ตนจะแสดงพฤติ
กรรมที่
เหมาะสมต่
อผู
อื่
และการเรี
ยนรู
ดั
งกล่
าวมี
ส่
วนพั
ฒนา ความตระหนั
กรู
ถึ
งอั
ตตา ในจิ
ตใจเด็
กและพั
ฒนาไปตามวั
ยการ
ติ
ดต่
อสั
มพั
นธ์
ของมนุ
ษย์
อาศั
ยภาษาเป็
นสื่
อ จากนั
นจึ
งพั
ฒนาเป็
นความสั
มพั
นธ์
แบบสั
ญลั
กษณ์
ใน
รู
ปแบบต่
าง ๆ การสนทนากั
บผู
อื่
น เป็
นการเริ
มตระหนั
กถึ
ง ความเห็
นและทั
ศนคติ
ที่
แตกต่
างไปจาก
ตน และด้
วยการเรี
ยนรู
มนุ
ษย์
จึ
งรู
ว่
า ตนควรจะแสดงพฤติ
กรรมออกไปเช่
นไร จึ
งจะเป็
นที่
พอใจของ
ผู
อื่
น ทํ
าให้
ผู
อื่
นร่
วมมื
อกั
บตน เพื่
อประสานประโยชน์
เป็
นการสื่
อสาร ทั
งการใช้
ภาษา และสั
ญลั
กษณ์
ทางกาย หรื
อสี
หน้
าเป็
นการแสดงความรู
สึ
กนึ
กคิ
ดที่
มี
ความหมาย
การศึ
กษาสั
งคมนั
นจะศึ
กษาจาก คน กลุ
มคน องค์
กร วั
ฒนธรรม และสั
งคม จุ
เล็
กที่
สุ
ดของสั
งคมคื
อ บุ
คคล และขนาดใหญ่
ที่
สุ
ดคื
อ สั
งคม การศึ
กษาสั
งคมหน่
วยเล็
กที่
สุ
ด ซึ
งได้
แก่
บุ
คคล ความคิ
ด การกระทํ
าของบุ
คคล เหล่
านี
เป็
นการศึ
กษาระดั
บจุ
ลภาค การศึ
กษาจุ
ดของสั
งคมที่
ใหญ่
กว่
าตั
วบุ
คคลขึ
นไป เช่
น กลุ ่
มคน องค์
กร วั
ฒนธรรม สั
งคม เป็
นการศึ
กษาสั
งคม ในระดั
บมหภาค
เพราะฉะนั
น การจะศึ
กษาสั
งคมในระดั
บใด ให้
ดู
จากหน่
วยงาน ที่
ใช้
วิ
เคราะห์
เป็
นหลั
ก ซึ
งการศึ
กษา