15
จากการศึ
กษาเอกสารและทฤษฎี
สามารถสรุ
ป ความหมายของวั
ฒนธรรมท้
องถิ
่
นได้
ว่
า
หมายถึ
ง ความคิ
ด ความเชื่
อ และแนวการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตของชาวบ้
านตามพื
้
นเพเดิ
มที่
กระทํ
ากั
นมาหลาย
ชั ่
วอายุ
คน
ความเป็
นมาและวั
ฒนธรรมอี
สาน
ภาคอี
สาน แม้
ว่
าจะได้
ชื่
อว่
าเป็
นดิ
นแดนที่
กั
นดาร แห้
งแล้
ง ยากจน และมี
ปั
ญหาต่
างๆ มากมายก็
ตาม แต่
ในอดี
ตนั
้
นดิ
นแดนแห่
งนี
้
นั
บว่
าเป็
นแหล่
งอารยธรรมสมั
ยก่
อน
ประวั
ติ
ศาสตร์
จากหลั
กฐานทางโบราณคดี
ค้
นพบแหล่
งโบราณคดี
กว่
า 500 แห่
ง โดยเฉพาะแหล่
ง
โบราณคดี
ที่
เก่
าแก่
แห่
งหนึ
่
งของโลกคื
อแหล่
งโบราณคดี
ที่
บ้
านเชี
ยง ปั
จจุ
บั
นตั
้
งอยู
่
ในตํ
าบลหนอง
หาน อํ
าเภอหนองหาน จั
งหวั
ดอุ
ดรธานี
เรื่
องราวของอดี
ตบ้
านเชี
ยงเป็
นที่
น่
าสนใจยิ ่
งเพราะเคยเป็
น
แหล่
งชุ
มชนโบราณ เมื่
อประมาณ 5,000 ปี
มาแล้
ว (ศรี
ศั
กดิ
์
วั
ลลิ
โภดม. 2534 : 12) พบว่
า
เป็
นแหล่
งชุ
มชนที่
เจริ
ญ รู
้
จั
กทํ
าเครื่
องมื
อเครื่
องใช้
โลหะ ปลู
กข้
าว รู
้
จั
กทํ
าภาชนะเครื่
องปั
้
นดิ
นเผา
โดยเฉพาะดิ
นเผาลายเขี
ยนสี
ซึ
่
งถื
อว่
าเป็
นวั
ฒนธรรมโบราณที่
เรี
ยกว่
า “วั
ฒนธรรมบ้
านเชี
ยง” ซึ
่
งมี
ประเพณี
การฝั
งศพคนตายรวมกั
บเครื่
องใช้
ซึ
่
งสะท้
อนให้
เห็
นความเชื่
อและประเพณี
ของคนในสมั
ย
นั
้
น
นอกจากหลั
กฐานทางโบราณคดี
ย ั
งมี
การบั
นทึ
กเรื่
องราวเป็
นลายลั
กษณ์
อั
กษร
โดยกลุ
่
มในแถบอี
สานสมั
ยโบราณนั
้
นได้
มี
การใช้
อั
กษรเป็
นของตั
วเอง เรี
ยกว่
าอั
กษรธรรมและ
อั
กษรไทยน้
อย ซึ
่
งมี
เอกลั
กษณ์
ของตนเอง ซึ
่
งแตกต่
างไปจากตั
วอั
กษรที่
ใช้
ในภาคกลางของประเทศ
ไทย (ธวั
ช ปุ
ณโณทก. 2530) เป็
นกลุ
่
มเดี
ยวกั
นกั
บอี
สานปั
จจุ
บั
น แต่
จากประเพณี
ความเชื่
อก็
ย ั
ง
เกี่
ยวข้
อง คล้
ายคลึ
งกั
น การสื
บทอดวั
ฒนธรรมท้
องถิ ่
นของชาวอี
สาน มี
ความเกี่
ยวข้
องกั
บ
วั
ฒนธรรมล้
านช้
างเป็
นอย่
างมาก มี
หลั
กฐานจากพงศาวดารลาวฉบั
บกะซวงสึ
กษาทิ
กานลาว กล่
าว
ว่
า อาณาจั
กรล้
านช้
างในสมั
ยเจ้
าฟ้
างุ
้
ม ซึ
่
งเป็
นผู
้
สถาปนาอาณาจั
กรล้
านช้
างใน พ.ศ.1896 นั
้
นได้
มี
อาณาเขตครอบคลุ
มมาจนถึ
งเขตที่
ราบสู
งโคราช คื
อบริ
เวณภาคอี
สานของประเทศไทยด้
วย
(ธวั
ช ปุ
ณโณทก. 2522 : 156) แต่
หลั
กฐานที่
แน่
ชั
ดที่
เกี่
ยวกั
บความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างชาวลาวใน
เขตล้
านช้
างหรื
อบริ
เวณฝั
่
งซ้
ายแม่
นํ
้
าโขงกั
บบริ
เวณภาคตะวั
นออกเฉี
ยงเหนื
อของไทยนั
้
นเห็
นจะได้
แก่
เรื่
องราวเกี่
ยวกั
บกระแสอพยพครอบครั
วชาวลาวข้
ามฝั
่
งแม่
นํ
้
าโขงเข้
ามาตั
้
งถิ
่
นฐานในภาค
ตะวั
นออกเฉี
ยงเหนื
อของไทย เริ
่
มในสมั
ยพระเจ้
ากรุ
งธนบุ
รี
เมื่
อพระวอพระดาอพยพครอบครั
วชาว
ลาวมาตั
้
งถิ
่
นฐานในเขตอุ
บลราชธานี
เป็
นต้
นมา หลั
งจากนั
้
นก็
ได้
มี
กลุ
่
มชนชาวลาวท้
าวและเข้
ามาตั
้
ง
ถิ ่
นฐานเป็
นเมื
องชั
ยภู
มิ
ในสมั
ยพระพุ
ทธเลิ
ศหล้
านภาลั
ย (เติ
ม วิ
ภาคยพจนกิ
จ. 2513 : 46) เป็
นต้
น
ดั
งนั
้
นจึ
งไม่
เป็
นที่
น่
าสงสั
ยว่
าวั
ฒนธรรมในภาคอี
สานนั
้
นจะได้
รั
บอิ
ทธิ
พลจากวั
ฒนธรรมล้
านช้
างอย่
าง