Page 32 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

22
3. ทฤษฎี
โครงสร้
าง-หน้
าที่
(Structural-Functional theory) แนวความคิ
ดในการ
พั
ฒนาทฤษฎี
โครงสร้
าง-หน้
าที่
เป็
นผลมาจากการนํ
าเอาแนวความคิ
ดทางด้
านชี
ววิ
ทยามาใช้
โดยอุ
ปมา
ว่
า โครงสร้
างของสั
งคมเป็
นเสมื
อนร่
างกายที่
ประกอบไปด้
วยเซลล์
ต่
าง ๆ และมองว่
า หน้
าที่
ของสั
งคม
ก็
คื
อ การทํ
าหน้
าที่
ของอวั
ยวะส่
วนต่
าง ๆ ของร่
างกาย โดยแต่
ละส่
วนจะช่
วยเหลื
อและเกื
อกู
ลซึ
งกั
และกั
นเพื่
อให้
ระบบทั
งระบบมี
ชี
วิ
ตดํ
ารงอยู
ได้
โรเบิ
ร์
ต เค. เมอร์
ตั
น (Robert K. Merton) ได้
จํ
าแนกหน้
าที่
ทางสั
งคมเป็
น 2 ประเภท
คื
อ หน้
าที่
หลั
ก (Manifest) หน้
าที่
รอง (Latent) หน้
าที่
ที่
ไม่
พึ
งปรารถนา (Dysfunctional) หน้
าที่
ของ
บางโครงสร้
างของสั
งคมอาจมี
ประโยชน์
ต่
อคนส่
วนใหญ่
แต่
ขณะเดี
ยวกั
นคนบางส่
วนอาจได้
รั
ประโยชน์
เพี
ยงน้
อยนิ
ดหรื
ออาจไม่
ได้
รั
บประโยชน์
เลย ซึ
งรวมไปถึ
งอาจจะมี
คนบางกลุ
มหรื
อบางส่
วน
ของสั
งคมได้
รั
บผลเสี
ยจากทํ
างานของโครงสร้
างของสั
งคมนั
นก็
ได้
อี
มี
ล เดอร์
ไคม์
(Emile Durkheim) มี
แนวความคิ
ดว่
า หน้
าที่
ของสั
งคมคื
อ ส่
วนที่
สนั
บสนุ
นให้
สั
งคมสามารถดํ
ารงอยู
ได้
ซึ
งสอดคล้
องกั
บ เอ.อาร์
แรดคลิ
ฟฟ์
บราวน์
(A.R. Radcliffe-
Brown) กั
บ โบรนิ
สลอว์
มาลิ
โนว์
สกี
(Bronislaw Malinowski) ที่
มองว่
า หน้
าที่
ทางสั
งคม เป็
นส่
วน
สนั
บสนุ
นให้
โครงสร้
างสั
งคมคงอยู
อย่
างต่
อเนื่
อง เพราะสั
งคมมี
กระบวนการทางสั
งคมที่
ทํ
าให้
สั
งคม
เกิ
ดความเป็
นอั
นหนึ
งอั
นเดี
ยวกั
น เช่
น บรรทั
ดฐาน ค่
านิ
ยม ความเชื่
อ วั
ฒนธรรม และประเพณี
เป็
นต้
ทาลคอทท์
พาร์
สั
น (Talcott Parsons) มี
แนวความคิ
ดว่
า สั
งคมเป็
นระบบหนึ
งที่
มี
ส่
วน
ต่
าง ๆ (Part) มี
ความสั
มพั
นธ์
และสนั
บสนุ
นซึ
งกั
นและกั
น ความสั
มพั
นธ์
ที่
คงที่
ของแต่
ละส่
วนจะเป็
ปั
จจั
ยทํ
าให้
ระบบสั
งคมเกิ
ดความสมดุ
ลย์
(Equilibrium) ส่
วนในด้
านการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคม พาร์
สั
นเสนอว่
า เกิ
ดจากความสมดุ
ลย์
ถู
กทํ
าลายลง เพราะองค์
ประกอบของสั
งคมคื
อ บุ
คลิ
กภาพ
(Personality) อิ
นทรี
ย์
(Organism) และวั
ฒนธรรม (Culture) เกิ
ดความแตกร้
าว โดยมี
สาเหตุ
มาจากทั
สาเหตุ
ภายนอกระบบสั
งคม เช่
น การเกิ
ดสงคราม การแพร่
กระจายของวั
ฒนธรรม เป็
นต้
น และสาเหตุ
จากภายในระบบสั
งคม ที่
เกิ
ดจากความตึ
งเครี
ยด (Strain) เพราะความสั
มพั
นธ์
ของโครงสร้
างบาง
หน่
วย (Unit) หรื
อหลาย ๆ หน่
วย ทํ
างานไม่
ประสานกั
น เช่
น การเปลี่
ยนแปลงทางประชากร การ
เปลี่
ยนแปลงทางเทคโนโลยี
เมื่
อส่
วนใดส่
วนหนึ
งมี
การเปลี่
ยนแปลงจะเป็
นสาเหตุ
ทํ
าให้
ส่
วนอื่
น ๆ มี
การเปลี่
ยนแปลงตามไปด้
วย การเปลี่
ยนแปลงที่
เกิ
ดขึ
นอาจเกิ
ดขึ
นเฉพาะส่
วนใดหนึ
งหนึ
งหรื
ออาจ
เกิ
ดขึ
นทั
งระบบก็
ได้
พาร์
สั
นเน้
นความสํ
าคั
ญของวั
ฒนธรรม ซึ
งรวมถึ
ง ความเชื่
อ บรรทั
ดฐาน และ
ค่
านิ
ยมของสั
งคม คื
อ ตั
วยึ
ดเหนี่
ยวให้
สั
งคมมี
การรวมตั
วเข้
าด้
วยกั
นและเป็
นตั
วต้
านทานต่
อการ
เปลี่
ยนแปลงในสั
งคม
โดยสรุ
ปแล้
ว แนวความคิ
ดการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมของกลุ
มทฤษฎี
โครงสร้
าง-
หน้
าที่
มี
ลั
กษณะดั
งนี