29
ระหว่
างสิ
่
งเก่
ากั
บสิ ่
งใหม่
ที่
ปรั
บตั
วในอั
ตราที่
ไม่
เท่
ากั
นจนเกิ
ดเป็
นความเหลื่
อมลํ
้
าระหว่
างกั
นและเป็
น
ปั
ญหาสั
งคมตามมา
3. วั
ฒนธรรมอวั
ตถุ
(Nonmaterial culture) นั
กสั
งคมวิ
ทยามองว่
า วั
ฒนธรรมที่
เป็
นอวั
ตถุ
เป็
นสาเหตุ
ที่
สํ
าคั
ญที่
ทํ
าให้
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงของวั
ฒนธรรมที่
เป็
นวั
ตถุ
ตามมา สิ
่
งประดิ
ษฐ์
ต่
าง ๆ ที่
มนุ
ษย์
สร้
างขึ
้
นมาทั
้
งหลายเกิ
ดมาจากคติ
นิ
ยม (Ideology) ที่
ถ่
ายทอดออกมาสู
่
วั
ฒนธรรมที่
เป็
นวั
ตถุ
หาก
ความคิ
ดเห็
น ความเชื่
อ และวิ
ธี
การคิ
ดของคนในสั
งคมต้
องเปลี่
ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้
อมเพื่
อให้
เกิ
ดความอยู
่
รอด การเปลี่
ยนแปลงภายในสั
งคมก็
จะเกิ
ดขึ
้
นตามมา
4. กระบวนการทางวั
ฒนธรรม (Cultural processes) เมื่
อเกิ
ดการค้
นพบ (Discovery)
และมี
การประดิ
ษฐ์
(Invention) จนเกิ
ดเป็
นนวั
ตกรรม (Innovation) ขึ
้
นในสั
งคม การเคลื่
อนไหวทาง
สั
งคม (Social movement) ทํ
าให้
เกิ
ดการแพร่
กระจายของวั
ฒนธรรม (Cultural diffusion) จากคนกลุ ่
ม
หนึ
่
งหรื
อสั
งคมหนึ
่
ง ไปสู
่
คนกลุ
่
มอื่
นหรื
อสั
งคมอื่
น สั
งคมที่
รั
บเอานวั
ตกรรมไว้
ใช้
ก็
จะเกิ
ดการ
เปลี่
ยนแปลงในสั
งคมเกิ
ดขึ
้
น
5. การพั
ฒนาทางเศรษฐกิ
จ (Economic development) ทํ
าให้
เกิ
ดความทั
นสมั
ย
(Modernization) เพราะมี
การเปลี่
ยนแปลงการผลิ
ตตามแบบดั
้
งเดิ
มในยุ
คสั
งคมเกษตรกรรม
(Preindustrial society) ไปสู
่
การผลิ
ตแบบอุ
ตสาหกรรมและแบบเมื
อง ทํ
าให้
สั
งคมเกิ
ดการเปลี่
ยนแปลง
ไปสู
่
ความเป็
นอุ
ตสาหกรรม (Industrialization) ที่
เปลี่
ยนระบบการผลิ
ตจากการใช้
แรงงานมนุ
ษย์
ไปสู
่
การใช้
แรงงานจากเครื่
องจั
กรกล ใช้
ระบบการทํ
างานแบบอุ
ตสาหกรรม บริ
เวณที่
มี
การเปลี่
ยนแปลง
ไปสู
่
ความเป็
นอุ
ตสาหกรรม เกิ
ดความเป็
นเมื
อง (Urbanization) เพราะมี
การอพยพแรงงานจากชนบท
เข้
ามาทํ
างานในภาคอุ
ตสาหกรรม การทํ
างานในกิ
จกรรมต่
าง ๆ เปลี่
ยนรู
ปแบบไปสู
่
ความเป็
นระบบ
ราชการ (Bureaucratization) เกิ
ดเป็
นองค์
กรขนาดใหญ่
ที่
มี
การจั
ดการ
ที่
เป็
นทางการ
รู
ปแบบการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคม
การเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมที่
เกิ
ดขึ
้
นนั
้
นมี
สาเหตุ
ที่
สํ
าคั
ญมาจากการเปลี่
ยนแปลงที่
เป็
นไป
ตามธรรมชาติ
ประการหนึ
่
ง กั
บการเปลี่
ยนแปลงที่
เกิ
ดขึ
้
นจากมนุ
ษย์
เป็
นผู
้
กระทํ
าอี
กประการหนึ
่
ง แต่
ในกระบวนการของการเปลี่
ยนแปลงสามารถทํ
าให้
เกิ
ดรู
ปแบบของการเปลี่
ยนแปลง 2 แบบ ดั
งนี
้
1. การเปลี่
ยนแปลงแบบเส้
นตรง เป็
นการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมที่
กล่
าวว่
า ทุ
กสั
งคมจะ
มี
วิ
วั
ฒนาการแบบเดี
ยวกั
นตลอด โดยเปลี่
ยนแปลงจากสั
งคมที่
มี
ความเจริ
ญของอารยธรรมขั
้
นตํ
่
าไปสู
่
สั
งคมที่
มี
ความเจริ
ญของอารยธรรมระดั
บสู
งขั
้
นต่
อไป นั
กวิ
ชาการที่
เสนอรู
ปแบบของการเปลี่
ยนแปลง
ทางสั
งคมแบบเส้
นตรงได้
แก่
ออกุ
สต์
กองต์
เลวิ
ส เฮนรี่
มอร์
แกน และคาร์
ล มาร์
คซ์
เป็
นต้
น