263
ปั
จจุ
บั
นการโอมสาวของชาวผู
้
ไทย ย ั
งคงมี
การปฏิ
บั
ติ
สื
บต่
อกั
นมา แต่
มี
การ
เปลี่
ยนแปลงไปบ้
างตรงที่
ค่
าสิ
นสอดที่
ตกลงมี
ค่
าสู
งขึ
้
น เมื่
อหนุ
่
มสาวแต่
งงานกั
นแล้
วมั
กจะแยก
ออกไปไปอยู
่
กั
นตามลํ
าพั
ง และการกํ
าหนดวั
นแต่
งงานมั
กจะถู
กกํ
าหนดให้
เป็
นวั
นหยุ
ด เพื่
อให้
สะดวกต่
อการเข้
าพิ
ธี
แต่
งงานของหนุ
่
มสาวที่
ต้
องมี
ภาระหน้
าที่
การงานมากขึ
้
น
การเอ็
ดปะซู
(การแต่
งงาน)
ในอดี
ตจะประกอบด้
วย 2 ขั
้
นตอน ดั
งนี
้
1. ขั
้
นเตรี
ยมการ ได้
แก่
การบอกกล่
าวญาติ
ผู
้
ใหญ่
ที่
ตนนั
บถื
อ การเตรี
ยมข้
าว
ปลาอาหาร การหาพ่
อล่
ามโดยฝ่
ายชายเป็
นผู
้
ดํ
าเนิ
นการ การเตรี
ยมเครื่
องสมมาโดยฝ่
ายหญิ
งจะต้
อง
เตรี
ยมให้
ญาติ
ผู
้
ใหญ่
ของฝ่
ายชาย การเตรี
ยมหมอสู
ดหวั
น (หมอสู
ตรขวั
ญ) การเตรี
ยม
สี
เที
ยนสํ
าหรั
บสมมาแขก การเตรี
ยมเฮิ
นซู
(เรื
อนหอ)
การเตรี
ยมการแต่
งงานในปั
จจุ
บั
น การเตรี
ยมเฮิ
นซู
(เรื
อนหอ) มั
กจะถู
กลบ
เลื
อนออกไป เนื่
องจากเป็
นการยุ
่
งยากและใช้
เงิ
นจํ
านวนมาก และการเตรี
ยมเครื่
องสมมาของฝ่
ายหญิ
ง
ก็
มั
กจะซื
้
อทั
้
งหมดแทนการลงมื
อทํ
าเอง เนื่
องจากสะดวกรวดเร็
วขึ
้
น
2. ขั
้
นเอ็
ดปะซู
ประกอบด้
วย การแห่
ขั
นหมากไปบ้
านเจ้
าสาว การขอขึ
้
น
บ้
านเจ้
าสาว การล้
างเท้
าเขย การปู
ที่
นอนให้
คู
่
บ่
าวสาว การผู
กแขนพี่
สาวของฝ่
ายเจ้
าสาว (ในกรณี
ที่
น้
องสาวแต่
งงานก่
อนพี่
สาว) การมอบค่
าดองหรื
อสิ
นสอด การนํ
าเจ้
าสาวสู
่
พาขวั
ญ การสู
่
ขวั
ญ การ
ผู
กข้
อต่
อแขน การจํ
้
าหวั
น การป้
อนข้
าวพาขวั
ญให้
บ่
าวสาว การเฆี่
ยนเขย การสมมา การเลี
้
ยงข้
าว
เขยหรื
อพาข้
าวเขย และการไปเหยี
ยบบ้
านปู
่
บ้
านย่
าของลู
กสะใภ้
ในปั
จจุ
บั
น การเอ็
ดปะซู
ของชาวผู
้
ไทยย ั
งคงอนุ
รั
กษ์
ขั
้
นตอนไว้
ให้
คงอยู
่
เหมื
อนในอดี
ต แต่
ก็
มี
เปลี่
ยนแปลงบ้
างเล็
กน้
อย เช่
น การสู
ตรของหมอสู
ตรจะใช้
เวลาสั
้
นลง การจั
ด
งานเอ็
ดปะซู
ทั
้
งที่
บ้
านเจ้
าบ่
าวและเจ้
าสาว เป็
นต้
น
หากพิ
จารณาถึ
งประเพณี
การแต่
งงานของชาวผู
้
ไทยนั
้
นพบว่
า ลั
กษณะการดํ
าเนิ
นการ
ในอดี
ตและปั
จจุ
บั
นมี
การเปลี่
ยนแปลงน้
อยมาก โดยส่
วนใหญ่
จะย ั
งคงรั
กษาขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
เดิ
มไว้
ได้
เกื
อบทั
้
งหมด ทั
้
งนี
้
เนื่
องจากลั
กษณะพื
้
นฐานของชาวผู
้
ไทยนั
้
นเป็
นคนที่
รั
กสงบ ยึ
ดหลั
ก
พอเพี
ยงในการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ต ไม่
ตามกระแสการเปลี่
ยนแปลงของโลกมากจนเกิ
นไป สอดคล้
องกั
บคํ
า
กล่
าวของ ทวี
ศิ
ลป์
สื
บวั
ฒนะ (2517 : 35) ที่
ได้
กล่
าวถึ
งชาวผู
้
ไทยว่
าเป็
นกลุ ่
มชนที่
รั
กสงบกลุ
่
มหนึ
่
ง
เป็
นชนกลุ ่
มน้
อยกลุ
่
มหนึ
่
ง ที่
ปั
จจุ
บั
นได้
มี
การพั
ฒนาไปตามความเจริ
ญของโลก แต่
ประเพณี
ดั
้
งเดิ
มก็
ย ั
งคงเหลื
ออยู
่
สอดคล้
องกั
บผลสรุ
ปของ โทมั
ส เคิ
สซ์
(2518 : 14 – 19) ได้
ศึ
กษาการพั
ฒนาและ
เขยิ
บฐานะทางสั
งคมของชาวผู
้
ไทย ในเขตตํ
าบลหนองสู
ง อํ
าเภอคํ
าชะอี
จั
งหวั
ดนครพนม ระหว่
าง
พ.ศ. 2505 – 2506 ซึ
่
งสรุ
ปได้
ว่
า ชาวผู
้
ไทยเป็
นกลุ ่
มชนที่
มี
วิ
ถี
ชี
วิ
ตส่
วนใหญ่
ติ
ดอยู
่
กั
บขนบธรรมเนี
ยม
ประเพณี
เป็
นสั
งคมแบบชาวนา รั
กถิ
่
นฐานบ้
านเกิ
ด แม้
ว่
ากลุ
่
มชนชาวผู
้
ไทยจะมี
ปั
ญหาทางเศรษฐกิ
จ
เหมื
อนกั
บชนกลุ
่
มอื่
น ๆ ก็
ตาม สํ
าหรั
บในส่
วนที่
มี
การเปลี่
ยนแปลงไปจากเดิ
มนั
้
นส่
วนใหญ่
จะเกิ
ด