ข
บทคั
ดย่
อ
การวิ
จั
ยครั
้
งนี
้
เป็
นการวิ
จั
ยและพั
ฒนารู
ปแบบการแสดงกระโน้
ปติ
งต็
อง ในจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
”
โดยมี
วั
ตถุ
ประสงค์
คื
อ ๑) เพื่
อศึ
กษาความเป็
นมา และการสื่
อความหมายของการแสดงกระโน้
ปติ
งต็
อง ในจั
งหวั
ด
สุ
ริ
นทร์
๒) เพื่
อพั
ฒนารู
ปแบบการเต้
น ดนตรี
เพลง และการแต่
งกาย ในการแสดงกระโน้
ปติ
งต็
อง ในจั
งหวั
ด
สุ
ริ
นทร์
และ๓) เพื่
อจั
ดทํ
าเอกสารประกอบการเรี
ยนหลั
กสู
ตรท้
องถิ
่
นเรื่
อง“การแสดงกระโน้
ปติ
งต็
อง”
ในจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
การดํ
าเนิ
นการวิ
จั
ยประกอบด้
วย การศึ
กษาข้
อมู
ลจากผู
้
ที่
เกี่
ยวข้
องจาก ๒ อํ
าเภอ
ประกอบด้
วย ๑. อํ
าเภอเมื
อง ประกอบด้
วย นางผ่
องศรี
ทองหล่
อ นางแก่
นจั
นทร์
นามวั
ฒน์
นางสุ
จิ
นต์
ทอง
หล่
อ นายกมนต์
โรจน์
นิ
วั
ฒน์
บรรหาร และนายธงชั
ย สามสี
๒. อํ
าเภอปราสาท ประกอบด้
วย ลู
กหลานนาย
เต็
น ตระการดี
และนายเหื
อน ตรงศู
นย์
ดี
๓ คน นายย ั
น ยี่
สุ
่
นศรี
นายสมพงษ์
สาคเรศ และนํ
าผลการศึ
กษา
มาพั
ฒนาเป็
น “รู
ปแบบการเต้
น ดนตรี
เพลง และการแต่
งกาย ในการแสดงกระโน้
ปติ
งต็
อง” เพื่
อนํ
าเสนอให้
ผู
้
ให้
ข้
อมู
ลทั
้
ง ๒ อํ
าเภอ และผู
้
ทรงคุ
ณวุ
ฒิ
จํ
านวน 30 คน ในการนํ
าเสนอผลการวิ
เคราะห์
ข้
อมู
ลและการ
แสดงที่
ได้
พั
ฒนา เพื่
อนํ
าข้
อมู
ลมาปรั
บปรุ
งเป็
นรู
ปแบบการเต้
น ดนตรี
เพลง และการแต่
งกาย และเอกสาร
ประกอบการเรี
ยนหลั
กสู
ตรท้
องถิ
่
นในการแสดงกระโน้
ปติ
งต็
อง ในจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
ผลการวิ
จั
ยพบว่
า
๑) ความเป็
นมา และการสื่
อความหมายของการแสดงกระโน้
ปติ
งต็
อง ในจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
๑.๑ ความเป็
นมาของการแสดงกระโน้
ปติ
งต็
อง
การแสดง
“กระโน้
ปติ
งต็
อง” เป็
นการละเล่
นที่
พั
ฒนามาจากสั
ตว์
มี
การเลี
ยนแบบลี
ลาท่
าทางการ
เคลื่
อนไหว และการเกี
้
ยวพาราสี
ที่
สนุ
กสนานร่
าเริ
ง ของตั
๊
กแตนตํ
าข้
าว เพื่
อความสนุ
กสนานและตลกขบขั
น
ในหมู
่
บ้
านการแสดงได้
พั
ฒนาไปสู
่
ระดั
บอํ
าเภอ ระดั
บจั
งหวั
ดจนกระทั
่
งนํ
าไปแสดงหน้
าพระที่
นั ่
ง ต่
อมาได้
ขาดช่
วงการแสดง และกลั
บมาเป็
นที่
สนใจอี
กครั
้
ง ซึ
่
งสามารถแบ่
งได้
3 ยุ
คคื
อ
ยุ
คที่
๑ เริ่
มแรกการประดิ
ษฐ์
การละเล่
นกระโน้
ปติ
งต็
อง ( พ.ศ. ๒๔๘๐ – ๒๕๐๖ )
เมื่
อประมาณปี
พ.ศ. ๒๔๘๐ นายเต็
น ตระการดี
ได้
เดิ
นทางเข้
าไปในประเทศกั
มพู
ชา โดยขบวน
เกวี
ยนสิ
นค้
า (เกลื
อ) ไปค้
าขาย แลกเปลี่
ยนปราเฮ๊
าะ (ปลาร้
า) จากประเทศกั
มพู
ชา (เขมร)และในขณะที่
หยุ
ด
พั
กเหนื่
อยนายเต็
น ตระการดี
ได้
มองเห็
นตั
๊
กแตนตํ
าข้
าวกํ
าลั
งเกี
้
ยวพาราสี
กั
นและผสมพั
นธุ
์
กั
นอยู
่