Page 30 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

20
คาร์
ล มาร์
กซ์
(Karl Marx) มี
ความเชื่
อว่
า การเปลี่
ยนแปลงของทุ
ก ๆ สั
งคม จะมี
ขั
นตอนของการพั
ฒนาทางประวั
ติ
ศาสตร์
5 ขั
น โดยแต่
ละขั
นจะมี
วิ
ธี
การผลิ
ต (Mode of Production) ที่
เกิ
ดจากความสั
มพั
นธ์
ของ อํ
านาจของการผลิ
ต (Forces of production) ซึ
งได้
แก่
การจั
ดการด้
าน
แรงงาน ที่
ดิ
น ทุ
น และเทคโนโลยี
กั
บ ความสั
มพั
นธ์
ทางสั
งคมของการผลิ
ต (Social relation of
production) ซึ
งได้
แก่
เจ้
าของปั
จจั
ยการผลิ
ต และคนงานที่
ทํ
าหน้
าที่
ผลิ
ต แต่
ในระบบการผลิ
ตแต่
ละ
ระบบจะมี
ความขั
ดแย ้
งระหว่
างชนชั
นผู
เป็
นเจ้
าของปั
จจั
ยการผลิ
ตกั
บผู
ใช้
แรงงานในการผลิ
ต ทํ
าให้
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงทางเศรษฐกิ
จ ที่
เป็
นโครงสร้
างส่
วนล่
างของสั
งคม (Substructure) และเมื่
โครงสร้
างส่
วนล่
างมี
การเปลี่
ยนแปลงจะมี
ผลทํ
าให้
เกิ
ดการผั
นแปรและเปลี่
ยนแปลงต่
อโครงสร้
าง
ส่
วนบนของสั
งคม (Superstructure) ซึ
งเป็
นสถาบั
นทางสั
งคม เช่
น รั
ฐบาล ครอบครั
ว การศึ
กษา
ศาสนา และรวมถึ
งค่
านิ
ยม ทั
ศนคติ
และบรรทั
ดฐานของสั
งคม ลํ
าดั
บขั
นของการพั
ฒนาทาง
ประวั
ติ
ศาสตร์
ของมาร์
กซ์
มี
ดั
งนี
- ขั
นสั
งคมแบบคอมมิ
วนิ
สต์
ดั
งเดิ
ม (Primitive communism) กรรมสิ
ทธิ
ใน
ปั
จจั
ยการผลิ
ตเป็
นของเผ่
า (Tribal ownership) ต่
อมาเผ่
าต่
าง ๆ ได้
รวมตั
วกั
นเป็
นเมื
องและรั
ฐ ทํ
าให้
กรรมสิ
ทธิ
ในปั
จจั
ยการผลิ
ตเปลี่
ยนไปเป็
นของรั
ฐแทน
- ขั
นสั
งคมแบบโบราณ (Ancient communal) กรรมสิ
ทธิ
ในปั
จจั
ยการผลิ
ตเป็
ของรั
ฐ (State ownership) สมาชิ
กในสั
งคมได้
รั
บกรรมสิ
ทธิ
ในทรั
พย์
สิ
นส่
วนตั
วที่
สามารถเคลื่
อนย ้
าย
ได้
ซึ
งได้
แก่
เครื่
องใช้
ส่
วนตั
ว และทาส ดั
งนั
นทาส (Slavery) จึ
งเป็
นกํ
าลั
งสํ
าคั
ญในการระบบการผลิ
ทั
งหมด และต่
อมาระบบการผลิ
ตได้
เกิ
ดความขั
ดแย ้
งระหว่
างเจ้
าของทาสและทาส
- ขั
นสั
งคมแบบศั
กดิ
นา (Feudalism) กรรมสิ
ทธิ
ในปั
จจั
ยการผลิ
ตเป็
นของขุ
นาง คื
อ ที่
ดิ
นโดยมี
ทาสเป็
นแรงงานในการผลิ
- ขั
นสั
งคมแบบทุ
นนิ
ยม (Capitalism) กรรมสิ
ทธิ
ในปั
จจั
ยการผลิ
ตเป็
นของ
นายทุ
น คื
อ ที่
ดิ
น ทุ
น แรงงาน และเครื่
องจั
กร โดยมี
ผู
ใช้
แรงงานเป็
นผู
ผลิ
- ขั
นสั
งคมแบบคอมมิ
วนิ
สต์
(Communism) กรรมสิ
ทธิ
ในปั
จจั
ยการผลิ
ตเป็
ของทุ
กคน ทุ
กคนมี
สิ
ทธิ
เท่
าเที
ยมกั
น ไม่
มี
ใครเอาเปรี
ยบซึ
งกั
นและกั
ตามแนวความคิ
ดของมาร์
กซ์
ลํ
าดั
บขั
นของการนํ
าไปสู
การปฏิ
วั
ติ
ของชนชั
นล่
างของ
สั
งคมเกิ
ดจาก กระบวนการดั
งต่
อไปนี
- มี
ความต้
องการในการผลิ
- เกิ
ดการแบ่
งแยกแรงงาน
- มี
การสะสมและพั
ฒนาทรั
พย์
สิ
นส่
วนบุ
คคล
- ความไม่
เท่
าเที
ยมทางสั
งคมมี
มากขึ
- เกิ
ดการต่
อสู
ระหว่
างชนชั
นในสั
งคม