Page 34 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

24
แบบวิ
เคราะห์
และต้
องการควบคุ
มให้
เป็
นไปตามที่
คิ
ด ซึ
งเป็
นผลทํ
าให้
สั
งคมแบบดั
งเดิ
มไม่
มี
การ
เปลี่
ยนแปลงมากนั
ก ส่
วนในสั
งคมสมั
ยใหม่
เฮเกนเสนอว่
า บุ
คลิ
กภาพของคนที่
มี
ความสร้
างสรรค์
อยากรู
อยากเห็
น และเปิ
ดรั
บประสบการณ์
ใหม่
ๆ มองโลกที่
อยู
รอบตั
วเขาอย่
างมี
เหตุ
มี
ผล บุ
คคลิ
กภาพ
ของคนในสั
งคมสมั
ยใหม่
จึ
งเป็
นปั
จจั
ยที่
สนั
บสนุ
นให้
สั
งคมเกิ
ดการเปลี่
ยนแปลง แต่
อย่
างไรก็
ตามเฮ
เกน ได้
เสนอว่
า บุ
คลิ
กของคนในสั
งคมดั
งเดิ
มสามารถที่
จะเปลี่
ยนไปสู
บุ
คลิ
กของในสั
งคมสมั
ยใหม่
ได้
โดยใช้
วิ
ธี
การถอดถอนสถานภาพ (Status withdrawal) ด้
วยการนํ
าเอาปั
จจั
ยด้
านสั
งคม วั
ฒนธรรม และ
เศรษฐกิ
จจากสั
งคมสมั
ยใหม่
เข้
าไปแทรกหรื
อแทนที่
ในสั
งคมดั
งเดิ
ม และย ั
งได้
เสนอว่
า การ
เปลี่
ยนแปลงของสั
งคมอาจทํ
าได้
จากเปลี่
ยนแปลงบุ
คลิ
กภาพของคนในสั
งคม โดยเริ
มจากการพั
ฒนา
บุ
คลิ
กภาพตั
งแต่
วั
ยเด็
เดวิ
ด ซี
แม็
กคลี
ล์
แลนด์
(David C. McClelland) มี
แนวความคิ
ดเหมื
อนกั
บเฮเกนที่
เห็
นว่
าการเปลี่
ยนแปลงทางเศรษฐกิ
จเป็
นผลมาจากการพั
ฒนาด้
านเศรษฐกิ
จ แต่
แนวความคิ
ดของ
แม็
ก-คลี
ลแลนด์
เน้
นศึ
กษาที่
ตั
วแปรด้
านแรงจู
งใจในความสํ
าเร็
จ (Achievement motivation) ซึ
หมายถึ
ง ความสํ
าเร็
จทางเศรษฐกิ
จของปั
จเจกบุ
คคล และเสนอแนวความคิ
ดว่
า ในการพั
ฒนาทาง
เศรษฐกิ
จของสั
งคมในอดี
ตและปั
จจุ
บั
นเป็
นผลมาจากแรงจู
งใจในความสํ
าเร็
จของบุ
คคล หากคนใน
สั
งคมมี
แรงจู
งใจในความสํ
าเร็
จมาก การพั
ฒนาทางเศรษฐกิ
จก็
จะมี
ความเจริ
ญก้
าวหน้
าตามไปด้
วย
และเสนอวิ
ธี
การสร้
างแรงจู
งใจในความสํ
าเร็
จด้
วยการเรี
ยนรู
(Learning) โดยสร้
างแรงกระตุ
นทั
ภายในและภายนอก ดั
งนั
นในการจั
ดการศึ
กษาและการเลี
ยงดู
เด็
ก สั
งคมควรมี
การปู
พื
นฐานเพื่
เสริ
มสร้
างแรงจู
งใจในความสํ
าเร็
จของบุ
คคล ด้
วยการใช้
ปั
จจั
ยต่
าง ๆ ดั
งนี
- แบบอย่
างของความสํ
าเร็
จจากผู
ปกครอง
- การสร้
างความอบอุ ่
- การให้
กํ
าลั
งใจและแรงเสริ
- หลี
กเลี่
ยงการครอบง ํ
าและใช้
อํ
านาจของบิ
ดา
ความหมายของการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคม
การเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคม หมายถึ
ง การที่
ระบบสั
งคม กระบวนการ แบบอย่
างหรื
อรู
ปแบบ
ทางสั
งคม เช่
น ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
ระบบครอบครั
ว ระบบการปกครอง ได้
เปลี่
ยนแปลงไป ไม่
ว่
าจะเป็
นด้
านใดก็
ตามการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมนี
อาจจะเป็
นไปในทางก้
าวหน้
าหรื
อถดถอย เป็
นไป
ได้
อย่
างถาวรหรื
อชั ่
วคราว โดยวางแผนให้
เป็
นไปหรื
อเป็
นไปเอง และที่
เป็
นประโยชน์
หรื
อให้
โทษก็
ได้
ทั
งสิ
น ( ราชบั
ณฑิ
ตยสถาน 2524 : 337) นอกจานี
ย ั
งมี
นั
กวิ
ชาการอี
กหลาย ๆ ท่
าน ได้
ให้
ความหมายดั
งต่
อไปนี