๔๖
สายกลิ
่
น ครู
โรงเรี
ยนบ้
านโพธิ
์
กอง ซึ
่
งเป็
นผู
้
ฝึ
กสอนและควบคุ
มการแสดงพื
้
นบ้
านให้
กั
บนั
กเรี
ยนโรงเรี
ยน
บ้
านโพธิ
์
กอง และจากการสั
มภาษณ์
ในส่
วนของประวั
ติ
ความเป็
นมา สามารถสรุ
ปใจความได้
๒ แบบ
ดั
งต่
อไปนี
้
๑. ทราบถึ
งประวั
ติ
ความเป็
นมาของการแสดงกระโน้
ปติ
งต็
อง ดั
งนี
้
นายเหื
อน ได้
ไปวางลอบ
ที่
บริ
เวณหนองนํ
้
า ขณะนั
้
นได้
เห็
นตั
๊
กแตนตํ
าข้
าวคู
่
หนึ
่
งกํ
าลั
งเกี
้
ยวพาราสี
กั
นอยู
่
นายเหื
อนสั
งเกตุ
เห็
นว่
า
ตั ๊
กแตนตํ
าข้
าวมี
ท่
าทางที่
น่
าประทั
บใจ จึ
งจั
บมาให้
ลู
กหลานดู
ที่
บ้
าน และเมื่
อมาถึ
งบ้
าน นายเหื
อนก็
ร้
องเพลง
ให้
ตั ๊
กแตนฟั
ง ต๊
กแตนตั
วผู
้
ก็
เดิ
นไปเกาะตั
๊
กแตนตั
วเมี
ยและโยกตั
วไปมาตามเสี
ยงเพลง ต่
อมาจึ
งได้
ชวนนาย
เต็
น ตระการดี
ซึ
่
งเป็
นนั
กดนตรี
พื
้
นบ้
าน ร่
วมกั
นริ
เริ
่
มการแสดง “กระโน้
ปติ
งต็
องขึ
้
น โดยประดิ
ษฐ์
ท่
ารํ
าจาก
ท่
าทางของตั ๊
กแตนทั
้
งคู
่
นั
้
น มี
การแต่
งเนื
้
อร้
อง และทํ
านองเพลงขึ
้
นมาประกอบการแสดง และต่
อมาก็
ได้
นายย ั
นต์
ยี่
สุ
่
นศรี
ซึ
่
งเป็
นครู
ใหญ่
โรงเรี
ยนบ้
านโพธิ
์
กองในขณะนั
้
น นายสมพงษ์
สาคเรศ ครู
ใหญ่
โรงเรี
ยน
บ้
านโคกเพชรในขณะนั
้
น ได้
นํ
าการแสดงกระโน้
ปติ
งต็
องออกแสดงตามงานต่
าง ๆ ทํ
าให้
มี
ผู
้
เริ
่
มรู
้
จั
ก
“กระโน้
ปติ
งต็
อง” กั
นมากขึ
้
น
๒. นายเต็
น ตระการดี
เป็
นผู
้
ที่
มี
อุ
ปนิ
สั
ย บุ
คลิ
กร่
าเริ
ง สนุ
กสนาน ชอบที่
จะสร้
างความสนุ
กสนาน
ให้
กั
บผู
้
คนรอบข้
าง อยู
่
มาวั
นหนึ
่
ง นายเต็
น ได้
ออกไปค้
าขายที่
ประเทศเขมร และระหว่
างทางได้
แวะพั
ก
เหนื่
อยอยู
่
ที่
บริ
เวณโขดหิ
นก้
อนใหญ่
ในป่
า ระหว่
างนั
้
นนายเต็
นเห็
นว่
าผู
้
ร่
วมในขบวนมี
อาการเหน็
ดเหนื่
อย
จึ
งกระโดดขึ
้
นไปบนก้
อนหิ
นใหญ่
ก้
อนนั
้
น แล้
วเต้
นท่
าทางเหมื
อนกั
บตั
๊
กแตนตํ
าข้
าวเพื่
อสร้
างความ
ครื
้
นเครง และได้
นํ
าการเต้
นมาแสดงในวงดนตรี
ของตนเองซึ
่
งมี
นายเหื
อนร่
วมแต่
งเนื
้
อร้
อง และทํ
านองเพลง
ขึ
้
นมาประกอบการแสดง และต่
อมาก็
ได้
นายย ั
นต์
ยี่
สุ
่
นศรี
ซึ
่
งเป็
นครู
ใหญ่
โรงเรี
ยนบ้
านโพธิ
์
กองในขณะนั
้
น
นายสมพงษ์
สาคเรศ ครู
ใหญ่
โรงเรี
ยนบ้
านโคกเพชรในขณะนั
้
น ได้
นํ
าการแสดงกระโน้
ปติ
งต็
องออกแสดง
ตามงานต่
าง ๆ ทํ
าให้
มี
ผู
้
เริ ่
มรู
้
จั
ก “กระโน้
ปติ
งต็
อง” กั
นมากขึ
้
น