Page 26 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

16
มากมาย ทั
งที่
เป็
นการถ่
ายทอดโดยตรงในเรื่
องวั
ฒนธรรมพื
นฐานด้
านความเป็
นอยู
ในชี
วิ
ตประจํ
าวั
จนถึ
งวั
ฒนธรรมซั
บซ้
อนอื่
นๆ เช่
น ศิ
ลปกรรม วรรณกรรม ดนตรี
ประเพณี
ความเชื่
อ เป็
นต้
แม้
จะมี
วั
ฒนธรรมอื่
นที่
เข้
ามาเกี่
ยวข้
องกั
บชุ
มชนในแถบอี
สานอี
กอย่
างคื
อ วั
ฒนธรรมเขมร ซึ
งเข้
ามา
เกี่
ยวข้
องกั
บชุ
มชนอี
สานตั
งแต่
สมั
ยโบราณ ดั
งจะเห็
นได้
จากโบราณสถาน โบราณวั
ตถุ
ที่
เป็
ศิ
ลปกรรมเขมรอยู
ในดิ
นแดนแถบนี
เช่
น ปราสาทหิ
นพิ
มาย ปราสาทหิ
นพนมรุ
ง เป็
นต้
น ทั
งย ั
งมี
การพบศิ
ลาจารึ
กเขมรในแถบนี
อนึ
งในพื
นที่
จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
ศรี
สะเกษ บุ
รี
รั
มย์
ย ั
งมี
กลุ
มชนเชื
สายเขมรอยู
เป็
นจํ
านวนไม่
น้
อย (กองโบราณคดี
กรมศิ
ลปากร. 2531 : 24) จึ
งทํ
าให้
พื
นที่
ดั
งกล่
าวมี
วั
ฒนธรรมเขมรถ่
ายทอดกั
นในกลุ ่
มชนนั
น แต่
อย่
างไรก็
ตามก็
ย ั
งไม่
แพร่
หลายเท่
วั
ฒนธรรมล้
านช้
าง ซึ
งมี
อิ
ทธิ
พลอย่
างมากในภู
มิ
ภาคนี
ปั
จจุ
บั
นประชากรในภาคอี
สานมี
กลุ
มชนที่
พู
ดภาษาลาว (ภาษาอี
สาน) มี
จํ
านวนร้
อยละ 95 ของประชากรทั
งหมดในภู
มิ
ภาคนี
วั
ฒนธรรมท้
องถิ ่
นอี
สาน อั
นเป็
นแบบแผนในการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ต ที่
ยึ
ดเป็
ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
และความเชื่
อ ของชาวอี
สาน ที่
เกี่
ยวข้
องกั
บวิ
ถี
ความเป็
นอยู
ของชุ
มชนใน
หมู
บ้
านนั
น ซึ
งจะนํ
าเสนอตามระบบและลั
กษณะทางสั
งคมและเศรษฐกิ
จดั
งต่
อไปนี
1.
วั
ฒนธรรมที่
เกี่
ยวกั
บแบบแผนการดํ
าเนิ
นชี
วิ
2.
วั
ฒนธรรมการผลิ
3.
วั
ฒนธรรมด้
านภาษา การแต่
งกาย การละเล่
น และการบริ
โภค
อาหาร
จากการศึ
กษาเอกสารสามารถสรุ
ปความเป็
นมาของวั
ฒนธรรมอี
สานได้
ว่
วั
ฒนธรรมอี
สานมี
การบั
นทึ
กเป็
นโบราณคดี
เป็
นลายลั
กษณ์
อั
กษรทํ
าให้
ทราบว่
าวั
ฒนธรรมอี
สานนั
ได้
รั
บอิ
ทธิ
พลจากวั
ฒนธรรมล้
านช้
าง วั
ฒนธรรมจากเขมร และการอพยพของครอบครั
วชาวลาวข้
าม
แม่
นํ
าโขงมาย ั
งภาคตะวั
นออกเฉี
ยงเหนื
อของไทย
คติ
ความเชื่
อและวิ
ถี
ชี
วิ
จากการศึ
กษาเอกสารต่
าง ๆ พบว่
ามี
ผู
กล่
าวถึ
งคติ
ความเชื่
อดั
งนี
สุ
เทพ สุ
นทรเภสั
ช (2511 : 140 - 180) ได้
กล่
าวถึ
งความเชื่
อของชาวอี
สานว่
ชาวอี
สานจะเชื่
อในเรื่
องผี
โดยเฉพาะผี
ปู
ตา ซึ
งเป็
นตั
วแทนของบรรพบุ
รุ
ษและเป็
นผี
ประจํ
าหมู
บ้
าน
เชื่
อในเรื่
องเกี่
ยวกั
บ บุ
ญ บาป ผลกรรม ตามหลั
กพุ
ทธศาสนาเชื่
อว่
าทํ
าดี
ย่
อมได้
ดี
ทํ
าชั ่
วย่
อมได้
รั
ผลชั
ประสาท อิ
ศรปรี
ดา และคณะ (2528 : 7) ได้
กล่
าวไว้
ว่
า ความเชื่
อของมนุ
ษย์
เป็
นการตอบสนองความต้
องการ เมื่
อบุ
คคลมี
ความรู
สึ
กตั
วว่
า ไม่
มี
ความมั
นคง การแสดง