๓๑
เศรษฐกิ
จสั
งคม วั
ฒนธรรมในท้
องถิ
่
น ตลอดจนสามารถพั
ฒนาชี
วิ
ต พั
ฒนาอาชี
พ พั
ฒนาเศรษฐกิ
จและ
สั
งคมของตนเอง คอบครั
วและท้
องถิ ่
นของตนได้
วี
รนุ
ช ปิ
ณฑวณิ
ช (๒๕๔๓ ) ได้
กล่
าวถึ
งหลั
กสู
ตรท้
องถิ
่
นไว้
ว่
าเป็
นหลั
กสู
ตรที่
กํ
าหนดให้
ผู
้
เรี
ยนในระดั
บการศึ
กษาขั
้
นพื
้
นฐานได้
เรี
ยนรู
้
เนื
้
อหาที่
เกี่
ยวข้
องกั
บท้
องถิ ่
นที่
ตนเองอาศั
ยอยู
่
ในด้
าน
เศรษฐกิ
จ สั
งคม สิ ่
งแวดล้
อม ประเพณี
วั
ฒนธรรมตลอดจนอาชี
พ และภู
มิ
ปั
ญญาท้
องถิ
่
นทั
้
งในทาง
ทฤษฎี
และปฏิ
บั
ติ
ในห้
องเรี
ยนและนอกห้
องเรี
ยนผู
้
ร่
วมสร้
างหลั
ก สู
ตรประกอบด้
วยโรงเรี
ยนชุ
มชน
และองค์
กรปกครองส่
วนท้
องถิ ่
น โดยทุ
กฝ่
ายจะช่
วยกั
นกํ
าหนดและพั
ฒนาหลั
กสู
ตรขึ
้
นตามความ
เหมาะสมและความต้
องการของตน ผ่
านการบริ
หารงานในรู
ปแบบคณะกรรมการโรงเรี
ยนมี
สถาบั
น
ราชภั
ฎในท้
องถิ ่
นเป็
นผู
้
ช่
วยในด้
านการรวบรวมองค์
ความรู
้
ในท้
องถิ
่
น หลั
กสู
ตรท้
องถิ
่
นมี
จุ
ดมุ
่
งหมาย
เพื่
อให้
ผู
้
เรี
ยนเกิ
ดความรู
้
สึ
กผู
กพั
นกั
บถิ ่
นที่
อยู
่
สามารถใช้
ชี
วิ
ต ประกอบอาชี
พและพั
ฒนาอาชี
พที
มี
อยู
่
ในชุ
มชนท้
องถิ
่
นของตนได้
ส่
วน
วิ
ชั
ยวงศ์
ใหญ่
(๒๕๓๓ ) กล่
าวว่
า การพั
ฒนาหลั
กสู
ตรระดั
บท้
องถิ
่
น หมายถึ
ง การนํ
าเอา
หลั
กสู
ตรกลางมาพิ
จารณา ศึ
กษา วิ
เคราะห์
เพื่
อปรั
บเปลี่
ยนเนื
้
อหาสาระบางอย่
างให้
สั
มพั
นธ์
สอดคล้
องกั
บท้
องถิ ่
น ซึ
่
งในประเด็
นของคํ
าว่
าหลั
กสู
ตรท้
องถิ
่
นนั
้
นกรมวิ
ชาการ ได้
กล่
าวถึ
งหลั
กสู
ตร
กั
บท้
องถิ ่
นไว้
ตอนหนึ
่
งว่
าหลั
กสู
ตรฉบั
บปรั
บปรุ
ง พ.ศ. ๒๕๓๓ ทั
้
งระดั
บประถมศึ
กษา มั
ธยมศึ
กษา
ตอนต้
นและมั
ธยมศึ
กษาตอนปลาย เป็
นหลั
กสู
ตรที่
มุ
่
งหวั
งให้
ความสํ
าคั
ญของการจั
ดการศึ
กษาที่
สอดคล้
องกั
บสภาพและความต้
องการของท้
องถิ
่
นด้
านต่
าง ๆ ทั
้
งนี
้
เพราะว่
า การจั
ดการศึ
