Page 4 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

นายเต็
นเฝ้
าดู
ลี
ลาของตั
กแตนคู
นั
นด้
วยความประทั
บใจ เมื่
อนายเต็
นเดิ
นทางมาถึ
งบ้
าน จึ
งเกิ
ดความคิ
ดว่
าถ้
นํ
าเอาลี
ลาการเต้
นของตั ๊
กแตนตํ
าข้
าวมาดั
ดแปลงและเต้
นให้
คนดู
ก็
ดี
จึ
งนํ
าแนวคิ
ดนี
มาเล่
าให้
นายเหื
อน ตรง
ศู
นย์
ดี
หั
วหน้
าคณะกั
นตรึ
มที่
เล่
นอยู
ในหมู
บ้
านรํ
าเบอะ อํ
าเภอปราสาท จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
ทั
งสองจึ
งได้
ร่
วมกั
แสดงต่
อเนื่
องกั
นมา ต่
อมานายย ั
นต์
ยี่
สุ
นศรี
ครู
ใหญ่
โรงเรี
ยนบ้
านโพธิ
กอง(ในขณะนั
น)
ได้
เห็
ความสํ
าคั
ญและมี
ความชื่
นชอบการแสดงกระโน้
ปติ
งต็
อง จึ
งได้
เข้
ามาร่
วมแสดงเป็
น ๓ คน โดยมี
นายเต็
และนายย ั
นต์
เป็
นผู
แสดงเข้
าคู
กั
น และนายเหื
อนจะเป็
นผู
เป่
าปี่
สไล มี
การด้
นกลอนสดเป็
นเนื
อร้
อง แต่
กายโดยการนุ ่
งโสร่
งและสวมเสื
อเชิ
ตแขนยาว
ยุ
คที่
๒ การเผยแพร่
โดยนายอํ
าเภอเสนอ มู
ลศาสตร์
(พ.ศ. ๒๕๐๖ - ๒๕๔๐)
ในยุ
คนี
มี
นายเสนอ มู
ลศาสตร์
ซึ
งเป็
นนายอํ
าเภอปราสาทในขณะนั
นได้
เข้
าไปส่
งเสริ
สนั
บสนุ
น นํ
าการแสดงกระโน้
ปติ
งต็
อง จากตํ
าบลไพล อํ
าเภอปราสาท ไปสู
การแสดงในระดั
บจั
งหวั
และระดั
บประเทศ ทํ
าให้
กระโน้
ปติ
งต็
องเกิ
ดการแพร่
หลายมาจนถึ
งปั
จจุ
บั
น มี
การปรั
บการแสดงให้
เป็
รู
ปแบบมากขึ
น โดยมี
การกํ
าหนดท่
าเดิ
นออก ท่
าเคารพผู
ชม การแปรแถวต่
าง ๆ และมี
การออกแบบเสื
อผ้
สํ
าหรั
บการแสดงกระโน้
ปติ
งต็
อง เพื่
อให้
การแสดงมี
ความน่
าสนใจมากขึ
ยุ
คที่
๓ ปฏิ
รู
ปการศึ
กษา(พ.ศ. ๒๕๔๐ - ปั
จจุ
บั
น)
ในยุ
คนี
เป็
นยุ
คปฏิ
รู
ปการศึ
กษาสื
บเนื่
องมาจากรั
ฐธรรมนู
ญแห่
งราชอาณาจั
กรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐
ได้
ให้
ความสํ
าคั
ญต่
อการกระจายอํ
านาจ การมี
ส่
วนร่
วมของประชาชน และด้
านการศึ
กษา ศาสนาและ
วั
ฒนธรรม พระราชบั
ญญั
ติ
การศึ
กษาแห่
งชาติ
พ.ศ. ๒๕๔๒ให้
สถานศึ
กษาขั
นพื
นฐานมี
หน้
าที่
จั
ดทํ
าสาระ
ของหลั
กสู
ตรมี
การจั
ดการศึ
กษาในเรื่
องของหลั
กสู
ตรท้
องถิ
น ในส่
วนที่
เกี่
ยวกั
บสภาพปั
ญหาในชุ
มชนและ
สั
งคมภู
มิ
ปั
ญญาท้
องถิ
น โดยมี
กลุ
มสาระการเรี
ยนรู
ศิ
ลปะ มี
การวิ
จั
ยในชั
นเรี
ยนที่
เป็
นบทบาทและภารกิ
จที่
ครู
ผู
สอนต้
องจั
ดทํ
าหลั
กสู
ตรท้
องถิ
น รวมทั
งการทํ
าผลงานเพื่
อเพิ
มวิ
ทยฐานะ ก่
อให้
เกิ
ดกระแสการศึ
กษา
ค้
นคว้
า วิ
จั
ย ภู
มิ
ปั
ญญาท้
องถิ
น ซึ
ง “กระโน้
ปติ
งต็
อง” เป็
นการละเล่
นและการแสดงหนึ
งที่
ได้
รั
บความสนใจ
และมี
การฟื
นฟู
อย่
างจริ
งจั
งในยุ
คนี