31
ๆ ที่
มนุ
ษย์
พึ
งพอใจอย่
างสมบู
รณ์
แบบ สั
งคมทุ
กสั
งคมและวั
ฒนธรรมย่
อมมี
การเปลี่
ยนแปลง การ
เปลี่
ยนแปลงที่
เกิ
ดขึ
้
นในสั
งคมอาจจะเร็
วหรื
อช้
าขึ
้
นอยู
่
กั
บกาลเวลาเป็
นตั
วกํ
าหนด ไม่
มี
สั
งคมใดหยุ
ด
นิ ่
งอยู
่
กั
บที่
การเปลี่
ยนแปลงเป็
นลั
กษณะธรรมดาของมนุ
ษย์
เพราะสั
งคมมนุ
ษย์
มี
ลั
กษณะการอยู
่
ร่
วมกั
นเป็
นกลุ
่
มและเป็
นลั
กษณะการดํ
ารงอยู
่
ที่
ไม่
คงที่
ตลอดไปจึ
งต้
องมี
การเปลี่
ยนแปลงหรื
อมี
วิ
วั
ฒนาการอยู
่
ตลอดเวลา การเปลี่
ยนแปลงเป็
นเรื่
องที่
เกิ
ดขึ
้
นปกติ
ธรรมดาในสั
งคมและวั
ฒนธรรม
การเปลี่
ยนแปลงบางอย่
างอาจเป็
นไปอย่
างมี
ระเบี
ยบและอาจคาดคะเนได้
บางอย่
างคาดคะเนไม่
ได้
เนื่
องจากการเปลี่
ยนแปลงซั
บซ้
อนมาก โดยเฉพาะอย่
างยิ ่
งการเปลี่
ยนแปลงสมั
ยปั
จจุ
บั
นจึ
งเป็
นไป
อย่
างรวดเร็
วและมี
ผลเกี่
ยวเนื่
องกั
นไปในลั
กษณะของลู
กโซ่
การเปลี่
ยนแปลง ที่
มี
ผลต่
อระบบสั
งคม
ทั
้
งหมด จั
ดว่
าเป็
นการเปลี่
ยนแปลงที่
สํ
าคั
ญ ส่
วนการเปลี่
ยนแปลงที่
อยู
่
ในวงแคบเป็
นการเปลี่
ยนแปลง
ที่
เกิ
ดขึ
้
นทั
้
งในอดี
ต และปั
จจุ
บั
นที่
มองเห็
นได้
ชั
ดเจน คื
อการเปลี่
ยนแปลงทางด้
านเศรษฐกิ
จ ซึ
่
งมี
การ
กระทบกระเทื
อนต่
อสั
งคมและก่
อให้
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงอย่
างอื่
นตามมาด้
วยแต่
การเปลี่
ยนแปลงด้
าน
อื่
นๆ ก็
มี
ส่
วนทํ
าให้
ภาวะหรื
อสภาพการณ์
ทางเศรษฐกิ
จเปลี่
ยนแปลงได้
เช่
นกั
น (ประดิ
ษฐ์
มั
ชฌิ
มา.
2523 : 25)
สภาพแวดล้
อมทางสั
งคมกั
บการพั
ฒนาทรั
พยากรมนุ
ษย์
คนถื
อเป็
นสมาชิ
กคนหนึ
่
งในสั
งคม ที่
มี
คนหลาย ๆ คนมาอยู
่
ร่
วมกั
น เกิ
ดการแลกเปลี่
ยน
ความคิ
ดเห็
น ทั
้
งเหมื
อนและต่
างกั
น พฤติ
กรรม และกฎระเบี
ยบ มี
ความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างกลุ ่
ม สั
งคมที่
อยู
่
ทุ
กวั
นนี
้
แตกต่
างจากสั
งคมในอดี
ต เนื่
องจากการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ต การบริ
โภค ความเป็
นอยู
่
นั
้
น มี
การ
เปลี่
ยนแปลง ความเปลี่
ยนแปลงนั
้
น เป็
นผลผลิ
ต จากการกระทํ
าของมนุ
ษย์
มนุ
ษย์
เป็
นผู
้
สร้
างกระแส
ดั
งนั
้
นใน Module นี
้
เราจะมาเรี
ยนรู
้
ในเนื
้
อหาวิ
ชาดั
งนี
้
1. ทฤษฎี
วิ
วั
ฒนาการสายเดี่
ยว
เชื่
อกั
นว่
ามาจากอิ
ทธิ
พล แนวความคิ
ดเกี่
ยวกั
บ วิ
วั
ฒนาการของสิ
่
งมี
ชี
วิ
ต ของ Charles
Darwin สรุ
ปได้
ว่
า วิ
วั
ฒนาการ ของสิ
่
งมี
ชี
วิ
ตทั
้
งหลายนั
้
น เริ ่
มจากแบบชี
วิ
ต ที่
มี
โครงสร้
าง ทางร่
างกาย
อย่
างง่
าย ๆ ไม่
มี
กลไกทางระบบประสาทมากนั
ก แล้
วพั
ฒนาไปสู
่
ชี
วิ
ตทั
้
งหลายนั
้
น เริ ่
มจากแบบชี
วิ
ต ที่
มี
โครงสร้
างทางร่
างกาย ที่
สลั
บซั
บซ้
อนเพิ
่
มมากขึ
้
น มี
ความสามารถในการรั
บรู
้
และเข้
าใจสิ
่
งแวดล้
อม
ต่
าง ๆ ได้
ดี
เช่
น วิ
วั
ฒนาการจากสั
ตว์
เซลเดี
ยว มาสู
่
สั
ตว์
ที่
มี
ระบบประสาท สลั
บซั
บซ้
อนมากขึ
้
น เช่
น
มนุ
ษย์
ซึ
่
งต้
องใช้
เวลอั
นยาวนานมาก ในการวิ
วั
ฒนาการ ทํ
าให้
นั
กสั
งคมวิ
ทยา และมนุ
ษยวิ
ทยาสมั
ยนั
้
น
นํ
าแนวคิ
ดของ Darwin มาปรั
บใช้
กั
บ ความเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคม และวั
ฒนธรรมได้
นั
กสั
งคมศาสตร์
ที่
เด่
น ๆ เช่
น เฮนรี่
มอร์
แกน, เฮอร์
เบิ
ร์
ต สเปนเซอร์
, เอ็
ดวาร์
ด บี
ไทเลอร์
นั
กวิ
วั
ฒนาการสายเดี่
ยว เชื่
อ
ว่
า สั
งคมมนุ
ษย์
ต่
าง ๆ มี
ภาวะเช่
นเดี
ยวกั
บสิ
่
งมี
ชี
วิ
ต เริ
่
มต้
นด้
วยการเป็
นสั
งคมแบบง่
าย ๆ หยาบ ๆ แล้
ว
ค่
อย ๆ เปลี่
ยนแปลงไปสู
่
ความเป็
นสั
งคม ที่
สลั
บซั
บซ้
อนขึ
้
น คนในสั
งคม ก็
มี
ความแตกต่
างกั
นมากขึ
้
น