Page 366 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

275
แต่
ละส่
วนจะเป็
นปั
จจั
ยทํ
าให้
ระบบสั
งคมเกิ
ดความสมดุ
ลย์
(Equilibrium) ส่
วนในด้
านการ
เปลี่
ยนแปลงทางสั
งคม พาร์
สั
นเสนอว่
า เกิ
ดจากความสมดุ
ลย์
ถู
กทํ
าลายลง เพราะองค์
ประกอบของ
สั
งคมคื
อ บุ
คลิ
กภาพ (Personality) อิ
นทรี
ย์
(Organism) และวั
ฒนธรรม (Culture) เกิ
ดความแตกร้
าว
โดยมี
สาเหตุ
มาจากทั
งสาเหตุ
ภายนอกระบบสั
งคม เช่
น การเกิ
ดสงคราม การแพร่
กระจายของ
วั
ฒนธรรม เป็
นต้
น และสาเหตุ
จากภายในระบบสั
งคม ที่
เกิ
ดจากความตึ
งเครี
ยด (Strain) เพราะ
ความสั
มพั
นธ์
ของโครงสร้
างบางหน่
วย (Unit) หรื
อหลาย ๆ หน่
วย ทํ
างานไม่
ประสานกั
น เช่
น การ
เปลี่
ยนแปลงทางประชากร การเปลี่
ยนแปลงทางเทคโนโลยี
เมื่
อส่
วนใดส่
วนหนึ
งมี
การเปลี่
ยนแปลง
จะเป็
นสาเหตุ
ทํ
าให้
ส่
วนอื่
น ๆ มี
การเปลี่
ยนแปลงตามไปด้
วย การเปลี่
ยนแปลงที่
เกิ
ดขึ
นอาจเกิ
ดขึ
เฉพาะส่
วนใดหนึ
งหนึ
งหรื
ออาจเกิ
ดขึ
นทั
งระบบก็
ได้
พาร์
สั
นเน้
นความสํ
าคั
ญของวั
ฒนธรรม ซึ
รวมถึ
ง ความเชื่
อ บรรทั
ดฐาน และค่
านิ
ยมของสั
งคม คื
อ ตั
วยึ
ดเหนี่
ยวให้
สั
งคมมี
การรวมตั
วเข้
าด้
วยกั
และเป็
นตั
วต้
านทานต่
อการเปลี่
ยนแปลงในสั
งคม และเยาวชนมี
ความคิ
ดเห็
นว่
าในอดี
ตวั
นงานเจ้
าบ่
าว
จะแต่
งกายด้
วยการนุ
งโสร่
งแบบโจงกระเบน ใส่
เสื
อสี
ขาว ใช้
ผ้
าขาวม้
าเบี่
ยงไหล่
เป็
นชุ
ดที่
หาได้
ง่
าย
และนิ
ยมกั
นในสมั
ยนั
น ๆ แต่
ปั
จจุ
บั
นเจ้
าบ่
าวส่
วนใหญ่
สวมชุ
ดวิ
วาห์
แบบสากล หรื
อตามยุ
คสมั
แตกต่
างกั
นอย่
างมี
นั
ยสํ
าคั
ญทางสถิ
ติ
ที่
ระดั
บ .05 ซึ
งสอดคล้
องกั
บเฌอมาลย์
ราชภั
ณฑารั
กษ์
(2541
: 16) ซึ
งคล้
ายคลึ
งกั
บของไพบู
ลย์
ช่
างเรี
ยน กล่
าวไว้
ว่
าวั
ฒนธรรมทางวั
ตถุ
ได้
แก่
วิ
ธี
การต่
างๆ ที่
มนุ
ษย์
คิ
ดขึ
นมาสามารถสร้
างทํ
าให้
เห็
นเป็
นรู
ปร่
างขึ
นมาได้
เช่
น อาหาร เครื่
องนุ
งห่
ม ที่
อยู
อาศั
ย ยา
รั
กษาโรค รถยนต์
เครื่
องบิ
น เครื่
องใช้
ต่
างๆ เป็
นต้
น การถ่
ายทอดวั
ฒนธรรมทางวั
ตถุ
เป็
นการ
ถ่
ายทอดวิ
ธี
การทํ
าอาหาร การตั
ดเย็
บเสื
อผ้
า วิ
ธี
การสร้
างบ้
าน วิ
ธี
การประดิ
ษฐ์
เครื่
องมื
อเครื่
องใช้
ทั
งนี
เพราะวั
ตถุ
ทั
งหลายย่
อมเสื่
อมสลายไปจะเหลื
ออยู
ก็
เพี
ยงรู
ปแบบและวิ
ธี
การประดิ
ษฐ์
ซึ
งจะ
ถ่
ายทอดไปสู
คนรุ ่
นต่
อไป
- ด้
านการส่
งตั
วเจ้
าบ่
าวเจ้
าสาว เยาวชนชายและหญิ
งกลุ
มชาติ
พั
นธุ
ส่
วยทั
งระดั
ช่
วงชั
นที่
4 และ
อุ
ดมศึ
กษา มี
ความคิ
ดเห็
นต่
อการแต่
งงานไม่
แตกต่
างกั
นเป็
นส่
วนมาก แต่
เมื่
อพิ
จารณาเป็
นรายข้
พบว่
า เยาวชนชายและหญิ
งในระดั
บช่
วงชั
นที่
4 มี
ความคิ
ดเห็
นในการจั
ดเตรี
ยมห้
องหอเป็
นหน้
าที่
ของผู
เฒ่
าผู
แก่
ที่
เป็
นผู
หญิ
งที่
มี
ครอบครั
ว มี
ความสุ
ขและประสบความสํ
าเร็
จในการมี
ชี
วิ
ตคู
ทั
งในอดี
และปั
จจุ
บั
น แตกต่
างกั
นอย่
างมี
นั
ยสํ
าคั
ญทางสถิ
ติ
ที่
ระดั
บ .01 และเยาวชนมี
ความคิ
ดเห็
นว่
พราหมณ์
เถ้
าแก่
หรื
อญาติ
ผู
ใหญ่
และชาวบ้
านเพื่
อนฝู
งเป็
นคนเข้
าไปส่
งตั
วเจ้
าบ่
าวเจ้
าสาวห้
องหอทั
ในอดี
ตและปั
จจุ
บั
น แตกต่
างกั
นอย่
างมี
นั
ยสํ
าคั
ญทางสถิ
ติ
ที่
ระดั
บ .05
- ด้
านการขึ
นบ้
านปู
ย่
า (การสมมาปู
ย่
า หรื
อ การสมมาพ่
อแม่
เจ้
าบ่
าว) เยาวชน
ชายและหญิ
งทั
งระดั