11
วั
ฒนธรรมที่
มี
ผู
้
ให้
ความหมายข้
างต้
นนั
้
น แม้
จะดู
เหมื
อนว่
า มี
ความแตกต่
างกั
น แต่
ทว่
าเมื่
อพิ
จารณา
โดยถ่
องแท้
แล้
วก็
จะพบว่
า เป็
นความแตกต่
างของการใช้
ภาษาสํ
าหรั
บการอธิ
บายเท่
านั
้
น โดยแก่
น
แท้
แล้
ว มี
ความคล้
าย หรื
อ มุ
่
งไปในทางเดี
ยวกั
น นั
่
นคื
อ วั
ฒนธรรมเป็
นเรื่
องของการดํ
าเนิ
นวิ
ธี
ชี
วิ
ต
ของคน เป็
นสิ
่
งที่
คนสร้
างขึ
้
นและเป็
นสิ
่
งที่
มี
การสั ่
งสม ปรั
บเปลี่
ยน ถ่
ายทอด ยอมรั
บนํ
ามาปฏิ
บั
ติ
ของคนแต่
ละรุ
่
นนั
่
นเอง ไพบู
ลย์
ช่
างเรี
ยน (2542 : 10-12) แบ่
งวั
ฒนธรรมออกเป็
น 2 ประเภท
ใหญ่
ๆ สามารถสรุ
ปได้
ดั
งนี
้
1. วั
ฒนธรรมที่
ไม่
เกี่
ยวกั
บวั
ตถุ
ได้
แก่
วั
ฒนธรรมที่
เป็
นความคิ
ด ความอ่
าน
แบบแผนพฤติ
กรรมในการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ต ได้
แก่
ภาษาขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
ความเชื่
อทางศาสนา
ความสนใจ ทั
ศนคติ
ในด้
านต่
างๆ
2. วั
ฒนธรรมทางวั
ตถุ
ได้
แก่
สิ
่
งที่
มนุ
ษย์
ประดิ
ษฐ์
หรื
อสร้
างขึ
้
นมา ตลอดจน
เทคโนโลยี
ต่
างๆ ที่
มาในรู
ปของวั
ตถุ
เช่
น ลั
กษณะของที่
อยู
่
อาศั
ย โบสถ์
วิ
หาร เครื่
องประดั
บ
ฯลฯ ซึ
่
งขึ
้
นอยู
่
กั
บวั
ฒนธรรมในข้
อแรกในเรื่
องเกี่
ยวกั
บศิ
ลปะวิ
ทยาการต่
างๆ ตลอดจนความรู
้
ความสามารถที่
ได้
สะสมหรื
อถ่
ายทอดมาจากคนรุ
่
นก่
อนๆ และการเรี
ยนรู
้
ที่
ได้
รั
บ
นอกจากนี
้
เฌอมาลย์
ราชภั
ณฑารั
กษ์
(2541 : 16) ย ั
งจํ
าแนกวั
ฒนธรรมออกเป็
น 2
ประเภทซึ
่
งคล้
ายคลึ
งกั
บของไพบู
ลย์
ช่
างเรี
ยน ซึ
่
งสรุ
ปได้
ดั
งนี
้
1. วั
ฒนธรรมทางวั
ตถุ
ได้
แก่
วิ
ธี
การต่
างๆ ที่
มนุ
ษย์
คิ
ดขึ
้
นมาสามารถสร้
างทํ
าให้
เห็
นเป็
นรู
ปร่
างขึ
้
นมาได้
เช่
น อาหาร เครื่
องนุ ่
งห่
ม ที่
อยู
่
อาศั
ย ยารั
กษาโรค รถยนต์
เครื่
องบิ
น
เครื่
องใช้
ต่
างๆ เป็
นต้
น การถ่
ายทอดวั
ฒนธรรมทางวั
ตถุ
เป็
นการถ่
ายทอดวิ
ธี
การทํ
าอาหาร การตั
ด
เย็
บเสื
้
อผ้
า วิ
ธี
การสร้
างบ้
าน วิ
ธี
การประดิ
ษฐ์
เครื่
องมื
อเครื่
องใช้
ทั
้
งนี
้
เพราะวั
ตถุ
ทั
้
งหลายย่
อมเสื่
อม
สลายไปจะเหลื
ออยู
่
ก็
เพี
ยงรู
ปแบบและวิ
ธี
การประดิ
ษฐ์
ซึ
่
งจะถ่
ายทอดไปสู
่
คนรุ ่
นต่
อไป
2. วั
ฒนธรรมที่
ไม่
ใช่
วั
ตถุ
ได้
แก่
วิ
ธี
การคิ
ดและแบบแผน พฤติ
กรรมที่
มนุ
ษย์
คิ
ดขึ
้
นมาแล้
ว ไม่
สามารถสร้
างทํ
าให้
เห็
นเป็
นรู
ปร่
างได้
เช่
น ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
ศาสนา
ความเชื่
อ ค่
านิ
ยม ศี
ลธรรม จริ
ยธรรม กฎหมาย เป็
นต้
น การถ่
ายทอดวั
ฒนธรรมที่
ไม่
ใช่
วั
ตถุ
เป็
นการถ่
ายทอดแนวทางแห่
งความคิ
ด และแบบอย่
างการปฏิ
บั
ติ
ไพบู
ลย์
ช่
างเรี
ยน ได้
อธิ
บาย
ลั
กษณะที่
สํ
าคั
ญๆ ของวั
ฒนธรรม สามารถสรุ
ปได้
ว่
าวั
ฒนธรรมจะมี
ลั
กษณะสํ
าคั
ญอยู
่
4 ประการ
คื
อ
2.1 วั
ฒนธรรมเป็
นสิ ่
งที่
ได้
มาโดยการเรี
ยนรู
้
จากสั
งคม กล่
าวคื
อ วั
ฒนธรรม
ไม่
ได้
เกิ
ดมาพร้
อมกั
บบุ
คคลหรื
อ ได้
รั
บการถ่
ายทอดทางชี
วภาพหรื
อกรรมพั
นธุ
์
หากแต่
เป็
นสิ ่
งที่
บุ
คคลจะต้
องเรี
ยนรู
้
จากสั
งคม การเรี
ยนรู
้
นี
้
จะเรี
ยนรู
้
จากสั
งคมที่
บุ
คคลนั
้
นเป็
นสมาชิ
กอยู
่
วั
ฒนธรรม
ในกรณี
นี
้
จึ
งเป็
นสิ
่
งที่
สมาชิ
กในสั
งคมเดี
ยวกั
นจะต้
องมี
การปฏิ
บั
ติ
ร่
วมกั
นเพื่
อเป็
นหลั
กในการดํ
าเนิ
น
ชี
วิ
ต ในสั
งคมนั
้
นๆ เช่
น ภาษา กฎหมาย ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
การกิ
นอยู
่
การแต่
งกาย ฯลฯ