27
สมจิ
ตร พ่
วงบุ
ตร (2531 : 18) กล่
าวถึ
งสาเหตุ
ของการเปลี่
ยนแปลงทางวั
ฒนธรรม
ในทางดนตรี
และการละเล่
นพื
้
นบ้
านเกิ
ดจากปั
ญหาหลายประการ คื
อ ผู
้
ถ่
ายทอด ผู
้
รั
บการถ่
ายทอด
วิ
ธี
การเทคโนโลยี
สมั
ยใหม่
เวลา อิ
ทธิ
พลวั
ฒนธรรมอื่
นๆ หน่
วยงานที่
สนั
บสนุ
นหรื
อรั
บผิ
ดชอบ
และงบประมาณ
พระเทพเวที
(2532 : 3) กล่
าวถึ
งวั
ฒนธรรมว่
ามี
ความหมายกว้
าง ครอบคลุ
มทั
้
ง
ในทางภาษาศาสตร์
วรรณคดี
ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
วั
ฒนธรรม ประวั
ติ
ศาสตร์
ศิ
ลปะ
โบราณคดี
ศาสนา และมานุ
ษยวิ
ทยา เป็
นต้
น สรุ
ปแล้
ววั
ฒนธรรมหมายถึ
ง “ผลรวมแห่
งการสั
่
ง
สมสิ
่
งสร้
างสรรค์
และภู
มิ
ธรรม ภู
มิ
ปั
ญญาที่
ถ่
ายทอดสื
บต่
อกั
นมาของสั
งคมนั
้
นๆ” วิ
ทยาการต่
างๆ
ทุ
กสาขาที่
กล่
าวมาแล้
ว เมื่
อกลมกลื
นเข้
าสู
่
วิ
ธี
ชี
วิ
ตของประชาชนแล้
วก็
จั
ดเข้
าในวั
ฒนธรรมได้
ทั
้
งสิ
้
น
พั
ทยา สายหู
(2533 : 101) ได้
กล่
าวถึ
งลั
กษณะของการผสมผสานทางวั
ฒนธรรมว่
า
การนํ
าสิ
่
งใหม่
ๆ ในรู
ปใดรู
ปหนึ
่
งที่
หยิ
บยื
มมาจากวั
ฒนธรรมอื่
นเข้
ามาใช้
ในอี
กวั
ฒนธรรมหนึ
่
งนั
้
นก็
จะมี
ลั
กษณะการผสมผสานแตกต่
างกั
นไปตามรู
ปของสิ
่
งที่
หยิ
บยื
มมา ซึ
่
งการผสมผสานนี
้
อาจจะมี
ใน
รู
ปของ การมาเพิ
่
มเสริ
มสิ
่
งที่
มี
อยู
่
แล้
ว การมาแทนที่
บางสิ
่
งที่
มี
อยู
่
ก่
อน การแปลงรู
ปแบบหรื
อ
ความหมายหรื
อหน้
าที่
ประโยชน์
ของสิ
่
งใหม่
มาผสมกั
บสิ
่
งคล้
ายคลึ
งกั
นในของเก่
าที่
สามารถปรั
บใช้
เข้
ากั
นได้
บุ
ญยงค์
เกศเทศ (2536 : 44) ได้
กล่
าวถึ
งวั
ฒนธรรมว่
ามี
การเปลี่
ยนแปลงอยู
่
ตลอดเวลา ปั
จจั
ยพื
้
นฐานซึ
่
งเป็
นกระบวนการที่
ทํ
าให้
วั
ฒนธรรมเปลี่
ยนแปลง มี
4 ประการ คื
อ
การค้
นพบสิ ่
งที่
มี
อยู
่
แล้
วแต่
ซ่
อนเร้
นอยู
่
ไม่
มี
ใครทราบมาก่
อน (Discovery) การประดิ
ษฐ์
สร้
างสิ
่
งใหม่
ที่
ไม่
เคยมี
มาก่
อนหรื
อคิ
ดหาวิ
ธี
ใหม่
มาใช้
ในสั
งคม (Invention) วิ
วั
ฒนาการ คื
อ การปรั
บปรุ
งพั
ฒนา
ให้
ดี
ยิ ่
งขึ
้
น (Marking Things Better or Evaluation) และการแพร่
กระจายให้
กว้
างขวางออกไป
(Diffution) มี
การหยิ
บยื
มไปใช้
กั
นได้
อมรา พงศาพิ
ชญ์
(2537 : 1) กล่
าวถึ
งวั
ฒนธรรมว่
า คื
อ สิ
่
งที่
มนุ
ษย์
สร้
างขึ
้
น
กํ
าหนดขึ
้
นมิ
ใช่
สิ ่
งที่
มนุ
ษย์
ทํ
าตามสั
ญชาตญาน อาจเป็
นการประดิ
ษฐ์
วั
ตถุ
สิ
่
งของขึ
้
นใช้
หรื
ออาจเป็
น
การกํ
าหนดพฤติ
กรรม หรื
อความคิ
ดตลอดจนวิ
ธี
การหรื
อระบบการทํ
างาน ฉะนั
้
นวั
ฒนธรรมก็
คื
อ
ระบบในสั
งคมของมนุ
ษย์
สร้
างขึ
้
น มิ
ใช่
ระบบที่
เกิ
ดขึ
้
นโดยธรรมชาติ
ตามสั
ญชาตญาน
สํ
านั
กงานปลั
ดกระทรวงศึ
กษาธิ
การ (2538 : 180-187) ได้
กล่
าวว่
าถึ
งสิ
่
งที่
ทํ
าลาย
วั
ฒนธรรมประจํ
าถิ
่
นเกิ
ดจากอิ
ทธิ
พลทางโทรทั
ศน์
วิ
ทยุ
และสื่
อมวลชนแขนงต่
างๆ ปั
ญหาทาง
สั
งคม เศรษฐกิ
จ การเดิ
นทางและการท่
องเที่
ยว และปั
ญหางบประมาณ
ประเวศ วะสี
(2539 : 40-41) กล่
าวถึ
งวั
ฒนธรรมว่
า คื
อ การปฏิ
บั
ติ
หรื
อวิ
ถี
ชี
วิ
ต
ของชุ
มชนหรื
อสั
งคมได้
มาจากประสบการณ์
จริ
ง เลื
อกสรร กลั
่
นกรอง ลองใช้
และถ่
ายทอดด้
วย
การปฏิ
บั
ติ
สื
บต่
อกั
นมา อี
กชื่
อหนึ
่
งของวั
ฒนธรรมคื
อ ภู
มิ
ปั
ญญาดั
้
งเดิ
ม วั
ฒนธรรมเกิ
ดจาก