30
2. การเปลี่
ยนแปลงแบบวั
ฎจั
กร เป็
นการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมที่
ไม่
มี
ความสมํ
่
าเสมอ
สั
งคมจะมี
จุ
ดเริ
่
มต้
น จากนั
้
นจะค่
อยๆ เจริ
ญก้
าวหน้
าขึ
้
นเรื่
อย ๆ จนถึ
งที่
สุ
ดก็
จะเสื่
อมสลายไป คล้
ายกั
บ
ความเจริ
ญของมนุ
ษย์
ที่
เริ
่
มจากเด็
กทารก เติ
บโตเป็
นวั
ยรุ
่
น วั
ยผู
้
ใหญ่
วั
ยชรา และในที่
สุ
ดก็
ตายจากไป
หรื
อหากเปรี
ยบเที
ยบการเปลี่
ยนแปลงเป็
นเวลาในวั
นหนึ
่
ง ๆ คื
อ เริ
่
มจากเช้
ามื
ด สว่
าง และมื
ด แล้
วค่
อย
ๆ กลั
บมาเช้
าใหม่
ซึ
่
งการเปลี่
ยนแปลงแบบนี
้
เมื่
อสั
งคมมี
ความเจริ
ญถึ
งจุ
ดสู
งสุ
ดแล้
ว ก็
จะค่
อย ๆ เสื่
อม
สลายลง โดยไม่
ได้
สู
ญหายไปแต่
จะมี
การปรั
บปรุ
งและเจริ
ญขึ
้
นมาใหม่
เช่
น สั
งคมของกรี
ก อี
ยิ
ปต์
จี
น
อิ
นเดี
ย เป็
นต้
น
สั
งคมในอนาคต
การเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมทํ
าให้
ทุ
กสั
งคมมี
การเปลี่
ยนแปลงไปสู
่
สั
งคมสมั
ยใหม่
ที่
มี
การ
พั
ฒนาการอย่
างต่
อเนื่
อง ยุ
คปั
จจุ
บั
นมี
หลายประเทศที่
มี
การเปลี่
ยนแปลงโครงสร้
างของสั
งคมจาก
สั
งคมเกษตรกรรมไปสู
่
สั
งคมอุ
ตสาหกรรม แต่
บางประเทศกํ
าลั
งมี
แนวโน้
มที่
จะเปลี่
ยนแปลงไปสู
่
สั
งคมยุ
คใหม่
ที่
เรี
ยกว่
า สั
งคมภายหลั
งยุ
คสั
งคมอุ
ตสาหกรรม (Postindustrial society) ซึ
่
งจะมี
ความ
แตกต่
างจากสั
งคมอุ
ตสาหกรรม ดั
งนี
้
(Daniel Bell อ้
างใน Popenoe 1993 : 555-556)
1. ระบบเศรษฐกิ
จ เป็
นกิ
จกรรมทางเศรษฐกิ
จที่
ให้
ความสํ
าคั
ญต่
อการบริ
การ(Service)
มากกว่
าสิ
นค้
า (Goods)
2. แรงงานในการผลิ
ตใช้
ระบบคอมพิ
วเตอร์
(Computer) ควบคุ
มการทํ
างานแทนการ
ใช้
เครื่
องจั
กกล (Machine)
3. สถานภาพของแรงงานระดั
บผู
้
ใช้
แรงงาน หรื
อแรงงานชั
้
นตํ
่
า (Blue-Collarมี
จํ
านวน
ลดลง แต่
แรงงานระดั
บบริ
หารงาน หรื
อแรงงานชั
้
นกลาง (White-Collar) จะมี
มากขึ
้
น
4. การแก้
ไขปั
ญหาสั
งคมของสั
งคมสั
งคมภายหลั
งยุ
คสั
งคมอุ
ตสาหกรรมต้
องใช้
เทคนิ
ค
ระดั
บสู
ง เพราะคนในสั
งคมมี
ความรู
้
และความสามารถมากขึ
้
น
5. รั
ฐบาลเข้
ามามี
บทบาทในการบริ
หารและการจั
ดการในกิ
จการต่
าง ๆ แทนเอกชนมาก
ขึ
้
น โดยเฉพาะกิ
จการที่
เป็
นของสาธารณะจะมี
แนวโน้
มเพิ
่
มขึ
้
น ประชาชนส่
วนใหญ่
จะทํ
างานให้
กั
บ
ภาครั
ฐบาลในทุ
ก ๆ กิ
จกรรม
อย่
างไรก็
ตามแนวความคิ
ดของลั
กษณะของสั
งคมภายหลั
งยุ
คสั
งคมอุ
ตสาหกรรมย ั
งไม่
สามารถที่
จะสรุ
ปได้
เพราะการเปลี่
ยนแปลงในอนาคตขึ
้
นอยู
่
กั
บหลายปั
จจั
ย สาเหตุ
ของการเปลี่
ยนทาง
สั
งคมบางอย่
างมนุ
ษย์
ย ั
งไม่
สามารถควบคุ
มได้
เช่
น แผ่
นดิ
นไหว และวาตภั
ยต่
าง ๆ การเปลี่
ยนแปลง
ทางสั
งคมที่
เกิ
ดขึ
้
นทั
้
งแบบรวดเร็
วหรื
อแบบค่
อยเป็
นค่
อยไปมี
ผลกระทบต่
อมนุ
ษย์
เสมอ แต่
อย่
างไรก็
ตามการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมที่
เกิ
ดขึ
้
นในปั
จจุ
บั
นไม่
ว่
าจะเป็
นการเปลี่
ยนแปลงที่
เกิ
ดจากธรรมชาติ
หรื
อมนุ
ษย์
สร้
างขึ
้
น มนุ
ษย์
จะต้
องเข้
าไปทํ
าการแก้
ไขเสมอ เพราะย ั
งไม่
มี
การเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมใด