Page 5 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๑.๒ การสื่
อความหมายในการแสดงกระโน้
ปติ
งต็
อง
จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
มี
อารยธรรมที่
สื
บต่
อและพั
ฒนามาเป็
นเวลายาวนาน มี
ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
เพลงและการละเล่
นพื
นบ้
าน หลากหลายภาษาทั
งภาษาไทย เขมร ส่
วย และลาว ในกลุ
มชาติ
พั
นธุ
เขมร
มี
การละเล่
นหลากหลาย ซึ
งในเพลงและการละเล่
นพื
นบ้
านของสุ
ริ
นทร์
ทั
งหมด มี
การละเล่
นที่
พั
ฒนามาจาก
สั
ตว์
เป็
นครั
งแรก คื
อมี
การเลี
ยนแบบลี
ลาท่
าทางการเคลื่
อนไหว และการเกี
ยวพาราสี
ที่
สนุ
กสนานร่
าเริ
ของตั ๊
กแตนตํ
าข้
าว มาเป็
นการเต้
น“กระโน้
ปติ
งต็
อง” เพื่
อการละเล่
น เพื่
อความสนุ
กสนานและตลกขบขั
นใน
หมู
บ้
าน ต่
อมาเป็
นการแสดงที่
นิ
ยมแพร่
หลาย มี
การนํ
าไปแสดงหน้
าพระที่
นั
ง และในบางช่
วงห่
างหายขาด
การส่
งเสริ
ความเป็
นมาของกระโน้
ปติ
งต็
องได้
มี
การบั
นทึ
กและเล่
าสื
บต่
อกั
นมาหลายกระแส และมี
การ
พั
ฒนาการสื่
อความหมายจากเดิ
มไม่
ได้
มี
ความหมายมากไปกว่
าลั
กษณะการเคลื่
อนไหวของตั
กแตนตํ
าข้
าว
ซึ
งสามารถแบ่
งออกเป็
น ๓ ยุ
คได้
ดั
งนี
ยุ
คที่
๑ เริ่
มแรกการประดิ
ษฐ์
การละเล่
นกระโน้
ปติ
งต็
อง(พ.ศ. ๒๔๘๐ – ๒๕๐๖)
เป็
นการพั
ฒนาท่
าเต้
นมาจากตั ๊
กแตนตํ
าข้
าวกํ
าลั
งเกี
ยวพาราสี
กั
นและผสมพั
นธุ
กั
น การสื่
อความหมาย
จากท่
าการเต้
น คื
อการงอมื
อและยกแขนเหมื
อนตั
กแตนตํ
าข้
าว และมี
การเต้
นตามแต่
จิ
นตนาการไม่
มี
รู
ปแบบ
ตายตั
ว ไม่
ได้
เน้
นการสื่
อความหมายจากท่
าเต้
นมากนั
ก เพราะเป็
นการประดิ
ษฐ์
ท่
าทางให้
แสดงความ
สนุ
กสนาน เน้
นตลกขบขั
น ซึ
งจะอธิ
บายความหมายด้
วยภาษาร้
อง ซึ
งมี
การด้
นกลอนสดเป็
นเนื
อร้
องตาม
ความสามารถของผู
ร้
องโดยจะแบ่
งได้
ดั
งนี
๑. การเคลื่
อนไหวโลดเต้
นไปตามธรรมชาติ
ของตั
กแตนตํ
าข้
าว
๒. อาการร่
าเริ
งสนุ
กสนาน และเกี
ยวพาราสี
๓. การประดิ
ษฐ์
ท่
าทางการผสมพั
นธุ
ให้
เกิ
ดความตลกขบขั
ยุ
คที่
๒ การเผยแพร่
โดยนายอํ
าเภอเสนอ มู
ลศาสตร์
(พ.ศ. ๒๕๐๖ – ๒๕๔๐)
เมื่
อมี
นั
กปกครองและหน่
วยราชการได้
เข้
ามาร่
วมส่
งเสริ
มและพั
ฒนา เช่
น พั
ฒนาชุ
มชนอํ
าเภอ
ปราสาท ศึ
กษาธิ
การอํ
าเภอปราสาท ฯลฯ จึ
งเกิ
ดการพั
ฒนาเพื่
อให้
การแสดงมี
ความน่
าสนใจมากขึ
น และเมื่
มี
การนํ
าไปแสดงทั
งในระดั
บจั
งหวั
ด ระดั
บชาติ
โดยเฉพาะการนํ
าไปแสดงต่
อหน้
าพระที่
นั ่
ง จึ
งมี
การเพิ
จํ
านวนผู
แสดงมากขึ
น และมี
การปรั
บรู
ปแบบการแสดง โดยมี
การกํ
าหนดท่
าเดิ
นออก ท่
าเคารพผู
ชม
มี
ก า ร แปร เ ป็
นรู
ปขบวนต่
า ง ๆ แ ต่
ย ั
ง ยึ
ดก า รสื่
อคว า มหม า ย คล้
า ย ใ นยุ
คต้
นจ ะ แบ่
ง ไ ด้
ดั
ง นี
๑. การแสดงความเคารพ ๒. การเคลื่
อนไหวโลดเต้
นไปตามธรรมชาติ
ของตั
กแตนตํ
าข้
าว ๓. อาการร่
าเริ