34
สภาพเดิ
มเป็
นอย่
างไร มี
การคลี่
คลายแก้
ไขปั
ญหาอย่
างไร จนกระทั
่
งเกิ
ดปั
ญหา อยู
่
ในปั
จจุ
บั
น แล้
วจึ
ง
ลงความเห็
น เกี่
ยวกั
บปั
ญหานั
้
น องค์
ความรู
้
หรื
อทฤษฎี
ทางสั
งคมวิ
ทยา มี
ทฤษฎี
ใหญ่
อยู
่
4 ลั
กษณะ ซึ
่
ง
แตกออกเป็
นทฤษฎี
ย่
อย ในแต่
ละทฤษฎี
ใหญ่
อี
กมากมาย ทฤษฎี
ใหญ่
เหล่
านั
้
น ได้
แก่
1. ทฤษฎี
โครงสร้
างหน้
าที่
(Structural -functional Theory) ทฤษฎี
นี
้
จะอธิ
บายเรื่
องใด
ๆ ด้
วยเหตุ
ผลทางโครงสร้
างและหน้
าที่
เช่
น สั
งคมมี
หน้
าที่
ต่
าง ๆ จะต้
องปฏิ
บั
ติ
หน้
าที่
ต่
างๆ เหล่
านั
้
น
รวมกั
นเข้
าเป็
นสั
งคม หลั
กสํ
าคั
ญของทฤษฎี
นี
้
คื
อ (Sanderson, 1988 : 7)
1.1 สั
งคมเป็
นระบบที่
ซั
บซ้
อน ที่
มี
ความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างกั
น และมี
ส่
วนที่
พึ
่
งพา
กั
น แต่
ละส่
วนของสั
งคม จะมี
อิ
ทธิ
พลต่
ออี
กส่
วนหนึ
่
งของสั
งคม
1.2 แต่
ละส่
วนของสั
งคมคงอยู
่
ได้
เพราะมี
หน้
าที่
ที่
จะต้
องดํ
าเนิ
นการ เพื่
อจะ
บํ
ารุ
งรั
กษาให้
สั
งคมคงอยู
่
หรื
อเกิ
ดเสถี
ยรภาพของสั
งคมทั
้
งสั
งคม ความคงอยู
่
ของแต่
ละส่
วนของสั
งคม
สามารถอธิ
บายหน้
าที่
ในสั
งคมโดยรวมได้
1.3 สั
งคมทุ
กสั
งคม มี
กลไกที่
บู
รณาการซึ
่
งกั
นและกั
น กลไกหนึ
่
งที่
สํ
าคั
ญคื
อ ความ
เชื่
อ ค่
านิ
ยม ที่
สมาชิ
กในสั
งคมมี
ต่
อสั
งคม
1.4 สั
งคมจะมุ
่
งไปสู
่
สมดุ
ล หรื
อมี
เสถี
ยรภาพ ไม่
ว่
าจะมี
สิ ่
งใดเข้
ามารบกวน ส่
วน
ใดส่
วนหนึ
่
งของสั
งคม สั
งคมก็
จะมี
แนวโน้
ม ที่
จะปรั
บตั
วเองไปสู
่
จุ
ดสมดุ
ล
1.5 การเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคม เป็
นเรื่
องที่
ไม่
เป็
นปกติ
ที่
ปรากฏในสั
งคม เมื่
อ
ปรากฏขึ
้
นก็
จะนํ
าไปสู
่
ผลประโยชน์
ของสั
งคมที่
ตามมา
ทฤษฎี
นี
้
เชื่
อว่
าในสั
งคมมี
หน้
าที่
อยู
่
2 แบบ คื
อ
(1) Manifest function เป็
นหน้
าที่
ที่
ปรากฏชั
ดแจ้
ง ซึ
่
งเป็
นส่
วนที่
ทุ
กคนใน
ระบบสามารถเข้
าร่
วมในหน้
าที่
นั
้
นได้
(2) Letent function เป็
นผลลั
พธ์
จากโครงสร้
าง ซึ
่
งเกิ
ดขึ
้
นโดยไม่
ตั
้
งใจ หรื
อลื
ม
ตระหนั
กถึ
ง ซึ
่
งทํ
าให้
ทุ
กส่
วนต้
องคํ
านึ
งถึ
ง บางอย่
างอาจก่
อให้
เกิ
ด ผลร้
ายต่
อหน้
าที่
เช่
น อุ
ตสาหกรรม
ทํ
าให้
มี
รายได้
เศรษฐกิ
จดี
แต่
ไม่
สามารถดํ
าเนิ
นการไปได้
ดี
เพราะก่
อให้
เกิ
ดผลกระทบ ที่
ทํ
าลาย
สิ ่
งแวดล้
อม เป็
นต้
น
2. ทฤษฎี
ความขั
ดแย ้
ง (Conflict Theory) ทฤษฎี
นี
้
จะอธิ
บายปรากฏการณ์
ต่
าง ๆ ด้
วย
เหตุ
ผลของการขั
ดแย ้
ง เช่
น บอกว่
าสั
งคม เป็
นระเบี
ยบเรี
ยบร้
อย เพราะความขั
ดแย ้
ง ทางสั
งคม
ประสบการณ์
ของคน ต้
องต่
อสู
้
เพื่
อความอยู
่
รอด ความจํ
ากั
ดของทรั
พยากร การแข่
งขั
น นั
กสั
งคมวิ
ทยา
เชื่
อว่
าความขั
ดแย ้
ง ทํ
าให้
สั
งคมมี
ชี
วิ
ต และสั
งคม เกิ
ดความเปลี่
ยนแปลง
ทฤษฎี
เกี่
ยวกั
บความขั
ดแย ้
งทางสั
งคม (conflict Theorics)
หั
วใจของกลุ
่
มทฤษฎี
ความขั
ดแย ้
ง ทางสั
งคม มี
ประเด็
นว่
า การขั
ดแย ้
ง นํ
าไปสู
่
การเปลี่
ยนแปลง ที่
ดี
ขึ
้
นความขั
ดแย ้
งต่
าง ๆ ที่
มี
อยู
่
ไม่
ว่
าจะเป็
นในระดั
บบุ
คคล หรื
อสั
งคม ถื
อได้
ว่
า