Page 12 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

2
มาฯราชธน. 2525 : 122) ประเพณี
การแต่
งงานของชาวอี
สานมี
ทั
งความเหมื
อนและความแตกต่
างกั
เพราะประชาชนในภาคอี
สานประกอบไปด้
วยประชาชนหลายกลุ
มชาติ
พั
นธุ
เช่
น ไทยอี
สานหรื
ไทยลาว มี
ประมาณร้
อยละ 85 ของประชากรในภาค นอกจากนั
นย ั
งมี
ชนกลุ ่
มน้
อย เช่
น แสก
กะเลิ
ง ญ้
อ ผู
ไทย เป็
นต้
น (ไพฑู
รย์
มี
สกุ
ล. 2531 : 1) ด้
วยเหตุ
ที่
ภาคอี
สานมี
หลายกลุ
มชาติ
พั
นธุ
จึ
ทํ
าให้
ประเพณี
การแต่
งงานมี
ความแตกต่
างกั
น ด้
วยกลุ
มชนชาติ
พั
นธุ
นั
บเป็
นกลุ ่
มชนที่
มี
ความสํ
าคั
ในตนเองในฐานะที่
เป็
นองค์
ประกอบหนึ
งของสั
งคมและเป็
นกลุ
มชนที่
มี
วั
ฒนธรรมและวิ
ถี
ประเพณี
อั
นเก่
าแก่
และสื
บทอดกั
นมาเป็
นระยะเวลายาวนาน กลุ
มชนชาติ
พั
นธุ
จึ
งได้
สื
บทอดประวั
ติ
ศาสตร์
ของ
ท้
องถิ ่
นและมี
เอกลั
กษณ์
ของตนเอง
กลุ
มชาติ
พั
นธุ
เขมร เรี
ยกประเพณี
การแต่
งงานว่
า การ์
แซน เป็
นประเพณี
ค่
อนข้
างแตกต่
าง
จากประเพณี
ของชาวไทยในภู
มิ
ภาคอื่
น ๆ ตั
งแต่
การสู
ขอ การหมั
น และการแต่
งงาน คื
อเป็
ประเพณี
ที่
มี
พิ
ธี
ค่
อนข้
างมาก เช่
น การสู
ขอ ฝ่
ายชายต้
องเสี
ยเงิ
นและเครื่
องเงิ
นและเครื่
องบรรณาการ
ให้
ฝ่
ายหญิ
ง เพื่
อเป็
นการทาบทามหรื
อภาษาท้
องถิ
นเรี
ยกว่
า การเปิ
ดปาก (เบิ
กเมื
อด) ฝ่
ายหญิ
ง ใน
วั
นหมั
นและวั
นแต่
งงานฝ่
ายชายจะต้
องจั
ดขั
นหมากไปให้
ฝ่
ายหญิ
งตามกํ
าหนด ซึ
งขั
นหมากนี
ประกอบด้
วย หมู
เหล้
า ขนม ข้
าวต้
ม ผลไม้
เงิ
นทอง ในขณะที่
ฝ่
ายหญิ
งจะต้
องจั
ดเตรี
ยมสถานที่
สํ
าหรั
บประกอบพิ
ธี
ให้
พร้
อม ก่
อนทํ
าพิ
ธี
การแต่
งงานเจ้
าสาวจะลงมาเกี่
ยวก้
อยเจ้
าบ่
าวขึ
นบ้
านเพื่
ประกอบพิ
ธี
แต่
งงาน โดยก่
อนขึ
นบ้
านฝ่
ายหญิ
งต้
องล้
างเท้
าให้
ฝ่
ายชาย มี
การทํ
าพิ
ธี
บายสี
สู
ขวั
ญ เมื่
ทํ
าพิ
ธี
แต่
งงานแล้
วจะมี
พิ
ธี
กิ
นอาหารเสี่
ยงทายของบ่
าวสาว พิ
ธี
ไหว้
ญาติ
ของเจ้
าบ่
าว และพิ
ธี
การ
อาบนํ
าให้
แก่
ญาติ
เป็
นต้
น ซึ
งแต่
ขั
นตอนจะต้
องมี
อุ
ปกรณ์
และพิ
ธี
การมาก (คณะกรรมการฝ่
าย
ประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ
, 2544 : 31 - 34)
กลุ
มชาติ
พั
นธุ
ส่
วย เป็
นชื่
อกลุ
มชาติ
พั
นธุ
กลุ
มหนึ
ง ที่
มี
ความเหนี
ยวแน่
นในการรั
กษ
ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
วั
ฒนธรรม และมี
บทบาทสํ
าคั
ญในด้
านวั
ฒนธรรมของภาค
ตะวั
นออกเฉี
ยงเหนื
อ พี่
น้
องชาวส่
วยมี
กระจายอยู
หลายจั
งหวั
ดทางภาคอี
สานตอนล่
าง กลุ
มชาติ
พั
นธุ
กลุ
มนี
เรี
ยกตนเองว่
า กู
ย กุ
ย โกย หรื
อกวย เนื่
องจากชาวกู
ยตั
งถิ
นฐานปะปนอยู
กั
บเขมรสู
งและ
ลาว จึ
งมี
การติ
ดต่
อ แลกเปลี่
ยนความสั
มพั
นธ์
ทางเศรษฐกิ
จ สั
งคมและวั
ฒนธรรม จึ
งทํ
าให้
ชาวกู
ยถู
กลื
นเข้
าเป็
นส่
วนหนึ
งของวั
ฒนธรรมเขมรสู
งและวั
ฒนธรรมลาว จั
งหวั
ดศรี
สะเกษเป็
นเมื
องที่
มี
ชาว
กู
ยอาศั
ยอยู
กั
นทั
งเมื
องมี
พวกลาวเวี
ยง (กลุ
มชนที่
อพยพมาจากเวี
ยงจั
นทน์
) ปะปนอยู
บ้
างบางหมู
บ้
าน
แต่
วั
ฒนธรรมของลาวได้
เข้
ามามี
อิ
ทธิ
พลในหมู
ชาวกู
ย จึ
งทํ
าให้
มี
การผสมผสานวั
ฒนธรรม ร่
องรอยที่
แสดงว่
าศรี
สะเกษเป็
นชาวกู
ยกั
นทั
งเมื
อง ก็
คื
อตั
วเลขสํ
ามะโนครั
วสมั
ยนั
นและเรี
ยกขานชาวศรี
สะเกษ
ว่
า ส่
วยศรี
สะเกษ อยู
จนทุ
กวั
นนี
(คณะกรรมการฝ่
ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ
, 2544 : 2
35 - 236)