กษาที่
จะเป็
น
ประโยชน์
ต่
อผู
้
เรี
ยนอย่
างแท้
จริ
งนั
้
น ต้
องเป็
นการศึ
กษาที่
สอดคล้
องเกื
้
อกู
ลต่
อชี
วิ
ตจริ
ง สามารถพั
ฒนา
คุ
ณภาพชี
วิ
ต เศรษฐกิ
จและสั
งคมแต่
ละท้
องถิ
่
น ดั
งนั
้
นจุ
ดเน้
นของหลั
กสู
ตรฉบั
บปรั
บปรุ
งทั
้
ง ๓ ระดั
บ
จึ
งได้
กํ
าหนดไว้
ประการหนึ
่
ง คื
อ การตอบสนองความต้
องการของท้
องถิ
่
นทั
้
งนี
้
เพราะการจั
ดการเรี
ยน
การสอนที่
ทํ
าให้
ผู
้
เรี
ยนได้
รู
้
จั
ก เข้
าใจท้
องถิ
่
นของตนเอง ย่
อมจะทํ
าให้
ผู
้
เรี
ยนเกิ
ดความรั
กความผู
กพั
น
ความหวงแหน และความภาคภู
มิ
ใจในท้
องถิ
่
นของตน ตลอดจนการมี
ส่
วนร่
วมในการอนุ
รั
กษ์
และ
พั
ฒนาท้
องถิ ่
นของตนต่
อไปหลั
กสู
ตรฉบั
บปรั
บปรุ
ง พ.ศ. ๒๕๓๓ มี
ข้
อกํ
าหนด ซึ
่
งเป็
นแนว
ดํ
าเนิ
นการที่
เกี่
ยวกั
บท้
องถิ
่
นอย่
างชั
ดเจนว่
า ให้
สถานศึ
กษาจั
ดการศึ
กษาให้
สอดคล้
องกั
บสภาพและ
ความต้
องการของท้
องถิ ่
น รวมทั
้
งเปิ
ดโอกาสให้
ท้
องถิ
่
นมี
ส่
วนร่
วมในการพั
ฒนาหลั
กสู
ตรด้
วย
กรมวิ
ชาการ (๒๕๓๙) กล่
าวถึ
งหลั
กสู
ตรท้
องถิ
่
นว่
าคํ
าว่
า “ท้
องถิ ่
น” ที่
กล่
าวถึ
งในหลั
กสู
ตรจะ
มี
ความหมายอยู
่
๒ ประการ คื
อประการที่
๑ “ท้
องถิ ่
น” หมายถึ
งชุ
มชนที่
สถานศึ
กษาหรื
อหน่
วยงานที่
เกี่
ยวข้
องกั
บการศึ
กษาตั
้
งอยู
่
อาจจะเป็
นชุ
มชนในระดั
บหมู
่
บ้
าน ตํ
าบล อํ
าเภอ จั
งหวั
ด หรื
อภาค
ภู
มิ
ศาสตร์
ก็
ได้
ทุ
กสิ
่
งทุ
กอย่
างที่
มี
อยู
่
และที่
เป็
นอยู
่
ของชุ
มชนไม่
ว่
าจะเป็
นเรื่
องราวของประวั
ติ
ศาสตร์
ความเป็
นมาของชนชาติ
ชุ
มชน ที่
ตั
้
ง สภาพภู
มิ
ประเทศ ภู
มิ
อากาศ เศรษฐกิ
จ สิ ่
งแวดล้
อม วิ
ถี
ชี
วิ
ต
ความเป็
นอยู
่
ศิ
ลปะ วั
ฒนธรรม ภู
มิ
ปั
ญญาท้
องถิ
่
น รวมทั
้
งแนวโน้
มของการเปลี่
ยนของชุ
มชนที่
จะ
เกิ
ดขึ
้
นในอนาคต เป็
นสิ
่
งที่
ผู
้
เรี
ยนจะได้
เรี
ยนรู
้
หรื
อนํ
ามาใช้
ในการจั
ดกิ
จกรรมเพื่
อให้
เกิ
ดการเรี
ยนรู
้
ได้