๒๓
ปั
จจุ
บั
นเรื
อนอั
นเร แต่
ละหมู
่
บ้
านแตกต่
างกั
นไปบ้
าง แต่
ได้
มี
การพั
ฒนาไปสู
่
แบบแผน และ
เนื่
องจากมี
การส่
งเสริ
มและฟื
้
นฟู
ประเพณี
คล้
องช้
างประจํ
าปี
การเล่
นเรื
อมอั
นเร จึ
งกลายเป็
น
ส่
วนประกอบสํ
าคั
ญในงาน เพราะการนํ
าเอาเรื
อมอั
นเรมาแสดงในงานทุ
กปี
และย ั
งใช้
เป็
นชุ
ดการแสดง
ต้
อนรั
บแขกบ้
านแขกเมื
องอี
กด้
วย
เรื
อมอายั
ย
เรื
อมอาย ั
ย เป็
นการละเล่
นพื
้
นบ้
านของจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
อี
กอย่
างหนึ
่
ง ซึ
่
งมี
มานานแล้
ว คื
อ การ
เรื
อมอาย ั
ย เป็
นการร้
องโต้
กลอน เกี
้
ยวพาราสี
ระหว่
างหนุ ่
มสาว ซึ
่
งนิ
ยมเล่
นกั
นในงานเทศกาลต่
าง ๆ
การแต่
งกายเรื
อยอายั
ย
แต่
งตามสบายไม่
มี
แบบแผนแน่
นอน ถ้
าแต่
งตามประเพณี
พื
้
นบ้
าน จะ
แต่
งกายเหมื
อนเรื
อมอั
นเร คื
อ นุ
่
งผ้
าถุ
งพื
้
นเมื
อง สวมเสื
้
อแขนกระบอกมี
ผ้
าสไบคล้
องคอทิ
้
งชายผ้
ามา
ด้
านหน้
า ส่
วนชายจะนุ
่
งโจงกระเบน สวมเสื
้
อคอกลมแขนสั
้
นมี
ผ้
าไหมคาดเอว ผู
้
แสดงเรื
อมอั
นเร
ประกอบด้
วย ฝ่
ายชายและฝ่
ายหญิ
ง ร้
องโต้
ตอบกั
นอาจจะมี
๔ – ๕ คู
่
หรื
อมากกว่
านี
้
ขึ
้
นอยู
่
กั
บสถานที่
แสดง
เครื่
องดนตรี
ใช้
ประกอบเรื
อมอายั
ย
มี
กลอง (สก็
วล) ๑ คู
่
ปี่
อ้
อ ๑ เลา ซอด้
วง ๑ คั
น ฉิ ่
ง ฉาบ
กรั
บ ทํ
านองและจั
งหวะที่
นํ
ามาใช้
ประกอบเรื
อมอาย ั
ยเป็
นทํ
านอง เร่
งเร้
า สนุ
กสนาน เรี
ยกว่
า
“อาย ั
ยลํ
าแบ”
โอกาสที่
ใช้
แสดงเรื
อมอายั
ย
แสดงในงานเทศกาลต่
าง ๆ ที่
เป็
นงานรื่
นเริ
งสนุ
กสนาน
ท่
ารํ
าเรื
อมอายั
ย
ไม่
มี
แบบแผนตายตั
ว เป็
นการฟ้
อนรํ
าให้
เข้
ากั
บจั
งหวะดนตรี
และขึ
้
นอยู
่
กั
บ
ความถนั
ดของผู
้
รํ
า ท่
ารํ
าส่
วนใหญ่
เป็
นท่
าจี
บและแบมื
อเลย เรี
ยกว่
า อาย ั
ยลํ
าแบในท่
าฟ้
อนเกี
้
ยว ท่
ารํ
า
ของฝ่
ายหญิ
งจะเป็
นท่
าที่
คอยปั
ดหรื
อท่
าปกป้
อง ระวั
งการถู
กเนื
้
อต้
องตั
วของฝ่
ายชาย ในการตี
บท บท
ตามเนื
้
อหาของเพลง ซึ
่
งสามารถสื่
อความหมายให้
ผู
้
ชมทราบว่
าท่
ารํ
าเหล่
านั
้
นหมายถึ
งอะไร
วิ
ธี
การแสดง
ผู
้
รํ
าจะรํ
าไหว้
ครู
พร้
อมกั
น หลั
งจากนั
้
นจะเป็
นการออกมาโต้
กลอนระหว่
างชาย –
หญิ
ง เป็
นคู
่
ๆ และมี
ลู
กคู
่
ร้
องรั
บ เมื่
อฝ่
ายใดฝ่
ายหนึ
่
งร้
องจบแต่
ละวรรค และมี
ดนตรี
บรรเลงรั
บ ผู
้
แสดง
ทั
้
งหญิ
งชายจะรํ
าเกี
้
ยวกั
น ลู
กคู
่
ทั
้
งหลายจะคอยสนั
บสนุ
นให้
กํ
าลั
งใจฝ่
ายของตน เมื่
อดนตรี
จบจะ
เปลี่
ยนคู
่
ใหม่
ออกมาร้
องโต้
กลอนกั
นใหม่
ในบทและท่
ารํ
าที่
ตนเองถนั
ด รู
ปแบบการแสดงจะปฎิ
บั
ติ
เช่
นนี
้
เรื่
อยไปจนจบครบทุ
กคู
่
เมื่
อจบสุ
ดท้
ายจะบทลา แล้
วผู
้
รํ
าจะรํ
าเข้
าไปข้
างใน
วงมโหรี
พื
้
นบ้
าน
วงมโหรี
พื
้
นบ้
าน คื
อ การนํ
าเอาเครื่
องดนตรี
ประเภทเครื่
องสายและเครื่
องดนตรี
ประเภทปี่
พาทย์
บางชิ
้
นมาประสมกั
น โดยมี
ซอเป็
นเครื่
องดนตรี
หลั
ก ใช้
บรรเลงในงานมงคลต่
าง ๆ เช่
น งาน
แต่
งงาน งานขึ
้
นบ้
านใหม่
เป็
นต้
น ซึ
่
งมี
แทบทุ
กวั
ดในจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
อั
นแสดงว่
าเป็
นท้
องถิ ่
นมี
อารย
ธรรมและยิ
่
งใหญ่
ในอดี
ต