35
เป็
นปรากฏการณ์
ที่
ดี
มี
ประโยชน์
เพราะเป็
นการนํ
าไปสู
่
ภาวะใหม่
ที่
ดี
กว่
าเดิ
ม ความขั
ดแย ้
ง มิ
ใช่
ปรากฏการณ์
ปลี
กย่
อยในสั
งคม ไม่
ว่
าจะเป็
นสั
งคมมนุ
ษย์
หรื
อสั
ตว์
ก็
ตาม หากเป็
นปรากฏการณ์
ที่
มี
อยู
่
ทั ่
วไป และเป็
นสาเหตุ
สํ
าคั
ญ ที่
ทํ
าให้
มี
การเปลี่
ยนแปลงต่
าง ๆ เกิ
ดขึ
้
น ซึ
่
งโดยส่
วนรวมแล้
ว มั
กนํ
าไปสู
่
สภาวะใหม่
ที
ดี
กว่
าเก่
าเสมอ ด้
วยเหตุ
นี
้
จึ
งไม่
ควรมองพฤติ
กรรมขั
ดแย ้
ง ว่
าเป็
นพฤติ
กรรม
ที่
ไม่
ดี
หรื
อเป็
นปรากฏการณ์
ที่
ผิ
ดปรกติ
แต่
อย่
างใด Dialectic Method หรื
อ วิ
ภาษวิ
ธี
เป็
นแนวคิ
ดที่
เริ
่
มมี
มาสมั
ย โซแกรติ
ส เป็
นวิ
ธี
การศึ
กษาโดย การถามและตอบ เพื่
อแสวงหาความรู
้
ที่
ถู
กต้
องสมบู
รณ์
กว่
าเดิ
ม เป็
นเรื่
องความขั
ดแย ้
ง ในทางความ รู
้
และความคิ
ดเห็
น ของบุ
คคลสองฝ่
าย เมื่
อผู
้
ตอบยอม
จํ
านน ตอบคํ
าถามไม่
ได้
ผู
้
ถามก็
จะบอกคํ
าตอบให้
เพื่
อเกิ
ดสภาวะของความรู
้
ใหม่
ที่
เกิ
ดขึ
้
นแก่
ผู
้
ตอบซึ
่
ง
ได้
มาจาดโซแกรติ
ส Dialectiมี
ส่
วนดี
ในแง่
เป็
นการนํ
าไปสู
่
ความสมเหตุ
สมผลมากขึ
้
น
ในยุ
คต่
อมา Hegel ได้
คิ
ดใช้
วิ
ธี
Dialectic แนวใหม่
โดยการวิ
เคราะห์
ความ
ขั
ดแย ้
ง หรื
อการสงครามระหว่
างรั
ฐต่
าง ๆ ซึ
่
ง Hegel เชื่
อว่
าเป็
นสาเหตุ
นํ
าไปสู
่
ภาวะสั
งคมใหม่
ที่
ก้
าวหน้
าขึ
้
นl Karl Marx เป็
นชาวเยอรมั
น แต่
ไปศึ
กษาลั
ทธิ
สั
งคมนิ
ยมที่
ประเทศฝรั
่
งเศส และได้
พบกั
บ
Fredric Enqels ผู
้
ซึ
่
งช่
วยเหลื
อ Marx และร่
วมประกาศลั
ทธิ
คอมมิ
วนิ
สต์
ด้
วยกั
น Marx ได้
เข้
าร่
วมปฏิ
วั
ติ
ฝรั ่
งเศสและปฏิ
วั
ติ
เยอรมั
น จนต้
องลี
้
ภั
ยการเมื
อง ไปอยู
่
ที่
อั
งกฤษระหว่
างที่
ลี
้
ภั
ยนั
้
น Marx ได้
พบเห็
น
ประสบการณ์
ความยากจน ลํ
าบากยากไร้
ของการใช้
แรงงานเด็
ก สตรี
และคนชรา ในแหล่
ง
อุ
ตสาหกรรมของอั
งกฤษ ในยุ
คเริ
่
มแรก Marx เกิ
ดแรงจู
งใจที่
จะเป็
นการปฏิ
วั
ติ
สั
งคม แม้
ว่
าจะไม่
เกิ
ดขึ
้
นทั
นในชี
วิ
ตของเขา และได้
เขี
ยนผลงานจากประสบการณ์
ต่
าง ๆ ทิ
้
งไว้
ด้
วย
สรุ
ปได้
ว่
า Hegel ใช้
ประวั
ติ
ศาสตร์
ทางการเมื
อง การสงครามระหว่
างรั
ฐเอก
ราช เป็
นพื
้
นฐานความขั
ดแย ้
ง ไปสู
่
สภาวะของสั
งคมใหม่
ที่
ดี
ขึ
้
นแต่
Marx ใช้
ประวั
ติ
ศาสตร์
เศรษฐกิ
จ
และการขั
ดแย ้
งระหว่
างกลุ ่
ม ผลประโยชน์
ภายในแต่
ละสั
งคมเป็
นพื
้
นฐาน แห่
งการปรั
บปรุ
งสภาพ
สั
งคมให้
ดี
ขึ
้
นกว่
าเดิ
ม (ลั
ทธิ
มาร์
คซ์
)
การนํ
าทฤษฎี
ความขั
ดแย ้
ง มาใช้
พั
ฒนาองค์
กร เช่
น การนํ
าพนั
กงานที่
มี
ความ
คิ
ดเห็
น ความต้
องการที่
แตกต่
างกั
น มาร่
วมกั
นกระดมความคิ
ดเข้
ากลุ
่
มถกเถี
ยงเพื่
อหาข้
อยุ
ติ
ที่
ทุ
กฝ่
าย
พึ
งพอใจ เพื่
อนํ
ามาใช้
กํ
าหนดขึ
้
นเป็
นกฎระเบี
ยบ ข้
อบั
งคั
บขององค์
การต่
อให้
ทุ
กคนปฏิ
บั
ติ
ตาม
ทฤษฎี
การแลกเปลี่
ยน (Exchange Theory)
เป็
นแนวคิ
ดที่
มาจากลุ
่
มเศรษฐศาสตร์
อรรถประโยชน์
, กลุ ่
มมนุ
ษยวิ
ทยาเชิ
ง
หน้
าที่
และกลุ
่
มจิ
ตวิ
ทยาเชิ
งพฤติ
กรรมทฤษฎี
นี
้
ยึ
ดหลั
กเกณฑ์
ที่
ว่
า
1) ทั
้
งมนุ
ษย์
และสั
ตว์
เป็
นสิ
่
งมี
ชี
วิ
ตที่
แสวงหารางวั
ลหรื
อสิ ่
งตอบแทน และ
จะเลื
อกหนทางที่
ให้
ผลตอบแทนมากที่
สุ
ด และให้
โทษทั
ณฑ์
น้
อยที่
สุ
ดในสถานการณ์
นั
้
น ๆ
2) สิ
่
งมี
ชี
วิ
ตจะประพฤติ
ซํ
้
าพฤติ
กรรม ที่
แสดงให้
เห็
นว่
าให้
ผลตอบแทนที่
ดี
ในอดี
ต