3
กลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
เยอ เป็
นชาวพื
้
นเมื
องกลุ
่
มหนึ
่
ง ที่
จั
ดอยู
่
ในภาษามอญ – เขมร เรี
ยกตนเองว่
า
กวย มี
ความหมายว่
า คน จุ
ดเด่
นของชาวเยอก็
คื
อ จะมี
ความเหนี
ยวแน่
นในการรั
กษาธรรมเนี
ยม
ประเพณี
และวั
ฒนธรรมของกลุ
่
มชนไว้
เป็
นอย่
างดี
การแต่
งงาน จะสมมาปู
่
ย่
า การแต่
งกายมี
ผ้
าเยอคื
อ
ผ้
าเหยี
ยบลายลู
กแก้
ว ย ้
อมบั
กเกลื
อ มี
เงิ
นก้
อนใส่
เป็
นกระดุ
มเงิ
น กํ
าไลเงิ
น ข้
างละกี่
บาทแล้
วแต่
ฐานะ
ของคน แล้
วปู
่
ย่
าก็
จะสมมนาคุ
ณกลั
บมาผู
กแขนลู
กสะใภ้
ในอดี
ตลู
กสะใภ้
จะส่
งคื
นด้
วย เลี
้
ยงข้
าวปลา
อาหารเสร็
จ มี
การทํ
าบายศรี
สู
่
ขวั
ญด้
วย
กลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
ผู
้
ไทยเป็
นกลุ
่
มชนที่
ย ั
งรั
กษาขนมธรรมเนี
ยมประเพณี
พิ
ธี
กรรมไว้
อย่
างเหนี
ยว
แน่
น ถึ
งแม้
ความเจริ
ญทางด้
านคมนาคมและเทคโนโลยี
จะแพร่
เข้
ามาอย่
างไม่
หยุ
ดย ั
้
ง ก็
ไม่
ทํ
าให้
ประเพณี
พิ
ธี
กรรมต่
าง ๆ เปลี่
ยนไป ถึ
งแม้
ชาวผู
้
ไทยจะต้
องปรั
บตั
วใช้
ชี
วิ
ตอย่
างทั
นโลกทั
นเหตุ
การณ์
แต่
อี
กส่
วนหนึ
่
งเมื่
อถึ
งพิ
ธี
กรรมที่
สํ
าคั
ญของชี
วิ
ต ชาวผู
้
ไทยก็
ย ั
งพอใจที่
จะดํ
าเนิ
นตามแนวทางของ
ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
เก่
าแก่
อยู
่
เช่
น ประเพณี
เลี
้
ยงผี
บรรพบุ
รุ
ษ การเหยา การลงข่
วง การฟ้
อน
และการรํ
าผู
้
ไทย การแต่
งงานหรื
อการกิ
นดอง สํ
าหรั
บการแต่
งงานนั
้
นเป็
นเรื่
องที่
น่
าสนใจอี
กเรื่
อง
หนึ
่
ง เพราะมี
ขบวนการ การจั
ดการและขั
้
นตอนต่
าง ๆ มากมาย เช่
น การสรรหาพ่
อล่
าม การโอม (สู
่
ขอ) การเฆี่
ยนเขย (การสอนเขย) การสมมา (ขอขมา) การส่
งล่
ามหรื
ออ่
มล่
าม (แสดงความยิ
นดี
) ใน
ภาษาของชาวผู
้
ไทย(นํ
าชั
ย อุ
ปั
ญญ์
. 2538 : 2 – 3)
กลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
ญ้
อซึ
่
งเป็
นชนกลุ
่
มน้
อยที่
มี
วิ
ถี
ชี
วิ
ตความเป็
นอยู
่
และประเพณี
ที่
เป็
นเอกลั
กษณ์
ของตนเอง เช่
น ประเพณี
การแต่
งงานนั
้
น การสู
่
ขอฝ่
ายชายต้
องจั
ดขั
นหมากไปด้
วย ในขั
นหมากมี
หมาก พลู
บุ
หรี่
สุ
รา 1 ขวด กั
บเงิ
น 2 บาท หรื
อ 4 บาท ตามฐานานุ
รู
ป และมี
ผ้
าขาวปิ
ดปากขั
น
ตามภาษาญ้
อเรี
ยกว่
า “เหล้
าไขตู
พลู
ไขปาก หมากไขคก” เมื่
อฝ่
ายชายพู
ดสู
่
ขอ ฝ่
ายหญิ
งตกลง
ยิ
นยอมแล้
วก็
เปิ
ดเอาสิ
่
งของในขั
น แล้
วกํ
าหนดสิ
นสอดทองหมั
้
นตามภาษาญ้
อเรี
ยกว่
า “คาดค่
านางวาง
ค่
าเท้
า” (หอสมุ
ดแห่
งชาติ
. 2506 : 383)
ในปั
จจุ
บั
นมี
การปรั
บเปลี่
ยนทางด้
านวั
ฒนธรรมที่
รวดเร็
วที่
สุ
ดโดยเฉพาะภายในสั
งคมไทย
และโลกอั
นได้
ชื่
อว่
ากระแสโลกาภิ
วั
ตน์
จากสภาพแวดล้
อมทางด้
านสั
งคมและวั
ฒนธรรมไทยในยุ
คจุ
ด
ของ “จุ
ดเปลี่
ยน” (สมศั
กดิ
์
ศรี
สั
นติ
สุ
ข, วารสารช่
อพะยอม : 51) อิ
ทธิ
พลทางด้
านวั
ตถุ
นิ
ยมและ
กระแสอิ
สระทางเพศของตะวั
นตกที่
หลั
่
งไหลเข้
ามาในประเทศไทยทํ
าให้
มี
ผลต่
อความเชื่
อและค่
านิ
ยม
เก่
า ๆ ของคนไทย ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
ไทยในเรื่
องการมี
เพศสั
มพั
นธ์
ว่
าเป็
นเรื่
องที่
ต้
องปกปิ
ด
เรื่
องลั
บและคนที่
จะมี
เพศสั
มพั
นธ์
กั
นได้
จะต้
องผ่
านขั
้
นตอนที่
ผู
้
ใหญ่
วางไว้
คื
อ การหมั
้
นหมาย
แต่
งงาน จดทะเบี
ยนสมรสตามกฏหมายอย่
างถู
กต้
องจึ
งจะมี
เพศสั
มพั
นธ์
กั
นได้
ก็
เปลี่
ยนแปลงไป อาจ
เป็
นเพราะในสั
งคมไทยในปั
จจุ
บั
นชายหญิ
งมี
อิ
สระมากขึ
้
นในการคบเพื่
อนต่
างเพศ ชายหนุ
่
มหญิ
งสาว
มี
ความใกล้
ชิ
ดสนิ
ทสนมกั
นมากขึ
้
น ไปไหนมาไหนด้
วยกั
นตามลํ
าพั
งแม้
ยามคํ
่
าคื
น มี
การถู
กเนื
้
อต้
อง
ตั
ว บางครั
้
งมี
การโอบกอดกั
น ทํ
าให้
พฤติ
กรรมทางเพศของคนไทยที่
แสดงออกให้
เห็
นว่
าเอา