25
พั
ทยา สายหู
(2529 : 206-207) ได้
อธิ
บายว่
า การเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคม เป็
นการ
เปลี่
ยนแปลงของระบบความสั
มพั
นธ์
ของคนที่
อยู
่
ด้
วยกั
น อั
นเป็
นผลมาจากระเบี
ยบที่
กํ
าหนดการ
กระทํ
า และความสั
มพั
นธ์
ของคน เช่
น สิ
ทธิ
และหน้
าที่
ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
บทบาทและ
สถานภาพ มี
การเปลี่
ยนแปลง
สนิ
ท สมั
ครการ (2538 : 4) อธิ
บายว่
า การเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคม หมายถึ
ง การ
เปลี่
ยนแปลงใด ๆ ที่
มี
ผลทํ
าให้
ความสั
มพั
นธ์
ทางสั
งคมเกิ
ดมี
ความแตกต่
างกั
นขึ
้
นในช่
วงเวลาใดเวลา
หนึ
่
งแล้
ว การเปลี่
ยนแปลงนั
้
นไม่
ว่
าจะเล็
กน้
อย หรื
อใหญ่
โตเพี
ยงไรก็
ตามย่
อมถื
อได้
ว่
าเป็
น
เปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมได้
ทั
้
งสิ
้
น
เดวิ
ด จารี
และจู
เลี
ย จารี
(Jary and Jary 1995 : 602)หมายถึ
ง ความแตกต่
างในส่
วนใด
ส่
วนหนึ
่
งที่
เกิ
ดขึ
้
นกั
บโครงสร้
างของสั
งคมหรื
อการจั
ดระเบี
ยบของสั
งคมระหว่
างปั
จจุ
บั
นกั
บอดี
ต
โดยสรุ
ป การเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคม (Social change) หมายถึ
ง ความแตกต่
างที่
เกิ
ดขึ
้
นในสั
งคม
ระหว่
างช่
วงเวลาใดเวลาหนึ
่
ง ทั
้
งระดั
บจุ
ลภาคและระดั
บมหภาค ซึ
่
งอาจเป็
นผลดี
หรื
อผลเสี
ยก็
ได้
สั
งคมทุ
กสั
งคมและวั
ฒนธรรมย่
อมมี
การเปลี่
ยนแปลง การเปลี่
ยนแปลงที่
เกิ
ดขึ
้
นใน
สั
งคมอาจจะเร็
วหรื
อช้
าขึ
้
นอยู
่
กั
บกาลเวลาเป็
นตั
วกํ
าหนด ไม่
มี
สั
งคมใดหยุ
ดนิ
่
งอยู
่
กั
บที่
การ
เปลี่
ยนแปลงเป็
นลั
กษณะธรรมดาของมนุ
ษย์
เพราะสั
งคมมนุ
ษย์
มี
ลั
กษณะการอยู ่
ร่
วมกั
นเป็
นกลุ ่
มและ
เป็
นลั
กษณะการดํ
ารงอยู
่
ที่
ไม่
คงที่
ตลอดไปจึ
งต้
องมี
การเปลี่
ยนแปลงหรื
อมี
วิ
วั
ฒนาการอยู ่
ตลอดเวลา
การเปลี่
ยนแปลงเป็
นเรื่
องที่
เกิ
ดขึ
้
นปกติ
ธรรมดาในสั
งคมและวั
ฒนธรรม การเปลี่
ยนแปลงบางอย่
าง
อาจเป็
นไปอย่
างมี
ระเบี
ยบและอาจคาดคะเนได้
บางอย่
างคาดคะเนไม่
ได้
เนื่
องจากการเปลี่
ยนแปลง
ซั
บซ้
อนมาก โดยเฉพาะอย่
างยิ ่
งการเปลี่
ยนแปลงสมั
ยปั
จจุ
บั
นจึ
งเป็
นไปอย่
างรวดเร็
วและมี
ผลเกี่
ยว
เนื่
องกั
นไปในลั
กษณะของลู
กโซ่
การเปลี่
ยนแปลง ที่
มี
ผลต่
อระบบสั
งคมทั
้
งหมด จั
ดว่
าเป็
นการ
เปลี่
ยนแปลงที่
สํ
าคั
ญ ส่
วนการเปลี่
ยนแปลงที่
อยู
่
ในวงแคบเป็
นการเปลี่
ยนแปลงที่
เกิ
ดขึ
้
นทั
้
งในอดี
ต
และปั
จจุ
บั
นที่
มองเห็
นได้
ชั
ดเจน คื
อการเปลี่
ยนแปลงทางด้
านเศรษฐกิ
จ ซึ
่
งมี
การกระทบกระเทื
อนต่
อ
สั
งคมและก่
อให้
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงอย่
างอื่
นตามมาด้
วยแต่
การเปลี่
ยนแปลงด้
านอื่
นๆ ก็
มี
ส่
วนทํ
าให้
ภาวะหรื
อสภาพการณ์
ทางเศรษฐกิ
จเปลี่
ยนแปลงได้
เช่
นกั
น (ประดิ
ษฐ์
มั
ชฌิ
มา. 2523 : 25)
นอกจากนี
้
พิ
ชญ์
สมพอง ได้
กล่
าวว่
าการเปลี่
ยนแปลงในสั
งคมชนบทนั
้
นมี
สาเหตุ
จาก 2
ทางใหญ่
ๆ คื
อ สาเหตุ
จากภายในสั
งคมชนบท ได้
แก่
การเปลี่
ยนแปลงทางธรรมชาติ
การ
เปลี่
ยนแปลงด้
านประชากร การรู
้
จั
กนํ
าของใหม่
มาใช้
การเบื่
อหน่
ายในวั
ฒนธรรมเก่
า เป็
นต้
น ส่
วน
สาเหตุ
ภายนอกสั
งคมชนบท เช่
น การผสมผสานและการแพร่
กระจายทางวั
ฒนธรรม การเคลื่
อนไหว
ทางวั
ฒนธรรม การเปลี่
ยนแปลงในสั
งคมชนบทดั
งกล่
าวส่
วนหนึ
่
งนั
้
น เป็
นผลมาจากคมนาคมขนส่
ง
ถนน ไฟฟ้
า ประปา และการติ
ดต่
อกั
บสั
งคมอื่
น (พิ
ชญ์
สมพอง. 2522 : 215) การเปลี่
ยนแปลง
สั
งคมชนบทดั
งกล่
าวสอดคล้
องกั
บสุ
วิ
ทย์
ธี
รศาสวั
ต และสมศั
กดิ
์
ศรี
สั
นติ
สุ
ขได้
ศึ
กษาการ